ตอนที่ 21
***บทที่ 21: ชำแหละและถนอมอาหาร***
เสิ่นลู่กลั้นหายใจ ร่างกายแข็งเกร็งราวกับรูปสลักน้ำแข็ง มือเรียวที่จับด้ามมีดหินกระชับแน่นจนข้อขาวซีด ดวงตาหงส์หรี่ลงเพ่งมองไปยังรอยต่อของก้อนหินใหญ่ที่ปิดปากถ้ำเอาไว้ พลัง 'สัมผัสแห่งธรรมชาติ' ขั้นสูงสุดแผ่ขยายออกไปครอบคลุมอาณาบริเวณด้านนอก สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคาวเลือดและลมหายใจฟืดฟาดของสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโซ
มันคือหมาป่าหิมะตัวมหึมาที่ตามรอยเลือดของกวางป่ามา!
เสียงกรงเล็บแหลมคมขูดขีดลงบนก้อนหินดังครืดคราดชวนให้ขนลุกซู่ เสิ่นลู่ขยับกายไปบังร่างของหลี่เสี่ยวเป่าเอาไว้สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งทะยาน ทว่าก้อนหินที่นางใช้ปิดปากถ้ำนั้นหนักอึ้งและสบเข้าเหลี่ยมมุมของปากถ้ำพอดี หมาป่าหิมะที่อยู่นอกถ้ำพยายามตะกุยตะกายและดุนดันอยู่นานนับเค่อ แต่ก็ไม่อาจขยับก้อนหินได้แม้แต่น้อยกึ่งชุ่น
ในที่สุด เมื่อตระหนักว่าไม่อาจชิงเหยื่ออันโอชะหลังกำแพงหินนี้ได้ เสียงหอนยาวเหยียดด้วยความขัดใจก็ดังแหวกฝ่าพายุหิมะออกไป ก่อนที่ฝีเท้าหนักๆ ของมันจะค่อยๆ ย่ำห่างออกไปและเลือนหายไปในความมืดมิดของหุบเขาจิ่นซิ่ว
เสิ่นลู่ลอบระบายลมหายใจยาว เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมเต็มแผ่นหลัง นางลดมีดหินในมือลง ก่อนจะหันกลับมามองซากกวางป่าตัวโตที่นอนทอดร่างอยู่กลางโถงถ้ำ แววตาของนางกลับมาเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นอีกครั้ง
"เสี่ยวเป่า มาช่วยแม่ทางนี้หน่อยลูก" นางเอ่ยเรียกบุตรชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หลี่เสี่ยวเป่าที่นั่งหลบอยู่มุมถ้ำอย่างรู้ความรีบวิ่งเตาะแตะเข้ามาหา แววตาของเด็กน้อยไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความเชื่อใจอย่างเต็มเปี่ยมที่มีต่อมารดา "ท่านแม่ จะให้ข้าช่วยอันใดหรือขอรับ?"
"ลูกช่วยถือคบเพลิงไม้สนส่องสว่างให้แม่ทีนะ แม่จะต้องจัดการเจ้านี่ก่อนที่เนื้อของมันจะแข็งจนเฉือนไม่เข้า" เสิ่นลู่กล่าวพลางลูบศีรษะเล็กๆ นั้นเบาๆ
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก สองมือป้อมๆ ประคองท่อนไม้สนที่ติดไฟสว่างไสว ยืนหยัดทำหน้าที่ผู้ช่วยตัวน้อยอย่างแข็งขัน แสงไฟสีส้มอมแดงสาดส่องลงบนซากกวางป่า เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำของสัตว์ป่าที่อุดมไปด้วยเนื้อและไขมัน
เสิ่นลู่สูดลมหายใจเข้าลึก นำความรู้ด้านสรีรวิทยาจากการเป็นพยาบาลสนามในอดีตชาติมาประยุกต์ใช้อย่างเต็มที่ แม้โครงสร้างของคนและสัตว์จะต่างกัน แต่หลักการของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อนั้นคล้ายคลึงกัน นางจรดปลายมีดหินที่ลับจนคมกริบลงบนคอของกวางป่า ลงน้ำหนักมืออย่างแม่นยำและเฉียบขาด
กร้วม... เสียงมีดหินกรีดผ่านชั้นผิวหนังดังขึ้นอย่างถนัดถนี่
เป้าหมายแรกและสำคัญที่สุดในยามนี้คือ 'หนัง' เสิ่นลู่ค่อยๆ กรีดนำร่องไปตามแนวหน้าอก ลากยาวไปจนถึงช่วงท้องและโคนขา นางใช้ปลายนิ้วสอดเข้าไปใต้ชั้นหนัง ค่อยๆ เลาะแยกผิวหนังออกจากชั้นไขมันและกล้ามเนื้ออย่างเบามือและใจเย็น นางระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ปลายมีดกรีดทะลุผืนหนังอันล้ำค่านี้ เพราะในห้วงความคิดของนาง ผืนหนังกวางที่สมบูรณ์ผืนนี้คือเสื้อคลุมกันหนาวชั้นเลิศที่จะช่วยปกป้องนางและบุตรชายจากพายุหิมะอันโหดร้ายของแคว้นเป่ยเหยียน
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดหนังกวางผืนใหญ่ที่ไร้รอยตำหนิก็ถูกลอกออกมาได้อย่างหมดจด เสิ่นลู่วางมันพาดไว้บนโขดหินแห้งๆ เพื่อเตรียมรอการฟอกในขั้นตอนต่อไป
เมื่อปราศจากผิวหนังปกคลุม มัดกล้ามเนื้อสีแดงสดที่แทรกซอนด้วยไขมันสีขาวก็ปรากฏแก่สายตา เสิ่นลู่เริ่มขั้นตอนการชำแหละเนื้อ นางลงมีดตัดแยกส่วนขาหน้า ขาหลัง ซี่โครง และเนื้อสันหลังออกจากกันอย่างเป็นระเบียบ เนื้อกวางป่าตัวนี้มีปริมาณมหาศาล หากเป็นสตรีชาวบ้านทั่วไปคงสติแตกไปแล้วว่าจะจัดการกับเนื้อกองโตนี้อย่างไรไม่ให้เน่าเสีย ทว่าสำหรับเสิ่นลู่ นางมีไพ่ตายที่เหนือกว่าผู้ใด
"เสี่ยวไป๋ เปิดห้องเก็บของคงสภาพ" นางส่งกระแสจิตสื่อสารกับภูติน้อยผู้ดูแลมิติวิเศษไป๋อวี่
"รับทราบขอรับนายหญิง!" เสียงใสแจ๋วของเสี่ยวไป๋ดังก้องในหัว พร้อมกับช่องว่างมิติที่เปิดออกเบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ
เสิ่นลู่ไม่รอช้า นางทยอยยกก้อนเนื้อชิ้นใหญ่ที่ชำแหละเรียบร้อยแล้วส่งเข้าไปในมิติวิเศษอย่างต่อเนื่อง เนื้อแดงสดกว่าแปดในสิบส่วนถูกจัดเก็บเข้าสู่ห้องเก็บของคงสภาพ ซึ่งจะรักษาสภาพความสดใหม่ของเนื้อเอาไว้ได้ตลอดกาลราวกับเพิ่งถูกชำแหละใหม่ๆ นางจงใจเหลือเนื้อส่วนติดซี่โครงและเนื้อสันนุ่มๆ ไว้เพียงเล็กน้อยสำหรับเป็นเสบียงสดในสองสามวันนี้ นี่คือการจัดการทรัพยากรที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่หลงเหลือความสูญเปล่าแม้แต่น้อย
"เสี่ยวเป่า ดูนี่สิลูก" เสิ่นลู่กวักมือเรียกบุตรชายให้ขยับเข้ามาใกล้ หลังจากจัดการเก็บเนื้อเสร็จสิ้น นางใช้ปลายมีดหินค่อยๆ งัดและดึงเส้นสายสีขาวขุ่นที่เหนียวหนึบออกมาจากบริเวณรอยต่อของข้อเท้าและกล้ามเนื้อขากวาง
"สิ่งนี้คืออันใดหรือขอรับท่านแม่? มันดูเหนียวๆ กินได้หรือไม่?" เสี่ยวเป่าเอียงคอถามด้วยความฉงน
เสิ่นลู่หัวเราะเบาๆ "กินไม่ได้หรอกลูก นี่คือ 'เอ็นกวาง' มันเป็นของล้ำค่าเชียวนะ เมื่อเรานำมันไปขูดเอาเนื้อเยื่อที่ติดอยู่ออกจนหมด แล้วนำไปตากไฟให้แห้งสนิท มันจะกลายเป็นเส้นเชือกที่เหนียวและทนทานที่สุด แม่จะใช้มันสร้างหน้าไม้ ทำกับดักสัตว์ และมัดโครงสร้างต่างๆ ในอนาคต มันจะไม่มีวันขาดง่ายๆ เหมือนเถาวัลย์ทั่วไป"
นางอธิบายพลางบรรจงนำเส้นเอ็นกวางหลายเส้นไปแขวนพาดไว้บนราวไม้ที่นางทำขึ้นลวกๆ ใกล้กับกองไฟ เพื่อให้ความร้อนช่วยไล่ความชื้นและตากให้แห้งอย่างช้าๆ
หลังจากจัดการกับเนื้อ หนัง และเอ็นเสร็จสิ้น สิ่งที่เหลืออยู่คือโครงกระดูกขนาดใหญ่และกระดูกท่อนขาที่อุดมไปด้วยไขกระดูกอันโอชะ เสิ่นลู่ยกท่อนไม้ขนาดพอเหมาะขึ้นมา อาศัยจังหวะและพละกำลัง ทุบลงไปบนกระดูกท่อนขาของกวางจนแตกออกเป็นสองซีก เผยให้เห็นไขกระดูกสีขาวนวลที่ซ่อนอยู่ภายใน
"วันนี้พวกเราเหน็ดเหนื่อยกันมามากแล้ว แม่จะต้มซุปกระดูกกวางบำรุงกำลังให้เจ้ากินนะเสี่ยวเป่า"
นางนำหม้อดินเผาใบเก่าที่ทำความสะอาดแล้วมาตั้งบนกองไฟ ใส่ก้อนหิมะสะอาดลงไปจนละลายกลายเป็นน้ำเดือดพล่าน จากนั้นจึงโยนท่อนกระดูกกวางที่ทุบแล้วลงไป ตามด้วยรากมันป่าเกล็ดหิมะที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ และสมุนไพรป่าที่มีฤทธิ์ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายที่นางแอบนำออกมาจากมิติวิเศษ
ไม่นานนัก กลิ่นหอมหวนของน้ำซุปกระดูกที่เคี่ยวจนงวดก็ลอยอบอวลไปทั่วทั้งถ้ำ ไขกระดูกละลายปนกับน้ำซุปจนกลายเป็นสีขาวขุ่นข้น มันป่าเกล็ดหิมะก็สุกเปื่อยจนแทบจะละลายในปาก กลิ่นหอมของเนื้อและสมุนไพรผสานกันอย่างลงตัว ทำเอากระเพาะน้อยๆ ของหลี่เสี่ยวเป่าส่งเสียงร้องจ๊อกๆ ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เด็กน้อยหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ยกมือขึ้นกุมท้องตัวเอง เสิ่นลู่มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดู นางตักซุปกระดูกร้อนๆ พร้อมด้วยเนื้อติดซี่โครงที่เปื่อยนุ่ม ใส่ชามไม้ใบเล็กแล้วเป่าไล่ความร้อนเบาๆ ก่อนจะยื่นให้บุตรชาย
"ค่อยๆ กินนะลูก ระวังร้อน"
เสี่ยวเป่ารับชามไปประคองไว้ ซดน้ำซุปคำแรกเข้าปาก ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างเป็นประกาย "อร่อย! อร่อยมากเลยขอรับท่านแม่! ร่างกายของข้าอุ่นขึ้นมาทันทีเลย"
สองแม่ลูกนั่งพิงโขดหินข้างกองไฟ ดื่มด่ำกับซุปกระดูกกวางอันเลิศรสที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและสติปัญญา ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากกระเพาะอาหารไปทั่วสรรพางค์กาย ขับไล่ความหนาวเหน็บและเหนื่อยล้าจนมลายสิ้น หลี่เสี่ยวเป่ากินจนพุงน้อยๆ ป่องออก ก่อนจะผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของมารดาด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม
เสิ่นลู่กระชับผ้าห่มคลุมร่างบุตรชาย พลางมองดูกองหนังกวางและเส้นเอ็นที่ตากอยู่ใกล้กองไฟ ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างพึงพอใจ การเตรียมเสบียงและทรัพยากรในคราวนี้ ทำให้ความมั่นคงในชีวิตของพวกเขาก้าวหน้าไปอีกขั้นใหญ่
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในถ้ำกำลังสงบสุขและอบอุ่นอยู่นั้นเอง...
ครืนนนน...!
จู่ๆ ผืนดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง เศษฝุ่นและเกล็ดหิมะจากเพดานถ้ำร่วงกราวลงมา เสิ่นลู่เบิกตากว้าง รีบโอบกอดร่างของเสี่ยวเป่าไว้แน่น พลังสัมผัสแห่งธรรมชาติถูกกระตุ้นขึ้นถึงขีดสุด เสียงกึกก้องกัมปนาทดังมาจากยอดเขาหลิงซานด้านนอก ราวกับมังกรยักษ์ที่กำลังคำรามเกรี้ยวกราด มวลหิมะมหาศาลนับหมื่นตันกำลังถล่มครืนลงมาจากยอดเขา บดขยี้ทุกสรรพสิ่งในเส้นทาง และเป้าหมายของมันกำลังพุ่งตรงมายังตำแหน่งปากถ้ำที่พวกนางซ่อนตัวอยู่!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เสื้อคลุมหนังหน้าหนาว]**