ตอนที่ 29

***บทที่ 29: ลูกไก่ฟักตัว***

แสงสีแดงอมส้มที่ลอดผ่านรอยร้าวของเปลือกไข่ทอประกายเรืองรองผสานกับปราณวิญญาณอันบริสุทธิ์ของมิติไป๋อวี่ เสียงร้องแหลมเล็กแต่ทรงพลังดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เปลือกไข่ใบใหญ่ที่สุดจะแตกออกเป็นสองซีกอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเสิ่นลู่และเสี่ยวไป๋คือลูกไก่ฟ้าตัวน้อยที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำคร่ำ ทว่าขนอ่อนของมันกลับมีสีเหลืองทองเหลือบแดงประดุจเปลวเพลิงเล็กๆ ที่กำลังเริงระบำ

"แกร็ก... แกร็ก... เพล้ง!"

ราวกับได้รับสัญญาณจากพี่ใหญ่ ไข่ไก่ฟ้าอีกสี่ใบที่เหลือในกองฟางก็เริ่มขยับสั่นไหวอย่างรุนแรง เปลือกไข่ค่อยๆ ปริแตกออกทีละใบ เผยให้เห็นร่างของสิ่งมีชีวิตสายเลือดใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางพลังชีวิตอันเข้มข้นของดินแดนลับแล ลูกไก่ตัวน้อยทั้งห้าพยายามใช้ขาเล็กๆ ที่ยังสั่นเทายืนหยัดขึ้น ขนอ่อนของพวกมันแห้งสนิทอย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสกับสายลมอุ่นๆ ในมิติ กลายเป็นก้อนขนฟูฟ่องสีสันสดใสที่ดูปราดเปรียวและแข็งแรงกว่าลูกไก่ธรรมดาทั่วไปนับสิบเท่า

"นายหญิง! พวกมันฟักออกมาหมดแล้ว ข้าสัมผัสได้ว่าพวกมันซึมซับปราณวิญญาณเข้าไปไม่น้อยเลยทีเดียว!" เสี่ยวไป๋กระโดดโลดเต้นอยู่กลางอากาศด้วยความเบิกบานใจ

เสิ่นลู่แย้มยิ้มกว้าง ดวงตาหงส์ทอประกายอ่อนโยน นางค่อยๆ ย่อตัวลงและยื่นมือออกไปลูบหัวลูกไก่ตัวแรกที่ฟักออกมา มันไม่เกรงกลัวนางแม้แต่น้อย ซ้ำยังใช้จงอยปากเล็กๆ ถูไถปลายนิ้วของนางอย่างออดอ้อน หญิงสาวตระหนักได้ทันทีว่า นี่คือก้าวแรกแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการขยายพันธุ์สัตว์ปศุสัตว์เพื่อสร้างแหล่งอาหารที่ยั่งยืนให้แก่ครอบครัว

"ข้าต้องรีบนำพวกมันไปให้เสี่ยวเป่าดู เด็กคนนั้นจะต้องดีใจมากแน่ๆ"

เสิ่นลู่ไม่รอช้า นางใช้ตะกร้าสานใบเล็กที่รองด้วยหญ้าแห้งนุ่มๆ อุ้มลูกไก่ทั้งห้าตัวขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ก่อนจะกำหนดจิตออกจากมิติไป๋อวี่เพื่อกลับคืนสู่ถ้ำหินในหุบเขาจิ่นซิ่ว

ยามนี้แสงอรุณรุ่งเริ่มสาดส่องผ่านปากถ้ำ ขับไล่ความหนาวเหน็บของราตรีไปจนสิ้น หลี่เสี่ยวเป่าขยับตัวยุกยิกอยู่ใต้ผ้าห่มขนสัตว์ผืนหนา เด็กน้อยค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นมารดานั่งยิ้มอยู่ข้างเตียงพร้อมกับตะกร้าสานใบเล็กในมือ ความง่วงงุนก็มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง

"ท่านแม่... เสียงอะไรหรือขอรับ ร้องจิ๊บๆ เหมือนนกเลย" เสี่ยวเป่าเอ่ยถามเสียงใส พลางชะโงกหน้าเข้าไปดูในตะกร้า

ทันทีที่ดวงตากลมโตของเด็กน้อยปะทะเข้ากับก้อนขนฟูฟ่องทั้งห้าที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างราวกับไข่ห่าน ริมฝีปากเล็กๆ อ้าค้างด้วยความตื่นตะลึงระคนปิติยินดี

"นี่คือลูกไก่ฟ้าที่แม่เก็บไข่มาได้เมื่อวันก่อน มิติวิเศษช่วยฟักพวกมันออกมา ตอนนี้ครอบครัวของเรามีสมาชิกเพิ่มแล้วนะ" เสิ่นลู่ลูบศีรษะบุตรชายด้วยความรัก "เป่าเอ๋อร์อยากเป็นพี่เลี้ยงดูแลพวกมันหรือไม่ เลี้ยงให้โตไวๆ ออกไข่ให้พวกเรากินทุกวัน"

"อยากขอรับ! ข้าอยากดูแลพวกมัน!" เสี่ยวเป่ายืดอกรับคำอย่างกระตือรือร้น สองมือเล็กๆ ประคองตะกร้าไว้อย่างหวงแหน "ข้าจะตั้งชื่อให้พวกมันด้วย... ตัวนี้สีแดงสว่างที่สุด ข้าให้ชื่อว่า 'หงต้า' ตัวที่ขนสีเหลืองทองชื่อ 'จินเอ้อร์' ตัวที่อ้วนกลมที่สุดชื่อ 'พ่างซาน' ส่วนสองตัวเล็กนี้ชื่อ 'เสี่ยวซื่อ' กับ 'เสี่ยวอู่' ท่านแม่ว่าดีหรือไม่ขอรับ?"

"เป็นชื่อที่วิเศษมาก เป่าเอ๋อร์ของแม่เก่งที่สุด" เสิ่นลู่หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นความสุขที่ฉายชัดบนใบหน้าของบุตรชาย ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักตรากตรำมลายหายไปจนสิ้น

หลังจากให้เสี่ยวเป่าทำความรู้จักกับลูกไก่ฟ้าตัวน้อยจนพอใจ เสิ่นลู่ก็พาบุตรชายและตะกร้าลูกไก่กลับเข้าไปในมิติไป๋อวี่อีกครั้ง ทว่าทันทีที่ลูกไก่ทั้งห้าถูกปล่อยลงบนพื้นหญ้าวิเศษ พวกมันก็วิ่งเตาะแตะไปทั่วบริเวณด้วยความซุกซน พลังชีวิตในมิติทำให้พวกมันตื่นตัวอย่างยิ่ง 'หงต้า' ที่เป็นจ่าฝูงวิ่งนำน้องๆ ตรงดิ่งไปยังแปลงเพาะปลูกสมุนไพร มันจ้องมองยอดอ่อนของหญ้าเงินทิพย์ที่กำลังทอประกายระยิบระยับด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะอ้าจงอยปากเตรียมฉกกิน!

"หยุดเดี๋ยวนี้นะเจ้าลูกเจี๊ยบจอมตะกละ!" เสี่ยวไป๋ร้องเสียงหลง พุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าหงต้าไว้ได้ทันท่วงที

เสิ่นลู่ใจหายวาบ สมุนไพรล้ำค่าเหล่านั้นคือหยาดเหงื่อแรงกายของนาง หากปล่อยให้ไก่ฟ้าตัวน้อยพวกนี้วิ่งเพ่นพ่านจิกกินตามใจชอบ สวนสมุนไพรและเห็ดหลินจือม่วงที่เพิ่งลงดินไปคงราบเป็นหน้ากลองแน่

"ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องรีบจัดการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ในมิติให้ชัดเจน" เสิ่นลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง นางหันไปหาบุตรชาย "เป่าเอ๋อร์ ช่วยแม่จับพวกมันมารวมกันไว้ก่อน แม่จะสร้างรั้วกั้นเขตแดนให้พวกมัน"

หลี่เสี่ยวเป่ารับคำแข็งขัน เด็กน้อยวิ่งไล่จับลูกไก่ทั้งห้าอย่างสนุกสนาน ในขณะที่เสิ่นลู่เดินไปที่กอไผ่หยกบริเวณชายขอบมิติ นางใช้มีดสั้นตัดลำไผ่ที่มีขนาดพอเหมาะ ผ่าเป็นซีกบางๆ ด้วยความชำนาญที่สั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน จากนั้นจึงเริ่มลงมือสานรั้วไม้ไผ่อย่างรวดเร็วและประณีต

นางเลือกพื้นที่ว่างบริเวณใกล้กับลำธารน้ำทิพย์ แต่ห่างไกลจากแปลงสมุนไพร ปักเสาไม้ไผ่ลงในดินวิเศษที่ร่วนซุย ล้อมรั้วเป็นวงกว้างขวางพอให้ลูกไก่เติบโตและวิ่งเล่นได้ไม่อึดอัด เสี่ยวไป๋ช่วยใช้พลังมิติทำให้รั้วไม้ไผ่หยั่งรากฝังลึกและแข็งแรงจนไม่มีย้ายเขยื้อน ภายในคอกนางยังขุดร่องน้ำเล็กๆ ดึงน้ำทิพย์มาหล่อเลี้ยง และโปรยเมล็ดหญ้าธรรมดาลงไปให้พวกมันใช้เป็นอาหาร

เพียงไม่ถึงชั่วยาม 'เขตปศุสัตว์' ขนาดย่อมก็เสร็จสมบูรณ์ เสิ่นลู่นำลูกไก่ทั้งห้าเข้าไปไว้ในคอก พวกมันดูชื่นชอบบ้านใหม่ที่มีทั้งน้ำและอาหารอุดมสมบูรณ์ เสี่ยวเป่านั่งยองๆ เกาะรั้วไม้ไผ่ มองดูหงต้าและน้องๆ จิกกินหญ้าอย่างเอร็ดอร่อย รอยยิ้มบริสุทธิ์ของเด็กน้อยทำให้บรรยากาศในมิติอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นของครอบครัวเล็กๆ ที่กำลังสร้างตัวจากรากฐานที่มั่นคง

เสิ่นลู่ทอดสายตามองสวนสมุนไพรที่ถูกจัดสรรอย่างเป็นระเบียบ มองคอกสัตว์ที่เพิ่งสร้างเสร็จ และมองบุตรชายที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นางสูดลมหายใจรับกลิ่นอายบริสุทธิ์เข้าปอด ทว่าสายตาของหญิงสาวกลับไปสะดุดเข้ากับดง 'หญ้าเงินทิพย์' และสมุนไพรพื้นฐานที่บัดนี้เจริญเติบโตเต็มที่ ใบสีเงินของพวกมันสะท้อนแสงวาววับ บ่งบอกว่าอัดแน่นไปด้วยสรรพคุณทางยาขั้นสูงสุด

ความทรงจำในอดีตชาติฐานะพยาบาลทหารสนามผุดขึ้นมาในหัว ในโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยพายุหิมะ ภัยธรรมชาติ และอันตรายจากสัตว์ป่าหรือผู้คน แค่มีอาหารและที่ซ่อนตัวยังไม่เพียงพอ หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือบาดเจ็บ การไร้ซึ่งยารักษาโรคก็ไม่ต่างอะไรกับการรอคอยความตาย

ดวงตาหงส์ของเสิ่นลู่หรี่ลงเล็กน้อย ประกายแห่งความมุ่งมั่นพาดผ่านแววตา หญิงสาวก้าวเดินตรงไปยังแปลงสมุนไพร มือเรียวงามเอื้อมไปถอนหญ้าเงินทิพย์และสมุนไพรฤทธิ์เย็นขึ้นมาหอบใหญ่

"ท่านแม่ จะทำสิ่งใดหรือขอรับ?" เสี่ยวเป่าละสายตาจากลูกไก่เอ่ยถามด้วยความสงสัย

"แม่กำลังจะสร้างเกราะคุ้มภัยให้ครอบครัวของเรา" เสิ่นลู่ยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปสั่งการผู้พิทักษ์มิติตัวน้อยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เสี่ยวไป๋... เตรียมครกบดยาหินอ่อนและจุดไฟในเตาหลอมให้ข้าที วันนี้ข้าจะสกัดพลังของพวกมันออกมา!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ปรุงยาสามัญประจำบ้าน]**