ตอนที่ 28
***บทที่ 28: เห็ดหลินจือสีม่วง***
ม่านพฤกษาและใบเฟิร์นที่ขาดวิ่นถูกแหวกออกอย่างเชื่องช้า ทว่าหัวใจของเสิ่นลู่กลับเต้นรัวแรงดุจกลองศึก แสงสีม่วงเรืองรองที่เคยกะพริบไหวบัดนี้ปรากฏชัดเต็มสองตา เบื้องล่างขอนไม้สนโบราณที่ผุพัง ท่ามกลางมอสสีเขียวเข้มที่ได้รับไออุ่นจากสระน้ำพุร้อน สิ่งล้ำค่าแห่งผืนป่ากำลังอวดโฉมของมันอย่างเงียบงัน
มันคือเห็ดหลินจือขนาดเท่าฝ่ามือทารก ทว่ารูปทรงของมันกลับสมบูรณ์แบบดั่งร่มสวรรค์ ดอกเห็ดมีสีม่วงเข้มอมดำเป็นมันขลับราวกับแกะสลักขึ้นจากศิลาหยกม่วงชั้นเลิศ บริเวณขอบดอกมีวงแหวนสีม่วงอ่อนเปล่งประกายจางๆ ล้อมรอบ ก้านของมันอวบอิ่มและหยั่งรากลึกลงไปในเนื้อไม้ผุพังที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและไอพลังบริสุทธิ์จากใต้พิภพ
"เห็ดหลินจือสีม่วง..." เสิ่นลู่พึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง
ด้วย ‘สัมผัสแห่งธรรมชาติ’ ขั้นสูงสุดที่เพิ่งทะลวงผ่านและตื่นตัวเต็มที่ นางสามารถมองเห็นละอองพลังชีวิตสีม่วงที่ไหลเวียนอยู่รอบดอกเห็ดได้อย่างชัดเจน มันมิใช่สมุนไพรป่าธรรมดาที่หาได้ทั่วไปตามแผงขายยาในหัวเมืองเล็ก แต่มันคือราชาแห่งสมุนไพรบำรุงปราณที่ซึมซับแก่นแท้ของฟ้าดินมานานนับทศวรรษ! การที่มันสามารถเติบโตและรอดพ้นจากพายุหิมะอันโหดร้ายของแคว้นเป่ยเหยียนมาได้ ย่อมเป็นเพราะไออุ่นจากน้ำพุร้อนและทำเลที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านพฤกษาในหุบเขาจิ่นซิ่วแห่งนี้
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น นางรู้ดีว่าสมุนไพรล้ำค่าเช่นนี้ หากเก็บเกี่ยวผิดวิธีย่อมทำให้สรรพคุณสูญเสียไปกว่าครึ่ง เสิ่นลู่หยิบกิ่งไม้เนื้อแข็งที่หล่นอยู่ใกล้ๆ มาเหลาให้ปลายแหลมแบนดุจมีดพก นางบรรจงสอดปลายไม้ลงไปใต้ชั้นมอสและเปลือกไม้ผุอย่างระมัดระวังที่สุด ขุดแซะวงกว้างรอบโคนก้านเพื่อรักษาระบบรากและเส้นใยสีขาวที่ชอนไชอยู่เบื้องล่างมิให้ขาดสะบั้น
หยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมนเนียน แม้อากาศรอบข้างจะเย็นเยียบ แต่นางกลับจดจ่อจนลืมเลือนสรรพสิ่ง ใช้เวลาอยู่เกือบสองเค่อ ในที่สุดเห็ดหลินจือสีม่วงพร้อมทั้งก้อนกิ่งไม้ผุที่หุ้มรากของมันก็หลุดลอกออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ กลิ่นหอมหวนของโอสถทิพย์ฟุ้งกระจายแตะจมูก เพียงแค่สูดดมก็ทำให้สมองปลอดโปร่ง โลหิตในกายไหลเวียนอย่างราบรื่น
เสิ่นลู่ฉีกชายผ้าสะอาดจากเสื้อคลุมตัวเก่า นำมาห่อหุ้มสมุนไพรล้ำค่าอย่างทะนุถนอมราวกับอุ้มทารกแรกเกิด จากนั้นเพียงแค่ตั้งจิตนึกคิด ร่างของนางก็หายวับไปจากริมสระน้ำพุร้อน ทะลุมิติเข้ามาสู่ดินแดนวิเศษไป๋อวี่ในทันที
"ฟึ่บ!"
ทันทีที่ปลายเท้าแตะลงบนพื้นหญ้าสีเขียวมรกตในมิติ เสี่ยวไป๋ ภูติน้อยผู้ดูแลมิติที่กำลังบินวนเวียนจัดหมวดหมู่เมล็ดพันธุ์อยู่ก็ชะงักกึก ร่างกลมป้อมเรืองแสงสีขาวพุ่งพรวดเข้ามาหานางด้วยความเร็วราวกับลูกธนูทะลวงเกราะ ดวงตาเล็กจิ๋วของมันเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เสิ่นลู่ประคองไว้ในมือ
"นายหญิง! มะ... มะ... นั่นมัน!" เสี่ยวไป๋ละล่ำละลัก ชี้มือสั่นเทาไปยังห่อผ้า "กลิ่นอายปราณโอสถเข้มข้นถึงเพียงนี้ ท่านไปขุดพบของล้ำค่าอันใดมาหรือขอรับ!"
เสิ่นลู่แย้มยิ้มบางๆ ค่อยๆ เปิดห่อผ้าออก เผยให้เห็นรัศมีสีม่วงที่ส่องประกายเรืองรองกระทบกับแสงสว่างในมิติ
"เห็ดหลินจือสีม่วง!" เสี่ยวไป๋อุทานลั่น บินวนรอบดอกเห็ดด้วยความตื่นเต้นจนเกิดเป็นเส้นแสงสีขาวสลับซับซ้อน "สวรรค์เมตตา! นี่ไม่ใช่แค่สมุนไพรหายากนะขอรับนายหญิง แต่มันคือ ‘สินค้าชั้นเอก’ เลยทีเดียว!"
เสิ่นลู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สัมผัสแห่งธรรมชาติบอกนางว่ามันมีค่า แต่นางยังขาดความรู้เรื่องราคาตลาดในแคว้นเป่ยเหยียน "เจ้าประเมินมูลค่าของมันได้หรือเสี่ยวไป๋?"
"แน่นอนขอรับ!" ภูติน้อยยืดอก ยืดลำตัวกลมๆ ของมันขึ้นอย่างภูมิใจ "ในฐานะผู้ช่วยของท่าน ข้าขอบอกเลยว่าในเมืองเฟิงหลิงหรือแม้แต่เมืองหลิงหยาง เห็ดหลินจือสีม่วงที่มีอายุและรังสีปราณสมบูรณ์เช่นนี้ เป็นที่ต้องการอย่างบ้าคลั่งของบรรดาเศรษฐีและผู้ฝึกฝนร่างกาย มันช่วยยืดอายุขัย ทะลวงจุดชีพจร และบำรุงโลหิตได้ชะงัดนัก หากเรานำมันไปประมูลหรือขายให้ร้านยาใหญ่ๆ รับรองว่านี่จะเป็น ‘ทุนรอนก้อนแรก’ ที่มหาศาลพอจะให้ท่านตั้งตัว ซื้อหาเสบียง เสื้อผ้าชั้นดี และสร้างรากฐานที่มั่นคงให้คุณชายน้อยหลี่เสี่ยวเป่าได้อย่างสบายไปหลายปีเลยขอรับ!"
คำว่า ‘ทุนรอนก้อนแรก’ และ ‘สร้างรากฐานให้หลี่เสี่ยวเป่า’ ทำให้ดวงตาของเสิ่นลู่ทอประกายมุ่งมั่น ภาพของตระกูลหลี่ที่เคยทอดทิ้งนางและลูกให้เผชิญความตายในกองหิมะแวบเข้ามาในหัว หากนางมีเงินทองและอำนาจการค้าในมือ ใครหน้าไหนก็ไม่อาจมารังแกพวกนางแม่ลูกได้อีก
"ยอดเยี่ยมมาก" เสิ่นลู่พยักหน้า "แต่ข้าจะไม่ขายมันไปเฉยๆ หรอกนะ ในเมื่อเรามีดินแดนวิเศษไป๋อวี่ที่มีดินปราณโอสถชั้นเลิศ ข้าจะปลูกมันและขยายพันธุ์!"
ไม่รอช้า หญิงสาวก้าวเดินไปยังแปลงดินสีดำขลับที่เพิ่งปรากฏขึ้นจากการขยายมิติครั้งก่อน ดินบริเวณนี้มีความชุ่มชื้นและอัดแน่นไปด้วยพลังชีวิตเข้มข้นที่สุด นางขุดหลุมขนาดพอเหมาะ วางก้อนไม้ผุที่ติดกับรากเห็ดหลินจือลงไปอย่างเบามือ กลบดินร่วนซุยอย่างระมัดระวัง
เสี่ยวไป๋รีบใช้พลังของตนชักนำ ‘น้ำทิพย์’ จากบ่อน้ำวิเศษมาพรมรดลงบนยอดเห็ดหลินจือ ทันทีที่หยาดน้ำทิพย์สัมผัสกับผิวหยกสีม่วง แสงสว่างจ้าก็วาบขึ้นชั่วขณะ เส้นใยรากสีขาวที่เคยหลบซ่อนอยู่พลันแทงทะลุเปลือกไม้ออกมา หยั่งลึกลงสู่ผืนดินของมิติไป๋อวี่ ละอองสปอร์สีม่วงเล็กๆ ลอยฟุ้งกระจายไปตกบนผืนดินรอบๆ เป็นสัญญาณว่ามันกำลังเริ่มกระบวนการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วกว่าโลกภายนอกนับสิบเท่า
"สำเร็จแล้ว! อีกไม่นานเราจะมีสวนเห็ดหลินจือสีม่วงเป็นของตัวเอง!" เสี่ยวไป๋หัวเราะร่า
เสิ่นลู่ปาดเหงื่อและยิ้มอย่างพึงพอใจ นางกวาดสายตามองไปรอบมิติ หญ้าเงินทิพย์และสมุนไพรพื้นฐานที่นางเพาะปลูกไว้ก่อนหน้านี้เจริญงอกงามจนพร้อมจะเก็บเกี่ยวมาปรุงยาได้แล้ว ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดีเลิศ หญิงสาวสูดลมหายใจลึก เตรียมตัวจะออกจากมิติเพื่อกลับไปดูแลลูกน้อยที่นอนหลับอยู่ในถ้ำ
ทว่า ในจังหวะที่นางกำลังจะหมุนตัวกลับนั้นเอง...
"แกร็ก..."
เสียงแตกหักเล็กๆ แต่ดังก้องกังวานในความเงียบสงบของมิติดังขึ้น เสิ่นลู่ชะงักงัน นางและเสี่ยวไป๋หันขวับไปมองยังมุมหนึ่งของมิติพร้อมกัน บริเวณนั้นคือกองฟางอุ่นๆ ที่ถูกล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่เตี้ยๆ ซึ่งนางใช้กักเก็บสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เพิ่งได้มา
"แกร็ก... แกร็ก..."
เสียงนั้นดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันมาจาก ‘ไข่ไก่ฟ้า’ ที่นางเก็บมาซุกไว้ในกองฟาง! รอยร้าวปรากฏขึ้นบนเปลือกไข่ใบที่ใหญ่ที่สุด ก่อนที่แสงสีแดงอมส้มประหลาดตาจะเรืองรองลอดผ่านรอยแยกนั้นออกมา พร้อมกับเสียงร้องแหลมเล็กที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อดังกังวานก้องมิติ!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ลูกไก่ฟักตัว]**