ตอนที่ 16

***บทที่ 16: พายุลูกใหญ่กำลังมา***

สิ้นเสียงเตือนของเสี่ยวไป๋ ร่างบางที่ยืนหยัดอยู่หลังกำแพงหินพลันสูดลมหายใจเข้าลึก ไอเย็นยะเยือกที่พุ่งปะทะใบหน้าราวกับคมมีดนับพันกรีดแทงผิวเนื้อ สัญชาตญาณพยาบาลสนามฝ่ายเสบียงที่หล่อหลอมมาจากการเผชิญความเป็นความตายในอดีตถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด นางไม่มีเวลาแม้แต่จะตื่นตระหนกหรือหวาดกลัว เพราะความตายกำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยจังหวะที่เร่งเร้าและโหดร้ายกว่าเดิม

"เสี่ยวไป๋ ระยะเวลาที่พายุจะเข้าปะทะอย่างเต็มรูปแบบเหลืออีกเท่าใด!" เสิ่นลู่เอ่ยถามผ่านห้วงจิต น้ำเสียงของนางเด็ดขาดและหนักแน่น ขณะที่สองขารีบก้าวทะยานออกจากหลังแนวกันลม พลัง 'สัมผัสแห่งธรรมชาติ' ขั้นสูงสุดถูกเร่งเร้าจนสุดกำลังเพื่อสอดส่องหาฟืนแห้งในรัศมีใกล้เคียง

"ไม่เกินครึ่งชั่วยามขอรับนายหญิง! มวลอากาศเย็นเคลื่อนตัวเร็วกว่าที่ประเมินไว้มาก คลื่นความหนาวเย็นระลอกนี้รุนแรงระดับที่สามารถแช่แข็งสายน้ำให้หยุดนิ่งได้ในชั่วพริบตา ท่านต้องเร่งมือเข้าแล้ว!" เสียงของภูติน้อยตอบกลับมาด้วยความร้อนรน

เสิ่นลู่พุ่งตัวไปยังบริเวณชายป่าที่นางเคยสำรวจไว้ สองมือที่เคยบอบบางบัดนี้เต็มไปด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลจากการหล่อเลี้ยงของน้ำทิพย์มิติ นางรวบรวมท่อนฟืน กิ่งไม้ขนาดใหญ่ และใบไม้แห้งทั้งหมดที่ซุกซ่อนอยู่ใต้หิมะบางๆ โยนพวกมันเข้าไปเก็บไว้ในห้องเก็บของคงสภาพของมิติวิเศษไป๋อวี่อย่างบ้าคลั่ง ฟืนคือชีวิตและแสงสว่าง หากไร้ซึ่งเปลวเพลิงคอยให้ความอบอุ่นในพายุหิมะระลอกนี้ ต่อให้มีกำแพงหินแข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่อาจต้านทานมัจจุราชแห่งความเยือกเย็นได้

เมื่อกวาดฟืนในบริเวณใกล้เคียงจนหมดสิ้น เสิ่นลู่หันขวับไปยังลำธารเล็กๆ ที่ตัดผ่านใกล้กับหุบเขา บัดนี้ผิวน้ำเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "พายุลูกนี้จะฝังกลบทุกสิ่ง หากขังตัวเองอยู่ในถ้ำโดยไร้แหล่งน้ำ ย่อมไม่ต่างจากการรอดื่มความตาย" นางประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ มือเรียวคว้าท่อนไม้แข็งกระแทกแผ่นน้ำแข็งใสสะอาดบนผิวน้ำให้แตกออกเป็นก้อนขนาดใหญ่ ก้อนน้ำแข็งบริสุทธิ์นับสิบก้อนถูกส่งเข้าไปเก็บตุนในมิติวิเศษอย่างรวดเร็วเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้สำรอง

ลมเหนือเริ่มพัดกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงหวีดหวิวของมันดุดันราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย หิมะเม็ดเล็กๆ เริ่มโปรยปรายลงมาปะทะใบหน้าจนชาหนึบ เสิ่นลู่รีบหมุนตัวหอบเอาฟืนท่อนสุดท้ายกลับเข้าไปในถ้ำหินอันเป็นที่พักพิง กองไฟเล็กๆ ที่นางสุมไว้ยังคงลุกโชนให้ความอบอุ่น หลี่เสี่ยวเป่าน้อยยังคงหลับสนิทอยู่บนกองฟางที่ปูรองด้วยผ้าห่มเก่าๆ ทว่าอุณหภูมิที่ลดฮวบลงอย่างฉับพลันแม้จะอยู่ภายในถ้ำ ทำให้ร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยเริ่มขดตัวเข้าหากัน ริมฝีปากเล็กๆ เริ่มซีดขาว

เสิ่นลู่ทรุดตัวลงนั่งข้างบุตรชาย ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมไปด้วยความรักของมารดา นางรีบเปิดมิติวิเศษ หยิบเอาผืนหนังกระต่ายป่าหลายผืนที่ดักจับได้ก่อนหน้านี้และนำไปตากจนแห้งสนิทออกมา หนังกระต่ายเหล่านี้มีขนที่ฟูฟ่องและเก็บกักความอบอุ่นได้ดีเยี่ยม ทว่ามันเป็นเพียงแผ่นหนังแยกชิ้น นางจำต้องผสานมันเข้าด้วยกัน

นางนำเถาวัลย์เส้นเล็กที่มีความเหนียวทนทานเป็นเลิศ ซึ่งเก็บรวบรวมมาจากชายป่ามาใช้แทนด้าย สองมือขยับเย็บร้อยแผ่นหนังกระต่ายเข้าด้วยกันอย่างคล่องแคล่ว แม้จะไม่มีเข็มเหล็กชั้นดี แต่นางใช้ปลายมีดสั้นที่ลับจนคมกริบเจาะรูนำร่องอย่างระมัดระวัง ร้อยรัดเส้นเถาวัลย์สลับไปมาด้วยเงื่อนที่แน่นหนาและประณีต ไม่นานนัก หนังกระต่ายหลายผืนก็ถูกถักทอจนกลายเป็นเสื้อกั๊กกันหนาวตัวเล็กที่หนานุ่มและอบอุ่น

เสิ่นลู่ค่อยๆ ประคองร่างของหลี่เสี่ยวเป่าขึ้นมา สวมเสื้อกั๊กหนังกระต่ายทับลงบนเสื้อผ้าชุดเดิมที่บางเฉียบ ขนกระต่ายที่นุ่มนวลและกักเก็บอุณหภูมิได้ดีเยี่ยมแนบชิดกับอกเล็กๆ ทันทีที่สวมใส่เสร็จ สีหน้าของเด็กน้อยก็ดูผ่อนคลายลง ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมอ ความอบอุ่นจากหนังสัตว์ช่วยปกป้องแกนกลางของร่างกายเอาไว้ได้ทันท่วงที

"ฟิ้ววววว! วูบบบบ!"

ทันใดนั้น เสียงลมกรรโชกแรงราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลายก็ดังสะท้านก้องไปทั่วหุบเขาจิ่นซิ่ว ภายนอกถ้ำ ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มถูกกลืนกินด้วยสีขาวโพลนของพายุหิมะที่พัดกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว เกล็ดหิมะขนาดใหญ่เท่าขนเป็ดปลิวว่อนอย่างบ้าคลั่ง บดบังทัศนวิสัยจนสิ้น พายุลูกใหญ่ที่สุดในรอบปีคลื่นลูกที่สองได้มาเยือนอย่างเป็นทางการแล้ว!

ลมหนาวที่รุนแรงพัดม้วนเอาเกล็ดหิมะสาดกระเซ็นผ่านช่องว่างของกำแพงหินหน้าถ้ำเข้ามา ดับเปลวไฟที่ขอบกองไฟจนวูบไหวอย่างน่ากลัว เสิ่นลู่เงยหน้าขึ้นมองปากถ้ำที่ยังคงมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ กายละเอียดของนางสัมผัสได้ถึงไอสังหารจากความหนาวเย็นที่กำลังพุ่งทะลวงเข้ามา หากปล่อยให้ลมมรณะพัดผ่านเข้ามาได้เช่นนี้ ต่อให้มีเสื้อหนังกระต่ายหรือฟืนกองโตประดุจภูเขาก็ไม่อาจรักษาชีวิตรอดพ้นคืนนี้ไปได้!

มัจจุราชสีขาวกำลังพยายามแทรกซึมผ่านปากถ้ำเข้ามาบีบรัดลำคอของพวกนางสองแม่ลูก เสิ่นลู่กัดฟันกรอด ดวงตาเปล่งประกายวาวโรจน์ท้าทายสวรรค์ นางประคองลูกน้อยวางลงในจุดที่ลึกที่สุดของถ้ำ ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนตระหง่าน สองมือจ้องมองไปยังก้อนหิน ดินโคลน และแหล่งน้ำที่นางขุดเตรียมไว้ นางเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น ก่อนที่ความหนาวเหน็บจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งในหุบเขาแห่งนี้จนหมดสิ้น!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ปิดตายหน้าถ้ำ]**