ตอนที่ 48

***บทที่ 48: แบ่งปันเพื่อผูกมิตร***

ท่ามกลางความเงียบงันของราตรีที่ปกคลุมด้วยหิมะโปรยปราย เสียงเคาะประตูที่รุนแรงและกระชั้นชิดทำเอาบรรยากาศอบอุ่นภายในบ้านพักพังทลายลงในพริบตา โม่ไป๋กระชับกระบี่ในมือแน่น ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังบานประตูไม้ที่สั่นไหว ไอสังหารจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของเขาเตรียมพร้อมรับมือกับผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ

ทว่าซูเหยียนกลับยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้ นางหลับตาลงเพียงชั่วครู่เพื่อตรวจสอบการแจ้งเตือนจากระบบ AI ที่ยังคงฉายภาพจำลองความร้อนของสิ่งมีชีวิตเบื้องหลังประตู [ยืนยันอัตลักษณ์... โครงสร้างร่างกายสอดคล้องกับชาวพื้นเมือง... ระดับความอันตราย: ต่ำ]

"โม่ไป๋ วางอาวุธลงเถิด เป็นท่านลุงหลิน" เสียงเรียบของซูเหยียนทำให้นายทหารหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยอมลดกระบี่ลงตามคำสั่ง แม้จะยังไม่คลายความระแวดระวังเสียทีเดียว

เมื่อบานประตูถูกเปิดออก ลมหนาวที่หอบเอาเกล็ดหิมะเย็นเยียบก็พัดพรูเข้ามา พร้อมกับร่างหนาของหลินต้าซาน หัวหน้าหมู่บ้านที่ยืนหอบหายใจจนเกิดเป็นไอขาว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและร่องรอยของการฝ่าความหนาวเหน็บมาอย่างเร่งรีบ

"คุณหนูซู... ข้าขออภัยที่มารบกวนยามวิกาล" หลินต้าซานกล่าวพลางก้มหัวน้อยๆ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเนื้อสัตว์ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ กลิ่นหอมของมันเตะจมูกจนชายชราต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยความขัดสนที่เผชิญมานาน

ซูเหยียนคลี่ยิ้มบางที่ดูอ่อนโยนทว่าแฝงด้วยความเฉลียวฉลาด "ท่านลุงหลินมิต้องเกรงใจ เชิญเข้ามาผิงไฟข้างในก่อนเถิด ชุนเถา ไปยกน้ำแกงไก่ร้อนๆ มาให้หัวหน้าหมู่บ้านอีกถ้วย"

เมื่อหลินต้าซานได้นั่งลงข้างกองไฟและได้รับน้ำแกงที่เปี่ยมไปด้วยพลังงาน ร่างกายที่สั่นเทาของเขาก็เริ่มผ่อนคลายลง ซูเหยียนสังเกตเห็นความอิดโรยบนใบหน้าของเขา นางจึงตัดสินใจเริ่มแผนการสร้างรากฐานอำนาจทันที นางพยักหน้าให้ชุนเถานำเนื้อกระต่ายและเนื้อกวางส่วนหนึ่งที่รมควันไว้แล้ว ออกมาจัดใส่ห่อผ้าอย่างดี

"ท่านลุงหลิน เนื้อเหล่านี้ข้าและคนของข้าออกล่ามาได้เกินความจำเป็น จึงอยากรบกวนให้ท่านช่วยนำไปแบ่งปันให้ครอบครัวของท่าน และชาวบ้านที่เจ็บป่วยหรือยากไร้ที่สุดในหมู่บ้านด้วยเจ้าค่ะ"

หลินต้าซานดวงตาเบิกกว้าง มือที่ถือถ้วยน้ำแกงสั่นระริก "คุณหนูซู... นี่มันล้ำค่าเกินไป ในฤดูเหมันต์ที่โหดร้ายเช่นนี้ เนื้อสัตว์หนึ่งชิ้นเปรียบได้กับชีวิตหนึ่งชีวิต ท่านเพิ่งจะมาถึงที่นี่ เหตุใดจึง..."

"ในเป่ยโจวที่แห้งแล้งเช่นนี้ หากเราไม่ช่วยเหลือกัน ย่อมยากที่จะรอดพ้นความหนาวไปได้" ซูเหยียนขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใสทว่าหนักแน่น "ข้ามาที่นี่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ และข้าหวังว่าชาวหมู่บ้านเป่ยโจวจะเป็นครอบครัวใหม่ของข้าเช่นกัน"

คำพูดของซูเหยียนช่างเรียบง่ายแต่กลับทรงพลังอย่างประหลาด หลินต้าซานมองสตรีตรงหน้าด้วยความเลื่อมใส จากเดิมที่เคยมองว่านางเป็นเพียงคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ถูกเนรเทศ บัดนี้เขาเห็นเพียง 'ผู้มีพระคุณ' ที่เปี่ยมด้วยเมตตาและวิสัยทัศน์ ความระแวงแคลงใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็นความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยม

"ความเมตตาของท่าน... หลินต้าซานผู้นี้จะไม่มีวันลืม" หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แต่ข้าต้องเตือนท่านอย่างหนึ่ง ความมั่งคั่งและอาหารเหล่านี้ หากรั่วไหลออกไปถึงหูของ 'พวกมัน' อาจนำภัยมาสู่บ้านพักหลังนี้ได้"

แววตาของหลินต้าซานเปลี่ยนเป็นหวาดหวั่นเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ ซูเหยียนหรี่ตาลง "พวกมันที่ท่านว่า... หมายถึงใครหรือเจ้าคะ?"

หลินต้าซานขยับตัวเข้าใกล้กองไฟมากขึ้นราวกับต้องการความอบอุ่นมาปัดเป่าความกลัว "โจรป่าหุบเขาอู๋หมิงเจ้าค่ะ พวกมันมิใช่โจรธรรมดา แต่เป็นกลุ่มเดนมนุษย์ที่โหดเหี้ยมที่สุดในแถบชายแดนนี้ พวกมันปล้นชิงไม่เลือกหน้า หากหมู่บ้านใดไม่มีส่วยส่งให้ พวกมันจะเผาทิ้งทั้งหมู่บ้านและฆ่าทุกคนไม่เว้นแม้แต่เด็กหรือคนชรา"

เขาลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ "ข้าได้ยินข่าวลือว่า พลพรรคของพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวใกล้ชายป่าฝั่งนี้มากขึ้น เพราะความแห้งแล้งทำให้พวกมันขาดแคลนเสบียงเช่นกัน คุณหนูโปรดระวังตัวเถิด หากพวกมันรู้ว่าบ้านหลังนี้มีเนื้อสัตว์และน้ำที่สมบูรณ์..."

เซียวหยวนที่นั่งเงียบอยู่ในเงามืดมาตลอด พลันลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาฉายประกายเย็นเยียบราวกระบี่ที่ถูกลับจนคมกริบ ความเหี้ยมโหดของโจรป่าอู๋หมิงเป็นสิ่งที่เขาเคยได้ยินมาบ้างสมัยที่ยังกุมอำนาจในวังหลวง ทว่าไม่นึกว่าจะใกล้ตัวเพียงนี้

ซูเหยียนนิ่งฟังด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ทว่าในใจกลับกำลังคำนวณแผนการป้องกันผ่านระบบ AI อย่างรวดเร็ว [วิเคราะห์สถานการณ์: โอกาสถูกโจมตีเพิ่มขึ้น 65%... แนะนำ: เสริมความแข็งแกร่งของที่พักและสร้างเครือข่ายเตือนภัย]

"ขอบคุณท่านลุงหลินที่เตือนข้า" ซูเหยียนกล่าวพลางส่งห่อเนื้อให้เขาอีกครั้ง "แต่ข้าเชื่อว่า ความดีที่แบ่งปันจะสร้างกำแพงที่แข็งแกร่งกว่าไม้หรือหิน ท่านจงนำเนื้อนี้ไปเถิด และบอกชาวบ้านว่าซูเหยียนจะอยู่เคียงข้างพวกเขา"

หลินต้าซานรับห่อเนื้อไปด้วยมือที่สั่นเทา น้ำตาแห่งความซาบซึ้งคลอหน่วยตา เขาโค้งคำนับนางอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่เคยทำมา ก่อนจะถอยออกไปท่ามกลางพายุหิมะที่เริ่มทวีความรุนแรง

เมื่อประตูปิดลง ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าความตึงเครียดกลับเพิ่มสูงขึ้น โม่ไป๋หันไปมองซูเหยียน "คุณหนู... หากโจรป่าบุกมาจริงๆ ในสภาพที่เรายังมีคนเจ็บเช่นนี้..."

ซูเหยียนไม่ตอบในทันที นางเดินไปยืนข้างหน้าต่าง จ้องมองเข้าไปในความมืดมิดของผืนป่าที่ซ่อนความตายเอาไว้ แสงไฟจากกองไฟสะท้อนในดวงตาของนางดูราวกับเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ

"โจรป่ามิใช่สิ่งที่ข้ากังวลที่สุดในตอนนี้ โม่ไป๋" นางเอ่ยเสียงเรียบ "สิ่งที่น่ากลัวกว่าโจรคือ 'ความหิว' และ 'ความโลภ' ของคนที่อยู่ใกล้ตัวเราต่างหาก"

ทันใดนั้น เสียงเห่าหอนของสุนัขป่าดังแว่วมาจากที่ไกลๆ สอดรับกับเสียงแจ้งเตือนของระบบ AI ที่ดังขึ้นในห้วงความคิดของนางอีกครั้งเป็นจังหวะรัวเร็ว [คำเตือน! ตรวจพบกลุ่มเป้าหมายที่มีอาวุธจำนวนสิบคน... ระยะห่างหนึ่งลี้... ทิศทางมุ่งตรงมายังพิกัดนี้!]

ซูเหยียนหันกลับมาสบตากับเซียวหยวนที่จ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว แววตาของทั้งคู่สื่อความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยาย

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ข้อเสนอของหวังเถี่ยจู้]**