ตอนที่ 7
***บทที่ 7: วิกฤตไข้หนาว***
ภายในถ้ำศิลาที่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัย ยามนี้กลับปกคลุมไปด้วยบรรยากาศแห่งความตึงเครียด แสงสลัวจากกองไฟสะท้อนให้เห็นร่างเล็กของหลี่เสี่ยวเป่าที่ดิ้นรนกระวนกระวายอยู่บนกองฟาง ผิวกายที่เคยซีดขาวบัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยพิษไข้ที่แผดเผาจากภายใน เสิ่นลู่ถลาเข้าไปคุกเข่าลงข้างกายเด็กน้อย มือเรียวบางสัมผัสที่หน้าผากมนเพียงแผ่วเบาก็ต้องสะดุ้งโหยงด้วยความร้อนที่แผ่ออกมาเปรียบดั่งถ่านไฟที่กำลังคุโชน
“เสี่ยวเป่า! ได้ยินแม่หรือไม่? อดทนไว้ลูกรัก...” น้ำเสียงของนางสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในฐานะพยาบาลสนามผู้ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน เสิ่นลู่รู้ดีว่าอาการเช่นนี้มิใช่เพียงไข้หวัดธรรมดา แต่มันคือ ‘ไข้หวัดเย็น’ ที่เกิดจากการสะสมของไอเย็นจัดเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดโดยฉับพลัน ผนวกกับร่างกายที่ขาดสารอาหารมานานทำให้ภูมิคุ้มกันของเด็กน้อยแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย นางรีบตั้งสติ สลัดความตระหนกทิ้งไปแล้วแทนที่ด้วยสัญชาตญาณแห่งวิชาชีพ
นางหยิบผ้าสะอาดที่เหลือเพียงน้อยนิดมาชุบน้ำหิมะที่ละลายแล้ว นำมาเช็ดตามข้อพับ ลำคอ และใบหน้าของเสี่ยวเป่าอย่างเบามือแต่รวดเร็ว การลดอุณหภูมิจากภายนอกเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้พิษไข้ทำลายสมองของเขา ทว่าหยดน้ำที่สัมผัสผิวกายร้อนระอุกลับระเหยกลายเป็นไอในเวลาอันรวดเร็ว บ่งบอกถึงความรุนแรงของโรคที่กำลังคุกคามชีวิตเล็กๆ นี้
‘เสี่ยวไป๋! ข้าต้องเข้ามิติดเดี๋ยวนี้!’ นางส่งสัญญาณทางจิตด้วยความร้อนรน
สิ้นคำกล่าว จิตวิญญาณของเสิ่นลู่ก็พุ่งเข้าสู่มิติไป๋อวี่ทันที เบื้องหน้าของนางคือภูติน้อยเสี่ยวไป๋ที่รออยู่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด รอบกายของมันมีหน้าจอแสงกะพริบถี่ รายงานผลการสแกนสัญญาณชีพของหลี่เสี่ยวเป่าที่เชื่อมต่อผ่านพันธะในมิติ
[นายหญิง! สถานการณ์วิกฤตมากขอรับ อุณหภูมิร่างกายของหลี่เสี่ยวเป่าสูงถึงสี่สิบองศาเซลเซียส หากไม่รีบทำการลดไข้และขจัดไอเย็นที่อุดตันอยู่ในปอด ภายในสองชั่วยามข้างหน้าเขาอาจจะช็อกได้!] เสียงของเสี่ยวไป๋แฝงด้วยความกังวล
“ข้าเช็ดตัวลดไข้ไปแล้ว แต่นั่นเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ เสี่ยวไป๋ ในฐานข้อมูลยาของเจ้า มีสมุนไพรชนิดใดในหุบเขานี้ที่สามารถสยบไข้หวัดเย็นระดับรุนแรงได้บ้าง? ยาในมิติของข้าส่วนใหญ่เป็นยาใช้ภายนอกและยาฆ่าเชื้อพื้นฐาน ไม่เพียงพอสำหรับอาการนี้!” เสิ่นลู่ถามพลางกวาดสายตามองไปที่คลังเก็บของวิเศษที่ยังคงปิดล็อกอยู่หลายส่วน
เสี่ยวไป๋ขยับมืออย่างรวดเร็ว ข้อมูลมหาศาลไหลผ่านหน้าจอแสงก่อนจะหยุดลงที่ภาพสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีใบเรียวยาวสีเงินยวง ปกคลุมด้วยละอองฝ้าดูราวกับประติมากรรมน้ำแข็ง
[พบแล้วขอรับ! ในดินแดนหุบเขาจิ่นซิ่วแห่งนี้ มีพืชวิเศษที่ชื่อว่า ‘หญ้าเงินทิพย์’ มันเติบโตในที่ที่หนาวเย็นที่สุดแต่กลับมีฤทธิ์หยางบริสุทธิ์ สามารถสยบไอเย็นและขับพิษไข้ได้อย่างชะงัดนัก หากนำมาต้มร่วมกับน้ำทิพย์จากบ่อวิเศษ จะสามารถช่วยชีวิตเขาได้ทันเวลาพอดีขอรับ!]
ดวงตาของเสิ่นลู่ประกายความหวัง ทว่าเมื่อมองไปยังเด็กน้อยที่นอนหายใจรินรดอยู่ในโลกภายนอก ความเจ็บปวดก็แล่นริ้วเข้ามาในอก นางมองร่างเล็กๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม... ในคราแรก นางดูแลเขาเพราะหน้าที่และร่างเดิมของนางคือมารดาของเขา แต่ยามนี้ ความผูกพันที่ผ่านความตายมาด้วยกันทำให้เสี่ยวเป่ากลายเป็น ‘ลูกชาย’ ของนางอย่างแท้จริง
“ข้าจะไม่ยอมเสียเจ้าไป... ไม่ว่าจะในโลกนี้หรือโลกไหน” นางพึมพำสาบานต่อฟ้าดิน มือของนางลูบศีรษะที่ร้อนผ่าวของเขาด้วยความทะนุถนอม “แม่จะปกป้องเจ้าเอง ต่อให้ต้องพลิกหุบเขาแห่งนี้ ข้าก็จะนำยามาให้เจ้าให้ได้”
นางรีบสอบถามพิกัดที่แน่นอนจากเสี่ยวไป๋ แม้จะรู้ดีว่าการก้าวออกไปนอกถ้ำในยามที่พายุหิมะภายนอกเริ่มตั้งเค้าอีกครั้งจะเป็นอันตรายเพียงใด แต่สำหรับเสิ่นลู่ในตอนนี้ ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวไปกว่าการสูญเสียลมหายใจของเด็กน้อยคนนี้อีกแล้ว
เสิ่นลู่ถอนจิตออกจากมิติ กลับมาสู่ความเหน็บหนาวในถ้ำศิลาอีกครั้ง นางจัดแจงห่มผ้าให้เสี่ยวเป่าอย่างหนาแน่น กระชับมีดสั้นที่ข้างเอว และเตรียมอุปกรณ์สำหรับขุดสมุนไพร แสงไฟที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาของนางในยามนี้ เยือกเย็นและมุ่งมั่นยิ่งกว่าเกล็ดหิมะที่โปรยปรายอยู่ภายนอก
ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะก้าวพ้นปากถ้ำนั้นเอง เสียงหอบหายใจของเสี่ยวเป่ากลับสะดุดลง และตามมาด้วยอาการชักเกร็งเล็กน้อยที่ปลายมือปลายเท้า! เสิ่นลู่ใจหายวาบ นางต้องแข่งกับเวลาที่เหลืออยู่น้อยเต็มทีเสียแล้ว!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: หญ้าเงินทิพย์ใต้หิมะ]**