ตอนที่ 20

***บทที่ 20: พายุสงบและของขวัญจากธรรมชาติ***

มือเรียวที่กำมีดหินสั่นสะท้านเล็กน้อย ทว่าแววตาของเสิ่นลู่กลับฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยวและระแวดระวังถึงขีดสุด ลมหายใจของนางผ่อนเข้าออกอย่างเชื่องช้า พยายามจับสัมผัสความเคลื่อนไหวหลังกองหินและหิมะที่พังทลายลงมาปิดปากถ้ำ

ทว่า... สรรพเสียงรอบกายกลับเงียบสงัด เงียบจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัวอยู่ในอก เสียงหวีดหวิวของพายุหิมะที่เกรี้ยวกราดมาตลอดห้าวันห้าคืนเต็มได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าความบ้าคลั่งของเหมันตฤดูได้ถูกปัดเป่าออกไปจนสิ้น

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดบุกรุกเข้ามา เสิ่นลู่จึงค่อยๆ ลดมีดหินในมือลง นางก้าวเท้าเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง สองมือเริ่มลงแรงรื้อถอนก้อนหินและทลายกองหิมะที่ปิดกั้นช่องทางออก ยิ่งขุดคุ้ย แสงสว่างอันเจิดจ้าก็ยิ่งสาดส่องลอดเข้ามา กลิ่นอายความหนาวเย็นยะเยือกแต่บริสุทธิ์ของอากาศภายนอกพัดโชยปะทะใบหน้า

เมื่อก้อนหินก้อนสุดท้ายถูกดันออกไป ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้นางถึงกับเบิกตากว้าง หุบเขาจิ่นซิ่วที่เคยถูกบดบังด้วยพายุคลั่ง บัดนี้ถูกห่มคลุมด้วยผืนพรมหิมะสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา แสงตะวันยามรุ่งอรุณสาดส่องลงมากระทบเกล็ดหิมะจนเปล่งประกายระยิบระยับดั่งเพชรน้ำงาม ท้องฟ้าเปิดโล่งเป็นสีครามกระจ่างใส พายุหิมะอันโหดร้ายได้สงบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเสิ่นลู่หาใช่ความงามของทิวทัศน์เบื้องหน้าไม่ แต่มันคือต้นเหตุของเสียงดังสนั่นเมื่อครู่นี้ต่างหาก!

ห่างจากปากถ้ำไปเพียงไม่กี่ก้าว บนกองหิมะที่ยุบตัวลงเป็นหลุมลึก ปรากฏร่างของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ มันคือกวางป่าตัวโตเต็มวัยที่มีเขาสวยงาม ทรวดทรงกำยำล่ำสัน ทว่าบัดนี้กลับไร้ซึ่งลมหายใจ ขาทั้งสี่ของมันบิดเบี้ยวผิดรูป ร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยเกล็ดน้ำแข็งบางๆ บ่งบอกว่ามันคงพลัดตกลงมาจากหน้าผาสูงชันเบื้องบนในช่วงที่พายุรุนแรงที่สุด และความหนาวเย็นยะเยือกก็ได้แช่แข็งร่างของมันไว้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับอยู่ในห้องน้ำแข็งธรรมชาติ

"สวรรค์เมตตาแล้ว..." เสิ่นลู่พึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาเปล่งประกายด้วยความปีติยินดีอย่างหาที่สุดมิได้

นี่มิใช่เพียงซากสัตว์ แต่มันคือของขวัญชิ้นใหญ่จากธรรมชาติ! กวางป่าตัวนี้นับเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่า เนื้อของมันอุดมไปด้วยพลังงานและสารอาหารที่จะช่วยบำรุงร่างกายอันผอมแห้งของนางและเสี่ยวเป่าให้กลับมาแข็งแรง กระดูกสามารถนำมาเคี่ยวเป็นซุปกระดูกรสเลิศเพื่อฟื้นฟูพละกำลัง และที่สำคัญที่สุด หนังของมันหนาและนุ่มฟู หากนำมาฟอกให้ดี ย่อมสามารถตัดเย็บเป็นเสื้อคลุมกันหนาวชั้นยอด ให้พวกเขาสองแม่ลูกรอดพ้นจากความหนาวเหน็บในฤดูหนาวอันยาวนานนี้ได้อย่างแน่นอน

แต่อุปสรรคใหญ่หลวงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ซากกวางป่าตัวนี้มีขนาดใหญ่โตนัก น้ำหนักของมันย่อมไม่ต่ำกว่าร้อยชั่ง ลำพังเรี่ยวแรงของสตรีร่างผอมบางเช่นนาง จะลากขุมทรัพย์ชิ้นนี้กลับเข้าถ้ำได้อย่างไร? เสิ่นลู่ลองจับที่เขาของมันแล้วออกแรงดึง ทว่าร่างนั้นกลับขยับเขยื้อนเพียงแค่นิดเดียว ซ้ำยังจมลึกลงไปในหิมะนุ่ม

นางยืนหอบหายใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ทว่าเพียงชั่วครู่ รอยยิ้มมั่นใจก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง นางมิใช่สตรีอ่อนแอที่ไร้ทางสู้ เสิ่นลู่หลับตาลง กำหนดจิตสื่อสารกับมิติวิเศษไป๋อวี่ที่สถิตอยู่กลางหน้าอก เพียงชั่วอึดใจ น้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์หยดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนปลายนิ้ว นางส่งมันเข้าปากกลืนลงคออย่างรวดเร็ว

พริบตาเดียว ความอบอุ่นสายหนึ่งก็แผ่ซ่านจากจุดตันเถียน กระจายไปตามเส้นชีพจรทั่วสรรพางค์กาย ความเหนื่อยล้าสะสมมลายหายไปสิ้น กล้ามเนื้อที่เคยอ่อนแรงกลับเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังมหาศาลที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาใหม่

เมื่อเรี่ยวแรงฟื้นคืน นางจึงเริ่มใช้สติปัญญา เสิ่นลู่กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเดินไปหยิบท่อนไม้เนื้อแข็งท่อนใหญ่ที่ร่วงหล่นอยู่ไม่ไกล และกลิ้งก้อนหินผิวเรียบขนาดพอเหมาะมาวางไว้ใกล้กับซากกวาง

นางประยุกต์ใช้หลักการของคานงัด สอดปลายท่อนไม้เข้าไปใต้ลำตัวอันหนักอึ้งของกวางป่า โดยใช้ก้อนหินเป็นจุดหมุน สองมือจับที่ปลายไม้อีกด้านให้มั่น อาศัยทั้งน้ำหนักตัวและพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นจากน้ำทิพย์ กดปลายไม้ลงอย่างสุดแรง!

"ฮึบ!"

เสียงเนื้อเสียดสีกับหิมะดังขึ้น ร่างอันหนักอึ้งของกวางป่าถูกงัดจนลอยขึ้นและพลิกกลิ้งเข้าหาปากถ้ำไปได้เกือบครึ่งจ่าง เสิ่นลู่ปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม นางขยับก้อนหินและท่อนไม้เข้าประจำจุดใหม่ แล้วออกแรงงัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างอดทนและมีจังหวะ

ด้วยความมุมานะประสานกับสติปัญญาและพลังจากมิติวิเศษ ในที่สุด ซากกวางป่าขนาดมหึมาก็ถูกลากข้ามธรณีประตูหินเข้ามาภายในโถงถ้ำอันอบอุ่นได้สำเร็จ เสิ่นลู่รีบกลิ้งก้อนหินปิดปากถ้ำตามเดิมเพื่อป้องกันลมหนาวและพรางสายตาจากภายนอก

นางทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอยู่ข้างผลงานชิ้นเอก มองซากกวางป่าตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย มือเรียวหยิบมีดหินที่ลับจนคมกริบขึ้นมา เตรียมพร้อมที่จะชำแหละแยกส่วนเนื้อและหนังอันมีค่า ก่อนที่ความอบอุ่นภายในถ้ำจะทำให้มันละลายและสูญเสียความสดใหม่

ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปลายมีดหินกำลังจะกดลงบนผิวหนังของกวาง พลัง 'สัมผัสแห่งธรรมชาติ' ขั้นสูงสุดในร่างของเสิ่นลู่กลับกระตุกวาบอย่างรุนแรง!

ขนอ่อนตามร่างกายของนางลุกซู่ สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องดังก้องอยู่ในโสตประสาท เสียงเหยียบย่ำหิมะดังกรอบแกรบแผ่วเบา... แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน หากนางไม่มีพลังสัมผัสธรรมชาติคงไม่อาจรับรู้ ทว่ามันกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ปากถ้ำของนางอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือดและจิตสังหารอันดุร้ายที่แผ่ซ่านทะลุช่องลมเข้ามา!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ชำแหละและถนอมอาหาร]**