ตอนที่ 47
***บทที่ 47: เนื้อสัตว์มื้อแรก***
ท่ามกลางสายหมอกยามเหมันต์ที่ปกคลุมชายป่าเป่ยโจว บรรยากาศรอบกายเหน็บหนาวจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น ซูเหยียนในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบเดินนำหน้าโม่ไป๋ลึกเข้าไปในแนวไม้ที่กิ่งก้านเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะ ดวงตาคู่สวยของนางมิได้ฉายแววหวาดหวั่น ทว่ากลับคมปลาบและเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
"คุณหนู... ป่าแห่งนี้มีสัตว์ร้ายชุกชุม ข้าว่าเราควรระวังตัวให้มาก" โม่ไป๋กระซิบพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ มือหนึ่งกุมกระบี่ที่ข้างเอวไว้มั่น แม้ลมปราณของเขาจะเริ่มฟื้นฟูบ้างแล้ว ทว่าร่างกายยังมิอาจรับศึกหนักได้
ซูเหยียนนิ่งเงียบ นางหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อสื่อสารกับระบบปัญญาประดิษฐ์ในห้วงสำนึก *'อาอี สแกนหาเส้นทางสัญจรของสัตว์ป่าขนาดเล็กในรัศมีห้าร้อยลี้'*
[รับทราบ... กำลังประมวลผลวิเคราะห์รอยเท้าและอุณหภูมิความร้อน... พบเส้นทางกระต่ายหิมะและไก่ป่าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทางหนึ่งร้อยก้าว] เสียงเรียบเฉื่อยของระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับแผนที่สามมิติที่ปรากฏขึ้นในมโนภาพ
ซูเหยียนลืมตาขึ้นแล้วชี้ไปทางทิศดังกล่าว "ทางนั้น โม่ไป๋... ตามข้ามา"
เมื่อถึงจุดที่เหมาะสม ซูเหยียนเริ่มลงมือวางกับดักที่นางออกแบบไว้ในใจ มันมิใช่กับดักธรรมดาที่พรานป่าทั่วไปใช้กัน แต่เป็นระบบกลไกคานดีดคานงัดที่อาศัยหลักการทางฟิสิกส์สมัยใหม่ ผสมผสานกับวัสดุที่หาได้รอบตัว นางใช้เถาวัลย์ที่มีความยืดหยุ่นสูงและกิ่งไม้ที่เหลาจนแหลมคม สร้างวงล้อมที่พรางตาได้อย่างแนบเนียน
"คุณหนู สิ่งนี้... จะจับสัตว์ได้จริงหรือขอรับ?" โม่ไป๋มองกองไม้และเถาวัลย์ที่ดูประหลาดตาด้วยความไม่มั่นใจ
ซูเหยียนไม่ตอบเพียงแต่หยิบเมล็ดธัญพืชกำมือหนึ่งออกมาจากมิติลับ เมล็ดพืชเหล่านี้ถูกแช่ในน้ำวิเศษจนมีกลิ่นหอมหวนที่สัตว์ป่ามิอาจต้านทานได้ นางโปรยมันลงไปกลางกับดักอย่างใจเย็น "รอพินิจดูเถิด ความหิวโหยจะนำพาพวกมันมาหาเราเอง"
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน เสียงกิ่งไม้หักดัง "แกรก" ก็เรียกความสนใจจากทั้งสอง กระต่ายหิมะขนปุยตัวใหญ่กระโดดเข้ามาหาเหยื่อล่ออย่างรวดเร็ว และทันทีที่มันเหยียบลงบนจุดศูนย์กลาง กลไกคานดีดก็ทำงาน! บ่วงเถาวัลย์รัดเข้าที่ขาหลังของมันอย่างแม่นยำพร้อมกับดึงร่างมันขึ้นไปแขวนไว้กับต้นไม้
ไม่เพียงเท่านั้น ไก่ป่าขนสีรุ้งอีกสองสามตัวที่พยายามจะเข้ามาจิกกินเมล็ดพืชต่างก็ติดกับดักไม้ไผ่ที่ซูเหยียนวางไว้ในจุดอับสายตาจนดิ้นไม่หลุด
โม่ไป๋เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "นี่มัน... มหัศจรรย์ยิ่งนัก! พรานมืออาชีพยังมิอาจจับสัตว์ได้รวดเร็วเช่นนี้เลย"
ซูเหยียนยกยิ้มบาง "ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ หากเจ้ารู้จักสังเคราะห์ธรรมชาติและใช้สติปัญญาให้เป็นประโยชน์" นางช่วยโม่ไป๋เก็บกู้สัตว์ป่าที่จับได้ ทั้งกระต่ายหิมะสามตัวและไก่ป่าอีกสองตัว ซึ่งถือเป็นลาภลอยชิ้นใหญ่ในฤดูที่แร้นแค้นเช่นนี้
เมื่อกลับถึงบ้านพักหลังเก่าที่อบอวลไปด้วยไอเย็น ชุนเถาที่กำลังก่อไฟรออยู่ก็ร้องอุทานด้วยความดีใจจนตัวลอย "คุณหนู! ท่านจับได้มากถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ? สวรรค์โปรดแท้ๆ คืนนี้เราจะได้กินเนื้อกันแล้ว!"
สาวใช้ตัวน้อยไม่รอช้า นางรีบนำสัตว์ป่าไปจัดการทำความสะอาดอย่างคล่องแคล่ว ทักษะการทำอาหารของชุนเถาที่สั่งสมมาตั้งแต่ครั้งอยู่ในจวนสกุลซูถูกงัดออกมาใช้อย่างเต็มที่ กลิ่นหอมของน้ำแกงไก่ป่าตุ๋นสมุนไพรเริ่มโชยออกมาจากเตาดินเผา กลิ่นของเนื้อกระต่ายย่างไฟอ่อนๆ ที่ถูกทาด้วยเกลือและเครื่องเทศป่าทำให้ความเหน็บหนาวในบ้านเลือนหายไป
ในห้องโถงเล็กๆ ที่มีกองไฟให้ความอบอุ่น เซียวหยวนนั่งพิงผนังมองภาพความวุ่นวายที่แสนอบอุ่นนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขามองซูเหยียนที่กำลังเช็ดคราบหิมะออกจากเสื้อผ้า สตรีผู้นี้ดูแปลกแยกไปจากคุณหนูในห้องหอที่เขาเคยรู้จัก นางมีความรู้ที่ลึกล้ำ มีความสามารถในการเอาตัวรอดที่น่าทึ่ง และเหนือสิ่งอื่นใด นางมีความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีที่แข็งกร้าว
"เนื้อย่างได้ที่แล้วเจ้าค่ะท่านอ๋อง... คุณหนู" ชุนเถายกจานใส่เนื้อกระต่ายสีเหลืองทองและถ้วยน้ำแกงไก่ที่ควันกรุ่นมาวางตรงหน้า
เนื้อคำแรกที่สัมผัสลิ้นนั้นทั้งนุ่มและชุ่มฉ่ำ รสชาติของมันมิได้เพียงแค่ประทังความหิว ทว่ามันคือพลังงานที่ไหลเวียนเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายที่ทรุดโทรมมานานวัน บรรยากาศภายในบ้านพักที่เคยเงียบเหงาและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสิ้นหวัง บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยเสียงเคี้ยวอาหารและความอบอุ่นของเปลวไฟ
ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับมื้ออาหารแสนพิเศษ ซูเหยียนก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างผ่านระบบ AI ที่แจ้งเตือนขึ้นมาในห้วงความคิด [ตรวจพบความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่... ระยะห่างห้าสิบก้าว... กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!]
ซูเหยียนวางถ้วยน้ำแกงลงทันที ดวงตาของนางหรี่ลงพลางจับจ้องไปยังประตูไม้ที่ผุพัง แสงไฟจากกองไฟทาบทับเงาของใครบางคนที่กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านพัก เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นเหยียบลงบนหิมะดัง "กร้วม... กร้วม..." เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
โม่ไป๋รีบคว้ากระบี่ลุกขึ้นยืนบังเบื้องหน้าเซียวหยวนและซูเหยียนไว้ทันที "ใครกัน!"
เสียงเคาะประตูที่รุนแรงดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน จนเศษฝุ่นผงบนขื่อหลังคาร่วงหล่นลงมา บรรยากาศที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นตึงเครียดขึ้นมาในชั่วพริบตา!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: แบ่งปันเพื่อผูกมิตร]**