ตอนที่ 10

***บทที่ 10: ปลดล็อกห้องเก็บของวิเศษ***

ท่ามกลางความเงียบสงัดของถ้ำหินที่มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวอยู่ภายนอก จิตสัมผัสของเสิ่นลู่พลันจมดิ่งเข้าสู่ห้วงมิติไป๋อวี่อย่างรวดเร็ว กลิ่นอายดินที่ชุ่มชื้นและไอมวลอากาศอันบริสุทธิ์ภายในมิติเข้าโอบล้อมร่างจิตของนางเอาไว้ ทันทีที่นางลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าที่ปรากฏกลับมิใช่เพียงทุ่งกว้างสลัวลางเช่นคราก่อน ทว่ากลับมีแสงเรืองรองสีทองสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ดูไร้ขอบเขต

"นายหญิง! ท่านมาแล้ว! ดูนั่นเร็วขอรับ!" เสียงใสกระจ่างของเสี่ยวไป๋ ภูติน้อยผู้ดูแลมิติดังขึ้นพร้อมกับร่างกลมมนสีขาวบริสุทธิ์ที่บินว่อนไปมาด้วยความตื่นเต้นดุจลูกนกที่เพิ่งออกจากรัง

เสิ่นลู่ทอดสายตามองไปยังทิศทางที่เสี่ยวไป๋ชี้นำ นางพบว่าพืชพรรณที่นางเพียรปลูกและเก็บเกี่ยวมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหล่า 'มันเทศ' หัวอวบอ้วนที่ถูกขุดขึ้นมานับร้อยหัวนั้น บัดนี้ได้กลั่นตัวเป็นพลังงานสีเขียวอ่อนไหลวนเข้าสู่แกนกลางของมิติ แสงเหล่านั้นหลอมรวมกันจนเกิดแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ใต้ฝ่าเท้า

[แจ้งเตือน: กระบวนการสะสมพลังงานจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตบรรลุเงื่อนไข มิติไป๋อวี่วิวัฒนาการสู่ระดับที่สอง... ปลดล็อกพื้นที่ส่วนขยาย 'ห้องเก็บของคงสภาพ' สำเร็จ!]

สิ้นเสียงประกาศอันไร้ที่มา บานประตูศิลาโบราณที่เคยตั้งตระหง่านและปิดสนิทอยู่ริมขอบทุ่งหญ้าพลันส่องแสงเจิดจ้า ลวดลายมังกรและเมฆมงคลที่สลักอยู่บนพื้นผิวหินเริ่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต ก่อนที่บานประตูจะเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นห้องโถงกว้างขวางที่ดูเหมือนจะไร้ก้นบึ้ง ภายในนั้นมีบรรยากาศที่แปลกประหลาด มันเงียบสงบและนิ่งงันเสียจนดูเหมือนแม้แต่ฝุ่นผงในอากาศยังหยุดการเคลื่อนไหว

"นี่คือห้องเก็บของที่ท่านเฝ้ารอขอรับนายหญิง!" เสี่ยวไป๋บินเข้าไปวนรอบห้องโถงนั้น "ที่แห่งนี้มีกฎเกณฑ์พิเศษที่แยกตัวออกมาจากมิติหลัก กาลเวลาภายในห้องนี้จะถูกหยุดนิ่งไว้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าท่านจะนำสิ่งใดมาวางไว้ รสชาติ กลิ่น และความสดใหม่จะยังคงเดิมประหนึ่งเพิ่งเก็บเกี่ยวมาเพียงหนึ่งลมหายใจ!"

ดวงตาของเสิ่นลู่เป็นประกายวาววับด้วยความปิติ ในฐานะอดีตพยาบาลสนามที่เคยผ่านความอดอยากในพื้นที่สงคราม นางย่อมรู้ดีว่า 'การถนอมอาหาร' คือหัวใจสำคัญของการเอาชีวิตรอด โดยเฉพาะในฤดูเหมันต์ที่โหดร้ายของแคว้นเป่ยเหยียนเช่นนี้ หากนางสามารถเก็บรักษาผลผลิตโดยไม่เน่าเสีย และไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกความชื้นหรือแมลงกัดกิน นั่นย่อมหมายความว่านางได้กุมชัยชนะเหนือความตายไปครึ่งก้าวแล้ว

นางไม่รอช้า รีบส่งกระแสจิตออกไปสำรวจสิ่งของที่วางระเกะระกะอยู่ในถ้ำหินด้านนอก เพียงแค่การขยับปลายนิ้วเบาๆ และกำหนดจิตอธิษฐาน กองมันเทศป่าที่เพิ่งขุดมาได้ รวมไปถึงเสบียงอาหารแห้งและเมล็ดพันธุ์ที่เหลืออยู่ ก็ถูกดูดซับผ่านอากาศหายวับเข้าไปจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่บนชั้นวางศิลาภายในห้องเก็บของวิเศษทันที

เสิ่นลู่เดินเข้าไปลูบหัวมันเทศที่วางอยู่บนชั้น ความอุ่นร้อนของมันที่เพิ่งผ่านการเผาไฟมายังคงส่งผ่านสู่ปลายนิ้วของนางอย่างชัดเจน "วิเศษนัก... แม้แต่ความร้อนก็ยังถูกกักเก็บไว้ได้"

เมื่อจัดการเคลื่อนย้ายเสบียงทั้งหมดเข้าสู่มิติแล้ว เสิ่นลู่ก็ถอนจิตกลับคืนสู่โลกภายนอก นางลืมตาขึ้นในถ้ำที่บัดนี้ดูโปร่งตาและสะอาดสะอ้านขึ้นกว่าเดิมมาก กลิ่นหอมหวานของมันเทศและกลิ่นดินที่เคยอบอวลดึงดูดแมลงและอาจเรียกความสนใจจากสัตว์ร้ายบัดนี้จางหายไปจนสิ้น เหลือเพียงกลิ่นกรุ่นของไม้สนและไอเย็นจากหิมะด้านนอก

นางมองไปที่หลี่เสี่ยวเป่าซึ่งยังคงนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงไม้ที่นางสร้างขึ้น ความกังวลที่เคยกดทับอยู่ในอกดูจะมลายหายไป การมีมิติที่สามารถเก็บของได้โดยไม่จำกัดและไม่เน่าเสีย ทำให้นางไม่ต้องพะวักพะวนเรื่องการซ่อนอาหารจากสัตว์ป่าหรือผู้คนที่อาจผ่านมาพบอีกต่อไป

ทว่า แม้จะมีมันเทศและเสบียงพื้นฐานเพียงพอ แต่นางก็รู้ดีว่าร่างกายของเด็กที่กำลังเติบโตและเพิ่งฟื้นจากไข้เช่นเสี่ยวเป่า จำเป็นต้องได้รับสารอาหารจำพวกโปรตีนเพื่อสร้างความอบอุ่นและความแข็งแรง เสิ่นลู่เดินไปที่ปากถ้ำ ทอดสายตามองลงไปยังพื้นหิมะขาวโพลนเบื้องล่างที่มีรอยเท้าเล็กๆ ของสัตว์ป่าปรากฏอยู่จางๆ

"มีคลังเก็บของที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้แล้ว ข้าก็ควรจะหา 'เนื้อสด' มาเติมให้เต็มเสียหน่อย"

เสิ่นลู่เหยียดยิ้มบางที่มุมปาก นัยน์ตาฉายแววแน่วแน่ นางเริ่มขยับร่ายกายเพื่อขับไล่ความหนาวเย็น เตรียมพร้อมสำหรับการออกล่าครั้งแรกท่ามกลางฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนอย่างเต็มตัว

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: กับดักแรกในฤดูหนาว]**