ตอนที่ 4
***บทที่ 4: เมล็ดพันธุ์แรกในมิติ***
ท่ามกลางแสงสลัวที่ลอดผ่านรอยแตกของเพดานถ้ำ เสิ่นลู่ค่อยๆ คลี่ปลายนิ้วที่สั่นเทาออก สิ่งที่วางอยู่บนฝ่ามือหยาบกร้านของนางไม่ใช่ทองคำหรืออัญมณีล้ำค่า หากแต่เป็นเมล็ดพืชขนาดเล็กแห้งกรังไม่กี่เมล็ด และหัวมันเทศขนาดจิ๋วที่เหี่ยวเฉาจนผิวหนังย่นยับราวกับซากไม้แห้ง
"เมล็ดหัวไชเท้า... กับมันเทศ"
ริมฝีปากที่แห้งผากของเสิ่นลู่พึมพำแผ่วเบา ดวงตาของนางสั่นไหวด้วยความตื้นตัน ร่างเดิมนี้แม้จะถูกโขกสับและขับไล่อย่างไร้เมตตา แต่สัญชาตญาณของการเป็นเกษตรกรที่ฝังรากลึกในจิตวิญญาณกลับทำให้นางแอบซุกซ่อน 'เมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง' เหล่านี้ไว้ในตะเข็บเสื้อที่ขาดรุ่ย ราวกับล่วงรู้ว่าวันหนึ่งมันจะเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยต่อลมหายใจให้แก่ลูกน้อย
ทว่า ในสภาพอากาศที่หิมะโปรยปันจนแผ่นดินกลายเป็นน้ำแข็งเช่นนี้ การจะปลูกพืชพรรณให้งอกงามนั้นเป็นเรื่องที่เหนือกว่าปาฏิหาริย์ แต่สำหรับเสิ่นลู่ผู้มี 'มิติไป๋อวี่' อยู่ในครอบครอง ปาฏิหาริย์คือสิ่งที่นางสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยมือของตนเอง
นางหลับตาลง กำหนดจิตเข้าสู่ห่วงมิติวิเศษ ในชั่วพริบตา กลิ่นอายเย็นเยือกของเหมันตฤดูพลันเลือนหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมวลบุปผาและอากาศที่บริสุทธิ์จนสดชื่นไปถึงปอด
"ยินดีต้อนรับกลับสู่มิติไป๋อวี่เจ้าค่ะ นายหญิง" เสียงใสกระจ่างราวกับกระดิ่งเงินดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'เสี่ยวไป๋' ระบบ AI ในรูปแบบดวงจิตโปร่งแสงสีขาวนวลที่ลอยละล่องเข้ามาหา
"เสี่ยวไป๋ ข้ามีเมล็ดพันธุ์พวกนี้ แต่มันเหี่ยวเฉาเหลือเกิน พลังชีวิตข้างในเกือบจะมอดดับไปหมดแล้ว" เสิ่นลู่แบมือออก เผยให้เห็นเมล็ดพืชที่ดูไร้ชีวิต
เสี่ยวไป๋ลอยวนรอบฝ่ามือของนางรอบหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "นายหญิงโปรดวางใจ พื้นที่เพาะปลูกในมิตินี้มิใช่ดินธรรมดา แต่มันคือ 'ดินวิเศษเบญจธาตุ' ที่อุดมด้วยไอวิญญาณบริสุทธิ์ และหากผสานเข้ากับ 'น้ำทิพย์สระสวรรค์' ต่อให้เป็นเศษซากกิ่งไม้แห้งตาย ก็สามารถกลับมาผลิใบเขียวขจีได้ในพริบตาเจ้าค่ะ"
เสิ่นลู่ไม่รอช้า นางรีบก้าวไปยังผืนดินสีดำขลับที่อยู่ถัดจากสระน้ำใสกระจ่าง นางย่อกายลง ใช้มือเรียวขุดดินอย่างระมัดระวัง สัมผัสของดินในมิตินั้นช่างนุ่มนวลและอุ่นสบาย ราวกับมันมีชีพจรเป็นของตนเอง นางวางเมล็ดหัวไชเท้าลงไปอย่างเบามือ แล้วจึงนำมันเทศที่เหี่ยวเฉามาแบ่งออกเป็นชิ้นเล็กๆ ตามตำแหน่งตาของหัวมัน ก่อนจะฝังพวกมันลงในดินวิเศษที่เตรียมไว้
"เสี่ยวไป๋ ข้าต้องทำอย่างไรต่อ?"
"ใช้พลัง 'สัมผัสแห่งธรรมชาติ' ของท่านสิเจ้าคะ สื่อสารกับพวกมัน นำพาไอวิญญาณเข้าสู่ใจกลางเมล็ดพันธุ์"
เสิ่นลู่สูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงแล้วแผ่ขยายสัมผัสพิเศษออกมา นางรู้สึกได้ถึงความมืดมิดใต้ผืนดิน และความพยายามอันอ่อนล้าของเมล็ดพืชที่กำลังดิ้นรนจะรักษาชีวิต นางรวบรวมสมาธิ ส่งผ่านความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตรอดไปยังพวกมัน พร้อมกับใช้น้ำทิพย์จากสระสวรรค์พรมลงบนหน้าดินเบาๆ
ทันใดนั้นเอง สิ่งมหัศจรรย์พลันบังเกิด!
ภายใต้การมองเห็นด้วยเนตรจิต ราวกับกาลเวลาถูกเร่งให้เร็วขึ้นนับพันเท่า เมล็ดหัวไชเท้าที่เคยแห้งกรังพลันดูดซับน้ำทิพย์จนเต่งตึง เปลือกนอกปริออกพร้อมกับรากสีขาวนวลที่พุ่งทะลุลงสู่เบื้องล่างอย่างมั่นคง ขณะที่เหนือผืนดิน ยอดอ่อนสีเขียวขจีค่อยๆ แทงยอดผ่านชั้นดินขึ้นมาอย่างเริงร่า
มันเทศที่เคยเหี่ยวแห้งก็ไม่น้อยหน้า เถาของมันเริ่มทอดยาวเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบรูปหัวใจสีเขียวเข้มคลี่ขยายออกทีละใบอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์และสดใหม่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
"นี่มัน... เร็วยิ่งนัก!" เสิ่นลู่อุทานด้วยความตกตะลึง แม้จะรู้ว่ามิตินี้วิเศษเพียงใด แต่การเห็นพืชเติบโตต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย
"ในมิติแห่งนี้ พลังวิญญาณจะเร่งวงจรชีวิตของพืชพรรณเจ้าค่ะ นายหญิงรอเพียงชั่วข้ามคืน พืชเหล่านี้ก็จะสุกงอมพร้อมเก็บเกี่ยว" เสี่ยวไป๋อธิบายพร้อมรอยยิ้ม
ในขณะที่เสิ่นลู่กำลังชื่นชมความสำเร็จอยู่นั้น เสียงสะอื้นแผ่วเบาก็ดังแว่วมาจากภายนอกมิติ ทำให้นางต้องรีบถอนจิตกลับคืนสู่โลกความเป็นจริง
ในถ้ำที่มืดสลัว หลี่เสี่ยวเป่าตัวน้อยเริ่มขยับกายไปมา ร่างเล็กๆ ของเขาขดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนเก่า ดวงตาที่ใสซื่อเริ่มลืมขึ้นทีละน้อย ก่อนที่ริมฝีปากเล็กๆ จะเริ่มสั่นระริก
"ท่านแม่... ข้าหิว..." น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและโรยแรงเหลือเกิน
เสิ่นลู่รีบเข้าไปโอบกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมอก ความรู้สึกผิดท่วมท้นขึ้นมาในใจ ร่างกายของเด็กน้อยยังคงซูบผอมจนเห็นโครงกระดูก ความหิวโหยที่ฝังลึกมานานทำให้เขาทรมานเกินกว่าที่เด็กวัยนี้จะรับไหว
"เสี่ยวเป่าเด็กดี แม่ของเจ้าอยู่นี่แล้ว" นางจุมพิตที่หน้าผากของเขาอย่างปลอบโยน "อดทนอีกนิดนะลูกรัก อีกประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น เจ้าจะได้กินอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก แม่สัญญา... ข้าสัญญาด้วยชีวิตว่าจากนี้ไป เจ้าจะไม่ต้องทนหิวอีกแม้แต่วันเดียว"
นางอุ้มลูกน้อยขึ้นมาแนบอก พยายามถ่ายเทความอบอุ่นให้แก่เขา ขณะที่สายตาเหลือบไปมองทางเข้ามิติในจิตใจด้วยความคาดหวัง หัวใจของนางเต้นรัว ยิ่งเวลาผ่านไป พลังงานในมิติยิ่งหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่ง นางสัมผัสได้ว่าผลผลิตที่นางปลูกไว้นั้นกำลังขยายขนาดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ภายใต้การดูแลของเสี่ยวไป๋
ทว่า ในขณะที่ความหวังกำลังเบ่งบาน เสิ่นลู่พลันหูผึ่ง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนกองหิมะหนาหนักจากภายนอกถ้ำ เสียงนั้นเชื่องช้าแต่หนักแน่น และมันกำลังมุ่งตรงมายังทิศทางที่นางและลูกซ่อนตัวอยู่!
เสิ่นลู่กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น สัญชาตญาณพยาบาลสนามทำให้พละกำลังที่เพิ่งฟื้นฟูเดือดพล่าน นางจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดที่ปากถ้ำ มือข้างหนึ่งคว้าเอาท่อนไม้อย่างมั่นเหมาะ เตรียมพร้อมปกป้องลูกน้อยจากภัยร้ายที่กำลังย่างกรายเข้ามาในยามวิกาล!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: มื้ออาหารแห่งความหวัง]**