ตอนที่ 5
***บทที่ 5: มื้ออาหารแห่งความหวัง***
ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมทั่วปากถ้ำ เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนแผ่นน้ำแข็งและหิมะหนาหนักยังคงดังใกล้เข้ามาทุกขณะ เสิ่นลู่กระชับท่อนไม้ในมือแน่น ลมหายใจของนางแผ่วเบาแต่เฉียบคม ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็งไปยังเงาร่างตะคุ่มที่ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางพายุหิมะที่เริ่มซาลง ทว่าเมื่อเงาร่างนั้นพ้นจากม่านหมอกสีขาวกลับมิใช่ศัตรูร้ายหรือญาติใจโฉด แต่เป็นเพียงกวางป่าตัวเขื่องที่หลงทิศทางมาพึ่งพิงไออุ่นจากซอกหิน มันหยุดชะงักเมื่อเห็นมนุษย์ ก่อนจะหันหลังกระโจนหายไปในความสลัว
เสิ่นลู่ลอบถอนหายใจยาว ความตึงเครียดที่สะสมมาผ่อนคลายลงชั่วครู่ แต่นางมิอาจประมาทได้นานนัก เมื่อเสียงครางเครือของหลี่เสี่ยวเป่าดังขึ้นอีกครั้งด้วยความหิวโหย นางจึงรีบทรุดกายลงข้างบุตรชาย พลางหลับตาลงรวบรวมสมาธิเข้าสู่มิติวิเศษไป๋อวี่ในทันที
"เสี่ยวไป๋! ข้าต้องการอาหารที่ให้พลังงานแก่เสี่ยวเป่าโดยเร็วที่สุด" นางตรัสเรียกภูติน้อยผู้ดูแลมิติในจิตใจ
"รับทราบขอรับนายหญิง! ผลผลิตชุดแรกที่ท่านปลูกไว้ได้รับพลังงานจากมิติและสัมผัสแห่งธรรมชาติของท่านจนเติบโตเต็มที่แล้วขอรับ!" เสียงใสกระจ่างของเสี่ยวไป๋ตอบกลับ พร้อมกับภาพทุ่งเพาะปลูกขนาดเล็กที่ปรากฏขึ้นในมโนภาพ หัวไชเท้าสีขาวนวลราวกับหยกสลักและมันเทศเปลือกสีม่วงเข้มอวบอ้วนผุดขึ้นเหนือผืนดินที่อุดมสมบูรณ์
เสิ่นลู่ใช้จิตวิญญาณเก็บเกี่ยวพวกมันออกมาอย่างรวดเร็ว ในมือของนางพลันปรากฏหัวไชเท้าและมันเทศขนาดใหญ่เกินกว่าพืชทั่วไป พืชเหล่านี้มิเพียงแต่ดูสดใหม่ แต่ยังมีกลิ่นอายของพลังชีวิตที่เข้มข้นแผ่ซ่านออกมา นางรีบกวาดเศษใบไม้แห้งและกิ่งไม้ที่พอจะหาได้ในหลืบถ้ำมาสุมรวมกัน ก่อนจะใช้ทักษะพยาบาลสนามที่เคยฝึกฝนมาประกอบกับการใช้หินไฟที่ติดกายมาตั้งแต่วันถูกขับไล่ จุดประกายไฟขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บ
เปลวไฟสีส้มรำไรเริ่มลุกโชน ขับไล่ความมืดและไอเย็นเยียบให้ถอยร่นออกไป เสิ่นลู่จัดการฝังมันเทศผลโตลงในกองถ่านร้อนแดง และฝานหัวไชเท้าเป็นชิ้นบางๆ เพื่อรับประทานสด กลิ่นหอมหวานของมันเทศย่างเริ่มตลบอบอวลไปทั่วทั้งถ้ำ เป็นกลิ่นที่ชวนให้ผู้ที่หิวโหยมานานน้ำลายสอ
"เสี่ยวเป่าลูกรัก... กินนี่เสียหน่อยนะ" เสิ่นลู่แกะเปลือกมันเทศที่สุกงอมออก เผยให้เห็นเนื้อในสีเหลืองทองที่ส่งควันกรุ่น นางเป่าให้คลายร้อนก่อนจะป้อนเข้าปากเล็กๆ ของบุตรชาย
ทันทีที่เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้มรสที่ปลายลิ้น ดวงตาที่หม่นแสงของเด็กน้อยพลันเบิกกว้าง รสชาติหวานล้ำและอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันเทศและหัวไชเท้าเหล่านี้มิใช่เพียงพืชพรรณธรรมดา แต่มันถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังงานจากมิติวิเศษ สรรพคุณแฝงของมันเริ่มทำงาน พลังแห่งชีวิตที่แฝงอยู่ในเนื้อพืชช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ขับไล่ความเย็นที่ฝังลึกในกระดูกให้สลายไป สีหน้าของเสี่ยวเป่าที่เคยซีดเผือดเริ่มมีเลือดฝาดแดงระเรื่อขึ้นทีละน้อย
"ท่านแม่... อร่อยเหลือเกินขอรับ ข้ารู้สึก... อุ่นไปหมดทั้งตัวเลย" เด็กน้อยพึมพำทั้งน้ำตาแห่งความตื้นตัน นี่เป็นมื้ออาหารที่อิ่มท้องและเปี่ยมไปด้วยความหวังที่สุดในรอบหลายเดือนที่เขาต้องระหกระเหินหนีพายุ
เสิ่นลู่มองภาพนั้นด้วยความปีติ แต่นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น นางหยิบมันเทศขึ้นมาทานบ้าง ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้สมองของนางเริ่มปรองดองและวางแผนการใหญ่ในใจ หุบเขาจิ่นซิ่วแห่งนี้แม้จะดูทารุณในยามเหมันต์ แต่ด้วยทรัพยากรในมิติวิเศษและดินแดนยุทธศาสตร์ที่ซ่อนเร้น นางจะต้องสร้างที่นี่ให้เป็นรวงรังที่มั่นคงที่สุด
'ฤดูหนาวปีนี้ยังอีกยาวไกล ลำพังเพียงมันเทศไม่กี่หัวมิอาจทำให้เราอยู่รอดได้ตลอดรอดฝั่ง' เสิ่นลู่ครุ่นคิดขณะมองเปลวไฟที่วูบไหว 'ข้าต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกในมิติ สะสมฟืน และหาทางปรับปรุงถ้ำแห่งนี้ให้กลายเป็นบ้านที่แท้จริง อีกทั้งยังต้องสำรวจพื้นที่รอบๆ เพื่อหาแหล่งน้ำและวัสดุมาสร้างเครื่องนุ่งห่มที่หนากว่านี้'
ความเงียบสงบกลับคืนมาสู่ถ้ำศิลา มีเพียงเสียงประทุของฟืนและลมหายใจที่สม่ำเสมอของหลี่เสี่ยวเป่าที่เริ่มเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความอิ่มเอม เสิ่นลู่ลูบหัวลูกน้อยด้วยความทะนุถนอม สายตาของนางฉายแววเด็ดเดี่ยว นางมิใช่เสิ่นลู่ผู้จบชีวิตลงกลางพายุหิมะอีกต่อไป แต่เป็นมารดาที่จะพลิกฟื้นแผ่นดินร้างให้กลายเป็นสรวงสวรรค์
ทว่า ในขณะที่พายุภายนอกเริ่มสงบนิ่งและแสงเงินแสงทองของวันใหม่กำลังจะมาเยือน เสิ่นลู่พลันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างผ่าน 'สัมผัสแห่งธรรมชาติ' ของนาง พลังงานบางอย่างที่เร้นลับและแปลกประหลาดสั่นสะเทือนมาจากก้นบึ้งของหุบเขาจิ่นซิ่ว ราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหาผู้ครอบครองมิติวิเศษให้เข้าไปค้นหาความลับที่ถูกฝังรากอยู่ภายใต้หิมะพันปีแห่งนี้!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สำรวจหุบเขาจิ่นซิ่ว]**