ตอนที่ 19
***บทที่ 19: ฝันร้ายและความแค้นที่ฝังลึก***
ลมหนาวพัดกรรโชกแรงราวกับคมมีดนับพันเล่มที่กรีดแทงทะลุผิวหนัง หิมะสีขาวโพลนร่วงหล่นลงมาอย่างบ้าคลั่งจนบดบังทัศนวิสัยสิ้น... สัมผัสอบอุ่นจากผ้าห่มและกลิ่นหอมของผักกาดดองในถ้ำศิลาเลือนหายไป แทนที่ด้วยความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกทะลวงถึงกระดูกดำ
"นังตัวดี! สามีแกตายไปแล้ว แกยังกล้าซ่อนเสบียงไว้อีกหรือ!"
เสียงตวาดแหลมปรี๊ดของหญิงชราดังแหวกเสียงพายุหิมะ เสิ่นลู่สะดุ้งสุดตัวในห้วงฝัน ภาพตรงหน้าคือใบหน้าเหี่ยวย่นที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจและเห็นแก่ตัวของ 'หลี่หรงฮวา' แม่สามีใจดำ หญิงชราผู้นั้นกำลังเงื้อมือขึ้นสูง ก่อนจะฟาดไม้เท้าเนื้อแข็งลงมาบนแผ่นหลังของร่างเดิมอย่างไม่ออมแรง
"โอ๊ย! ท่านแม่ ข้าไม่ได้ซ่อน มันคือส่วนของเสี่ยวเป่า... ปล่อยพวกข้าไปเถิด!" ร่างเดิมกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พลางขดตัวกอดบุตรชายตัวน้อยที่ร้องไห้จ้าไว้แนบอกเพื่อใช้แผ่นหลังของตนเป็นโล่กำบัง ทว่าหลี่หรงฮวากลับไม่แยแส กระชากห่อผ้าซอมซ่อที่ซุกซ่อนอยู่ในอกเสื้อของนางออกมาอย่างไร้ปรานี
ก้อนแป้งธัญพืชหยาบๆ สองก้อนที่ร่างเดิมยอมอดมื้อกินมื้อ สละเลือดตาแทบกระเด็นเก็บไว้ประทังชีวิตบุตรชาย ถูกแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา
"อาหารมีจำกัด ตระกูลหลี่ไม่มีเสบียงเหลือเผื่อแผ่ให้ตัวกาลกิณีอย่างแกกับไอ้เด็กอมโรคหรอก! ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าข้า ไปตายที่ไหนก็ไป!"
แรงถีบจากปลายเท้าของหญิงชราส่งร่างผอมบางของสองแม่ลูกกลิ้งคลุกกองหิมะที่เย็นเยียบ ประตูไม้บานใหญ่ถูกปิดกระแทกใส่หน้า ทิ้งให้แม่ลูกผู้อ่อนแอต้องเผชิญกับพายุหิมะมฤตยูเพียงลำพัง ความสิ้นหวัง ความหนาวเย็นที่แช่แข็งเส้นเลือด และความคับแค้นใจอันแสนสาหัสที่ถูกหักหลังและเหยียบย่ำ พุ่งพล่านขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ความเจ็บปวดนั้นมิใช่เพียงทางกาย แต่เป็นบาดแผลฉกรรจ์ในจิตวิญญาณของร่างเดิมที่หลงเหลืออยู่!
"เฮือก!"
เสิ่นลู่เบิกตาโพลง ทะลึ่งพรวดขึ้นนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายเต็มหน้าผากมนแม้ภายในป้อมปราการถ้ำแห่งนี้จะอบอุ่นเพียงใดก็ตาม หัวใจในอกซ้ายเต้นรัวแรงราวกับรัวกลองศึก ความโกรธเกรี้ยวและเคียดแค้นของร่างเดิมที่ตกค้างอยู่ในก้นบึ้งของความทรงจำ ยังคงไหลเวียนอยู่ในสายเลือดจนมือเล็กๆ ของนางสั่นเทา
ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้จัดการกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เสียงละเมอสะอื้นไห้ก็ดังมาจากร่างเล็กจ้อยที่นอนขดตัวอยู่ข้างกาย
"ฮือ... ท่านย่า... อย่าแย่งของข้าไป... ข้าหิว... ท่านแม่ ข้าหิวเหลือเกิน..."
คำพูดไร้เดียงสาของหลี่เสี่ยวเป่าที่หลุดออกมาจากจิตใต้สำนึก เปรียบเสมือนเข็มแหลมทะลวงใจคนเป็นแม่ เสิ่นลู่รู้สึกปวดหนึบในอก นางรีบก้มลงไปประคองร่างเล็กที่กำลังดิ้นรนด้วยความหวาดกลัวในฝันร้ายเข้ามากอดไว้แนบอก ลูบแผ่นหลังบอบบางอย่างอ่อนโยน
"ไม่ร้องนะเด็กดี... แม่ระวังหลังให้เจ้าแล้ว อยู่ตรงนี้ไม่มีใครมาแย่งอาหารของเราได้อีก" เสิ่นลู่กระซิบปลอบประโลมริมหู ใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "เจ้าจะไม่ต้องทนหนาวเหน็บและหิวโหยอีกต่อไป แม่สัญญา... แม่สัญญาด้วยชีวิต"
สัมผัสอบอุ่นและจังหวะหัวใจที่คุ้นเคยของมารดา ทำให้เด็กน้อยค่อยๆ คลายความหวาดผวาลงและเข้าสู่ห้วงนิทราที่สงบสุขอีกครั้ง ทว่าแววตากระจ่างใสของเสิ่นลู่ในยามนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี
ความแค้นของร่างเดิม... ข้าขอรับไว้เอง!
หลี่หรงฮวาและตระกูลหลี่ พวกมันกล้าทอดทิ้งสตรีไร้ทางสู้และเด็กตัวเล็กๆ ให้รอความตายอยู่กลางกองหิมะ เพียงเพื่อแย่งชิงเสบียงอันน้อยนิด ความโหดเหี้ยมเช่นนี้ หากสวรรค์เบื้องบนไม่ยอมลงทัณฑ์ นางนี่แหละจะเป็นผู้ทวงคืนความยุติธรรมและคิดบัญชีแค้นนี้ด้วยมือของนางเอง!
แต่เสิ่นลู่ย่อมรู้ดี การแก้แค้นที่เจ็บแสบที่สุด มิใช่การบุกไปทุบตีเข่นฆ่าให้มือเปื้อนเลือด หากแต่เป็นการมีชีวิตรอดอย่างงดงามและยิ่งใหญ่ตระการตา!
หญิงสาวกำหมัดแน่น ในเมื่อสวรรค์ประทานชีวิตใหม่ให้นาง ซ้ำยังมอบมิติวิเศษไป๋อวี่ พลังสัมผัสแห่งธรรมชาติขั้นสูงสุด และน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถพลิกฟื้นสรรพสิ่ง นางจะใช้สองมือนี้แหละเปลี่ยนหุบเขาจิ่นซิ่วอันรกร้างแห่งนี้ให้กลายเป็นสวรรค์บนดินทางการเกษตร นางจะปลูกสมุนไพรล้ำค่า ถนอมอาหารเลิศรส และสร้างฐานะให้ร่ำรวยมั่งคั่งจนผู้คนทั้งแคว้นเป่ยเหยียนต้องแหงนหน้ามองด้วยความอิจฉา
สักวันหนึ่ง... วันที่พวกตระกูลหลี่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างยากแค้น พวกมันจะต้องเบิกตาดูความรุ่งโรจน์ของคนที่พวกมันเคยเหยียบย่ำประดุจมดปลวก นางจะตบหน้าพวกมันด้วยความสำเร็จ จะบีบคั้นให้พวกมันต้องกระอักเลือดด้วยความเสียดายและอดสูจนหาที่แทรกแผ่นดินหนี!
เวลาล่วงเลยผ่านไปในความเงียบงัน จนกระทั่งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลอดช่องลมเข้ามา เสิ่นลู่ผู้ซึ่งไม่อาจข่มตาหลับลงได้อีก ค่อยๆ วางร่างของบุตรชายลงบนผืนผ้าห่มอย่างเบามือ นางเตรียมตัวจะลุกขึ้นไปชำระล้างใบหน้าและตรวจดูเสบียงที่จัดเก็บไว้
ทว่าในจังหวะนั้นเอง สรรพเสียงภายนอกถ้ำที่เคยกึกก้องด้วยเสียงคำรามของพายุหิมะมาตลอดหลายวันหลายคืน กลับหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน ความเงียบสงัดที่ผิดปกติเข้าปกคลุมทั่วบริเวณหุบเขาจิ่นซิ่ว
ก่อนที่เสิ่นลู่จะทันได้คลายความสงสัย เสียง *'ตึง!'* หนักๆ คล้ายกับมีวัตถุขนาดใหญ่บางอย่างร่วงหล่นลงมาจากหน้าผาสูงชัน กระแทกเข้ากับกองหิมะบริเวณปากทางเข้าถ้ำอย่างจัง จนเศษหินและหิมะที่เกาะอยู่หน้าประตูกั้นร่วงกราวลงมา!
นางเบิกตากว้าง มือเรียวรีบคว้ามีดหินที่ลับจนคมกริบขึ้นมาถือไว้มั่น สัญชาตญาณระวังภัยตื่นตัวเต็มที่... สิ่งใดกันที่ร่วงตกลงมาขวางหน้าประตูถ้ำของนาง ในยามที่พายุเพิ่งจะสงบลงเช่นนี้!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: พายุสงบและของขวัญจากธรรมชาติ]**