ตอนที่ 27
***บทที่ 27: ปรับปรุงดินและยกระดับการปลูก***
เงาดำทะมึนพุ่งทะยานแหวกม่านไอน้ำร้อนฉ่าเข้าใส่ใบหน้าของเสิ่นลู่ด้วยความเร็วเหนือแสง! สัญชาตญาณที่ถูกลับให้คมกริบจากประสบการณ์เฉียดตายในอดีตสั่งการเร็วกว่าความคิด ร่างบางทิ้งตัวกลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด กรงเล็บแหลมคมตวัดผ่านเส้นผมของนางไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เสียงลมกระแทกหูพร้อมกับเสียงคำรามทุ้มต่ำที่แท้จริงแล้วคือเสียงร้องขู่กรรโชกของ 'หมูป่าเขี้ยวหยก' ขนาดเท่าลูกวัวตัวหนึ่ง!
มันมิได้ตั้งใจจะโจมตีนาง ทว่าถูกความร้อนจากน้ำพุและกลิ่นอายประหลาดที่ปะทุขึ้นทำให้ตื่นตระหนกจนวิ่งเตลิดหนีออกมาจากซอกหิน ร่างหนาเตอะของหมูป่าพุ่งชนพุ่มไม้แตกกระเจิงแล้วหายลับเข้าไปในดงป่าทึบ ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันที่ลอยคลุ้งผสมกับไอน้ำ
เสิ่นลู่ผ่อนลมหายใจยาว มือเรียวลูบหน้าอกที่เต้นระรัว นางปรายตามองแสงสีม่วงเรืองรองที่ยังคงกระพริบไหวอยู่หลังขอนไม้ผุพัง แม้ใจจะอยากเอื้อมมือไปคว้าสมุนไพรล้ำค่ามาครองเสียเดี๋ยวนี้ แต่สติปัญญาตักเตือนว่าในพื้นที่ที่ยังไม่ได้สำรวจถี่ถ้วนเช่นนี้ ความใจร้อนคือหนทางสู่หายนะ นางตัดสินใจละความสนใจจากแสงสีม่วงนั้นชั่วคราว แล้วหันกลับมาจัดการภารกิจหลักตรงหน้าให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
สองมือกำด้ามจอบแน่นขึ้น หญิงสาวเริ่มขุดตักโคลนแร่ธาตุที่ก้นบ่อน้ำพุร้อนอีกครั้ง โคลนบริเวณนี้มีสีดำขลับปนประกายเงินยวง ส่งกลิ่นหอมของดินปฐพีที่อัดแน่นไปด้วยพลังชีวิต นางตักโคลนเหล่านั้นใส่ตะกร้าสานครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะใช้จิตสำนึกส่งพวกมันทะลวงผ่านมิติเข้าไปยังดินแดนไป๋อวี่
เมื่อเห็นว่าปริมาณโคลนแร่ธาตุมากพอสมควรแล้ว เสิ่นลู่จึงกำหนดจิตวูบเดียว ร่างของนางก็ปรากฏขึ้นภายในมิติวิเศษ ทันทีที่สองเท้าแตะพื้นดิน เสี่ยวไป๋ ภูติน้อยผู้ดูแลมิติก็บินโฉบเข้ามาหาด้วยใบหน้าเบิกบาน
"นายหญิง! ท่านนำของล้ำค่าอันใดเข้ามาขอรับ ข้าสัมผัสได้ถึงปราณปฐพีที่เข้มข้นยิ่งนัก!" เสี่ยวไป๋ร้องถามพลางบินวนรอบตะกร้าโคลนดำขลับ
"นี่คือโคลนแร่ธาตุจากก้นบ่อน้ำพุร้อนในหุบเขาจิ่นซิ่ว ข้าเชื่อว่ามันน่าจะช่วยปรับปรุงดินในมิติของเราให้ดีขึ้นได้" เสิ่นลู่กล่าวพลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม "มาเถอะ เสี่ยวไป๋ ช่วยข้าผสมโคลนพวกนี้ลงในแปลงเพาะปลูกที"
หนึ่งคนหนึ่งภูติน้อยร่วมมือกันอย่างแข็งขัน เสิ่นลู่ใช้จอบเกลี่ยโคลนแร่ธาตุลงบนแปลงดินร่วนซุย ในขณะที่เสี่ยวไป๋ใช้พลังของตนช่วยกระจายแร่ธาตุให้ซึมซาบลงสู่ผืนดินอย่างสม่ำเสมอ ทันทีที่โคลนดำขลับผสานเข้ากับดินวิเศษของมิติไป๋อวี่ ปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น!
ผืนดินทั้งแปลงพลันเปล่งแสงสีทองอ่อนจางๆ คลื่นพลังชีวิตที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านออกไปรอบทิศทาง ต้นกล้าผักและสมุนไพรที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้เกิดการตอบสนองอย่างรุนแรง ใบสีเขียวของพวกมันเหยียดขยายกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลำต้นอวบอิ่มและแข็งแรงขึ้นในพริบตา สีสันของพืชพรรณที่เคยดูธรรมดากลับกลายเป็นสดใสเจิดจ้า ราวกับถูกเคลือบด้วยชั้นหยกเนื้อดี ต้นหญ้าเงินทิพย์ที่เคยมีใบเรียวเล็ก บัดนี้แตกกอใหญ่โตและมีละอองสีเงินเปล่งประกายระยิบระยับยิ่งกว่าเดิม
เสี่ยวไป๋หลับตาลงเพื่อตรวจสอบความเปลี่ยนแปลง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นสุดขีด "สวรรค์! นายหญิง การผสมผสานครั้งนี้สมบูรณ์แบบยิ่งนัก! โคลนแร่ธาตุนี้มีคุณสมบัติกระตุ้นปราณวิญญาณในพืช ตอนนี้คุณภาพของสมุนไพรที่ปลูกในรอบนี้ ถูกยกระดับขึ้นจนเทียบเท่ากับสมุนไพรป่าที่มีอายุการเติบโตตามธรรมชาติถึงสิบปีเลยขอรับ!"
เสิ่นลู่มองดูผลผลิตที่งอกงามด้วยแววตาเป็นประกาย สมุนไพรเทียบเท่าอายุสิบปี! นี่หมายความว่าตัวยาที่นางจะนำไปปรุงในอนาคตจะมีสรรพคุณเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ไม่เพียงแต่จะใช้รักษาร่างกายของหลี่เสี่ยวเป่าให้แข็งแรงได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังสามารถใช้เป็นสินค้าล้ำค่าเมื่อถึงเวลาที่นางต้องออกไปติดต่อกับโลกภายนอก
หลังจากจัดการแปลงเกษตรจนเสร็จสิ้น ความเหนื่อยล้าสะสมก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบาง เสิ่นลู่ออกจากมิติไป๋อวี่กลับมายืนอยู่ริมบ่อน้ำพุร้อนในหุบเขาจิ่นซิ่วอีกครั้ง นางก้มมองสภาพของตนเองที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนและเหงื่อไคล ผนวกกับลมหนาวพัดโชยมาเบาๆ ทำให้นางตัดสินใจได้ในทันที
เมื่อสำรวจจนแน่ใจว่าบริเวณรอบด้านไร้ซึ่งวี่แววของสัตว์ป่าหรือผู้คน หญิงสาวจึงค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่หยาบกระด้างและเต็มไปด้วยรอยปะชุนออก ร่างอรชรเปลือยเปล่าค่อยๆ ก้าวลงสู่สระน้ำพุร้อนธรรมชาติ
"อ่า..." เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากริมฝีปากบาง ความอบอุ่นของน้ำแร่ซึมซาบเข้าสู่ทุกอณูขุมขน ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการตรากตรำทำงานหนัก นางวักน้ำขึ้นชำระล้างคราบไคลและสิ่งสกปรกบนเรือนร่างอย่างทะนุถนอม
ในขณะที่คราบโคลนหลุดลอกออกไป เสิ่นลู่พลันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งบนผิวพรรณของตนเอง แต่เดิมร่างของสตรีผู้นี้เคยซูบผอมและมีผิวพรรณหยาบกร้านซีดเหลืองจากการขาดสารอาหารและการถูกตระกูลหลี่กดขี่ข่มเหง ทว่าบัดนี้ หลังจากที่นางได้ดื่มกินน้ำทิพย์จากมิติไป๋อวี่อย่างต่อเนื่อง ร่างกายก็ได้รับการชำระล้างจากภายในสู่ภายนอก
ผิวพรรณที่เคยหยาบกระด้างกลับกลายเป็นเนียนนุ่มดุจไข่มุกชั้นเลิศ สีผิวที่ซีดเซียวแปรเปลี่ยนเป็นขาวผ่องอมชมพูระเรื่อดั่งดอกท้อแรกแย้ม รอยแผลเป็นเล็กๆ น้อยๆ ตามท่อนแขนเลือนหายไปจนสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความบริสุทธิ์ นางกวักน้ำขึ้นล้างหน้า สัมผัสได้ถึงความเต่งตึงและนุ่มนวลของผิวหน้าที่กลับมาอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่งอีกครั้ง
หลังจากแช่น้ำจนความเหนื่อยล้าถูกชะล้างไปจนหมดสิ้น เสิ่นลู่ก้าวขึ้นจากสระน้ำพุร้อน นางนำเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านซึ่งเก็บไว้ในมิติออกมาสวมใส่ เมื่อความสดชื่นกลับคืนมาเต็มเปี่ยม ประสาทสัมผัสแห่งธรรมชาติที่ตื่นตัวขั้นสูงสุดก็เริ่มทำงานอีกครั้ง
กลิ่นหอมรัญจวนใจราวกับโอสถทิพย์ยังคงลอยอวลมาจากทิศทางเดิม หญิงสาวหันขวับไปมองยังขอนไม้ผุพังที่ถูกทิ้งร้าง แสงสีม่วงเรืองรองยังคงกระพริบไหวเชิญชวนอยู่เบื้องหลังม่านเฟิร์นที่ขาดวิ่นจากการพุ่งชนของหมูป่า
สองเท้าของนางก้าวเดินเข้าไปใกล้อย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคงกว่าครั้งแรก มือเรียวเอื้อมออกไปแหวกกิ่งไม้และใบเฟิร์นที่บดบังทัศนียภาพออกช้าๆ หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อม่านพฤกษาถูกเปิดออก เผยให้เห็นต้นกำเนิดของแสงสีม่วงอันล้ำค่าที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องล่าง...
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เห็ดหลินจือสีม่วง]**