ตอนที่ 24

***บทที่ 24: ไก่ฟ้าอารมณ์ร้าย***

บรรยากาศรอบด้านเย็นยะเยือกจนแทบจับขั้วหัวใจ ทว่าอุณหภูมิในสายตาของเสิ่นลู่กลับร้อนระอุด้วยความระแวดระวัง สิ่งมีชีวิตที่ซุกตัวอยู่ใต้กองใบไม้แห้งและกิ่งไม้สุมนั้นมิใช่อสูรร้ายในตำนานแต่อย่างใด ทว่ามันคือ 'ไก่ฟ้าป่าตัวเมีย' ขนาดใหญ่โตกว่าไก่ป่าทั่วไป ขนสีดำเหลือบทองของมันพองฟู ข่มขู่ศัตรูให้เห็นถึงความเกรี้ยวกราดอันไร้ที่สิ้นสุดของสัญชาตญาณความเป็นแม่

"เป่าเอ๋อร์ ถอยไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ตรงนั้นก่อน อย่าส่งเสียงเด็ดขาด" เสิ่นลู่กระซิบสั่งบุตรชายโดยไม่ละสายตาจากเป้าหมายเบื้องหน้า หลี่เสี่ยวเป่าพยักหน้าอย่างว่าง่าย เขารีบก้าวถอยหลังด้วยปลายเท้าอย่างเงียบเชียบที่สุด สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่ถูกหล่อหลอมมาตลอดฤดูหนาวทำให้เด็กรู้ดีว่ายามใดควรถอย

เมื่อบุตรชายอยู่ในระยะปลอดภัย เสิ่นลู่จึงค่อยๆ ขยับตัว นางสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิและกระตุ้นพลัง 'สัมผัสแห่งธรรมชาติ' ขั้นสูงสุดที่เพิ่งทะลวงผ่าน ทว่าพลังนี้มิใช่เวทมนตร์สะกดจิตสัตว์ป่า มันเพียงทำให้นางรับรู้ถึงจังหวะกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ และทิศทางการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าได้แม่นยำขึ้นเท่านั้น

ไก่ฟ้าป่าตัวเมียจ้องมองผู้บุกรุกด้วยดวงตาสีแดงก่ำ มันส่งเสียงขู่ฟ่อก้องกังวานในลำคอ ก่อนจะตัดสินใจว่ามนุษย์สตรีผู้นี้ล้ำเส้นเขตแดนของมันมากเกินไปแล้ว!

*พรึ่บ!*

ปีกหนาหนักที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อกระพืออย่างรุนแรง กวาดเอาหิมะและใบไม้แห้งปลิวว่อน บดบังวิสัยทัศน์ชั่วขณะ ไก่ฟ้าอารมณ์ร้ายพุ่งทะยานออกจากรังด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ จะงอยปากแหลมคมราวกับกริชพุ่งเป้าหมายมาที่ใบหน้าของเสิ่นลู่โดยตรง!

นางเบี่ยงศีรษะหลบตามสัญชาตญาณ ทว่าไก่ป่าตัวนี้ดุร้ายและปราดเปรียวยิ่งนัก เมื่อพลาดเป้าแรก มันก็ตวัดกรงเล็บแหลมคมเข้าใส่แขนเสื้อของนาง พร้อมกับจิกจะงอยปากลงบนหลังมือของนางอย่างเต็มแรง!

"โอ๊ย!"

เสิ่นลู่ร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกเหมือนถูกเหล็กแหลมทิ่มแทงทะลุผิวหนัง หยาดเลือดสีแดงฉานซึมซาบออกมาจากรอยจิก ทว่าความเจ็บปวดนี้กลับจุดประกายความดุดันในตัวของพยาบาลสนามผู้ผ่านความเป็นความตายมาแล้ว นางกัดฟันกรอด ข่มความเจ็บปวดไว้ในใจ หากเป็นสตรีชาวบ้านทั่วไปคงตกใจหนีเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว แต่นางคือเสิ่นลู่!

"เจ้าไก่บ้า รังแกคนเกินไปแล้ว!"

แทนที่จะสะบัดมือหนี เสิ่นลู่กลับอาศัยจังหวะที่ไก่ฟ้าป่ากำลังชะงักจากการจิก พุ่งตัวสวนเข้าไปหาอย่างไม่กลัวเกรง ความคล่องแคล่วว่องไวที่ได้รับการฟื้นฟูจากการดื่มน้ำทิพย์แห่งมิติไป๋อวี่ผสานกับสัญชาตญาณการต่อสู้ระยะประชิด ทำให้นางตะครุบสองมือลงบนลำตัวที่อวบอ้วนของมันอย่างแม่นยำ!

*กะต๊าก! กรู๊ววว!*

ไก่ฟ้าป่าดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง มันตีปีกพั่บๆ สาดหิมะใส่หน้านาง จิกสะเปะสะปะไปตามท่อนแขนและหัวไหล่ แต่เสิ่นลู่ล็อกปีกทั้งสองข้างของมันไว้แน่นหนาด้วยท่อนแขนเรียวที่บัดนี้แฝงไปด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล นางกดร่างของมันลงกับพื้นหิมะอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้มันกระดูกหักตายไปเสียก่อน

"ดิ้นไปก็เปล่าประโยชน์ ข้าไม่ยอมปล่อยให้โชคก้อนใหญ่หลุดมือไปหรอก!" เสิ่นลู่หอบหายใจ ไอเย็นพ่นออกจากปากเป็นสายหมอก นางรวบขาทั้งสองข้างของมันไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะใช้เชือกป่านเส้นเล็กที่พกติดตัวมาผูกมัดข้อเท้าของมันไว้อย่างแน่นหนา

เมื่อไก่ฟ้าอารมณ์ร้ายถูกพันธนาการจนสิ้นฤทธิ์ ทำได้เพียงนอนกลิ้งคอพับคออ่อนส่งเสียงขู่อย่างอาฆาตมาดร้าย เสิ่นลู่จึงปาดเหงื่อที่ซึมชื้นบนหน้าผาก นางยกมือขวาขึ้นดู รอยจิกนั้นลึกไม่น้อย เลือดหยดติ๋งลงบนหิมะขาวโพลน นางรีบใช้เศษผ้าสะอาดพันแผลห้ามเลือดลวกๆ ก่อนจะหันความสนใจกลับไปยังโพรงดินใต้พุ่มไม้หนาม

เมื่อแหวกกิ่งไม้ออกกว้างขึ้น สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในก็ปรากฏแก่สายตา ท่ามกลางรังที่บุกรุด้วยขนนกนุ่มและใบไม้แห้ง มีไข่ไก่ฟ้าขนาดใหญ่กว่าไข่ไก่ทั่วไป เปลือกสีน้ำตาลอ่อนมีลายจุดสีเข้มประปราย วางเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ... จำนวนถึงห้าฟอง!

เสิ่นลู่ตาลุกวาว ดวงตาเปล่งประกายราวกับค้นพบสมบัติล้ำค่า นางค่อยๆ ช้อนไข่ทั้งห้าฟองขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ไออุ่นจากแม่ไก่ยังคงหลงเหลืออยู่บนเปลือกไข่ นี่คือหลักฐานแห่งชีวิตที่กำลังก่อกำเนิด

"ท่านแม่!" หลี่เสี่ยวเป่าวิ่งเตาะแตะออกมาจากหลังต้นไม้ เมื่อเห็นมารดาจับไก่ตัวโตได้ ดวงตาของเด็กน้อยก็เบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น น้ำลายสออยู่ที่มุมปาก "ไก่ป่าตัวอ้วนยิ่งนัก! คืนนี้เราจะได้กินเนื้อไก่ย่างและซดน้ำแกงไก่ฟ้าแล้วใช่หรือไม่ขอรับ? ไข่นั่นก็เอามาต้มกินได้!"

สำหรับเด็กที่อดอยากมาค่อนชีวิต ภาพของเนื้อไก่และไข่ตรงหน้าคือสวรรค์อันหอมหวน เสิ่นลู่มองใบหน้าเปื้อนยิ้มของบุตรชายสลับกับไก่ฟ้าตัวอ้วนที่นอนตาขวางอยู่บนพื้น ในใจของนางเกิดการต่อสู้กันอย่างหนัก กลิ่นหอมของน้ำแกงไก่ตุ๋นสมุนไพรลอยมาแตะจมูกในจินตนาการ เนื้อของไก่ฟ้าป่าในฤดูหนาวนั้นแน่นและหวานล้ำ หากนำมาตุ๋นให้เป่าเอ๋อร์กิน ร่างกายของเขาจะยิ่งแข็งแรง

ทว่า... สัญชาตญาณของนักพัฒนาฟาร์มกลับตะโกนก้องในหัวของนาง

*จะกินเพียงมื้อเดียวให้หมดไป หรือจะสร้างแหล่งอาหารที่ไม่มีวันหมดสิ้น?*

เสิ่นลู่สูดหายใจลึก ดับความหิวโหยในจินตนาการลง นางย่อตัวลงลูบศีรษะบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เป่าเอ๋อร์ ฟังแม่นะ ไก่ตัวนี้แม่จะไม่เอาไปทำน้ำแกง และไข่พวกนี้แม่ก็จะไม่เอาไปต้มกิน"

"เอ๋? ทำไมล่ะขอรับท่านแม่?" หลี่เสี่ยวเป่าเอียงคอถามด้วยความเสียดาย ทว่าไม่มีร่องรอยของการงอแงแต่อย่างใด เขาเชื่อฟังมารดาเสมอ

"เพราะนี่คือ 'ปศุสัตว์ตัวแรก' ของเราอย่างไรเล่า" เสิ่นลู่ยิ้มกริ่ม แววตาแฝงด้วยความมุ่งมั่นแห่งอนาคต "หากเราฆ่ามันกินวันนี้ เราก็จะอิ่มเพียงแค่วันนี้และพรุ่งนี้ แต่หากเราเลี้ยงมันไว้ ให้มันฟักไข่ทั้งห้าฟองนี้ออกมาเป็นลูกไก่ ลูกไก่เติบโตเป็นแม่ไก่ แม่ไก่ออกไข่อีก... เป่าเอ๋อร์ของแม่ก็จะมีไข่กินทุกวัน มีเนื้อไก่กินทุกเดือนไปตลอดชีวิตเลย ไม่ดีกว่าหรือ?"

หลี่เสี่ยวเป่าพยายามนึกภาพตาม นิ้วเล็กๆ ชูขึ้นมานับ ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างกว่าเดิม "ไข่กินทุกวัน! ดีขอรับ! เสี่ยวเป่าอยากมีไข่กินทุกวัน!"

"เด็กดี" เสิ่นลู่ยิ้มรับ นางหันกลับไปมองไก่ฟ้าอารมณ์ร้ายที่ยังคงส่งเสียงฮึดฮัด "ข้าจะพามันเข้าไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์ที่สุด"

นางรวบตัวไก่ฟ้าป่าขึ้นมาแนบอก แม้มันจะพยายามจิกตีอีกครั้งแต่นางก็ระวังตัวดีขึ้น มืออีกข้างประคองไข่ทั้งห้าฟองห่อด้วยชายเสื้ออย่างมิดชิด จากนั้นนางจึงตั้งจิตเพ่งสมาธิไปยังจี้หยกเก่าคร่ำคร่าที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า

*วูบ...*

เพียงพริบตาเดียว ร่างของเสิ่นลู่ ไก่ฟ้าป่า และไข่ทั้งห้าฟองก็หายวับไปจากพุ่มไม้หนามท่ามกลางป่าหิมะ ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าย่ำย่ำและขนนกสีดำหลุดร่วงอยู่บนพื้น

ภายในมิติวิเศษไป๋อวี่ อากาศอบอุ่นบริสุทธิ์และอวลไปด้วยพลังปราณวิญญาณหนาแน่น เสิ่นลู่ปรากฏตัวขึ้นบริเวณพื้นที่ลานกว้างซึ่งเพิ่งขยายตัวออกจากการวิวัฒนาการครั้งล่าสุด พื้นดินที่นี่อุดมสมบูรณ์และปราศจากภัยอันตรายใดๆ

ทันทีที่เข้ามาถึง ไก่ฟ้าป่าที่เคยเกรี้ยวกราดกลับมีอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด มันสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่พลิกผันอย่างกะทันหัน จากป่าหิมะอันเหน็บหนาวกลายเป็นดินแดนที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยพลังชีวิตที่มันไม่เคยรู้จักมาก่อน

"นายหญิง! ท่านเอาตัวอันใดเข้ามาขอรับ!"

เสียงเล็กแหลมดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ 'เสี่ยวไป๋' ภูติน้อยผู้ดูแลมิติ มันบินวนรอบตัวไก่ฟ้าป่าด้วยความประหลาดใจระคนหวาดระแวง มิติแห่งนี้ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์ป่าเข้ามากล้ำกรายมาก่อน

"นี่คือปศุสัตว์ตัวแรกของพวกเรา เสี่ยวไป๋" เสิ่นลู่กล่าวด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ นางค่อยๆ วางไข่ทั้งห้าฟองลงบนกองหญ้าปราณวิญญาณที่นางปูเตรียมไว้ลวกๆ อย่างระมัดระวัง "ข้าจะเลี้ยงมันไว้ที่นี่ ใช้พลังวิญญาณและน้ำทิพย์ของมิติในการหล่อเลี้ยง หวังว่ามันจะเชื่องลงและขยายพันธุ์ได้รวดเร็วกว่าโลกภายนอก"

ทว่า เสิ่นลู่ประเมินสัญชาตญาณสัตว์ป่าของ 'ไก่ฟ้าอารมณ์ร้าย' ตัวนี้ต่ำเกินไป...

แม้จะอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ความหวาดกลัวต่อสิ่งแวดล้อมใหม่ทำให้มันดิ้นรนสุดแรงเกิด จนกระทั่งปมเชือกป่านที่เสิ่นลู่ผูกไว้ลวกๆ คลายออก!

*พรึ่บ! กะต๊ากกก!*

ไก่ฟ้าป่าหลุดจากการพันธนาการ มันตีปีกกระโดดลอยตัวขึ้นสูง ส่งเสียงร้องลั่นมิติ ก่อนจะวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง ขาที่อวบอ้วนแต่ว่องไวของมันตะกุยดินกระจุยกระจาย

ทิศทางที่มันกำลังมุ่งหน้าไปอย่างบ้าคลั่งนั้น คือแปลงเพาะปลูกสมุนไพรวิเศษชั้นเลิศที่เสิ่นลู่เพิ่งจะหว่านเมล็ดและใช้พลังสัมผัสแห่งธรรมชาติทะนุถนอมดูแลมาอย่างยากลำบาก ต้นอ่อนสมุนไพรราคาแพงลิบลิ่วกำลังชูคอรับแสงวิญญาณอย่างบอบบาง หากกรงเล็บและจะงอยปากของไก่บ้านั่นไปถึง... ความพยายามทั้งหมดของนางคงพินาศในพริบตา!

"แย่แล้ว! หยุดนะเจ้าไก่บ้า! อย่าเหยียบแปลงสมุนไพรของข้านะ!"

เสิ่นลู่เบิกตากว้างตื่นตระหนกสุดขีด นางพุ่งตัวกระโจนตามหลังไก่ฟ้าอารมณ์ร้ายไปอย่างสุดหล้า ทว่าดูเหมือนจะช้ากว่าสองเท้าของสัตว์ป่าที่กำลังตื่นตระหนกถึงขีดสุด!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สร้างเล้าไก่ในมิติ]**