ตอนที่ 8
***บทที่ 8: หญ้าเงินทิพย์ใต้หิมะ***
พายุหิมะภายนอกถ้ำยังคงส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงโหยหวนของอสุรกายร้าย ทว่าเสียงสะอึกในลำคอและอาการสั่นเทิ้มของร่างเล็กๆ บนกองฟางกลับกรีดลึกเข้าไปในใจของเสิ่นลู่ยิ่งกว่าคมมีด นางหันกลับมามองบุตรชายเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวเกินสตรีสามัญ ก่อนจะกระชับเสื้อคลุมหนังหมาป่าตัวเก่าเข้ากับร่างแล้วพุ่งทะยานออกไปสู่ม่านสีขาวโพลนเบื้องหน้า
“เสี่ยวไป๋! บอกตำแหน่งที่ชัดเจนมา!” เสิ่นลู่ตะโกนก้องในใจ แข่งกับเสียงลมพัดแรงจนแทบจะพัดพาร่างผอมบางของนางให้ปลิวไปตามกระแสลม
[นายหญิง! เดินตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณห้าสิบก้าว ตรงโคนต้นสนเฒ่าที่ถูกหิมะทับถมจนเอนเอียง ที่นั่นมีสัญญาณชีพของสมุนไพรหยางบริสุทธิ์เข้มข้นที่สุดขอรับ!] เสียงใสของเสี่ยวไป๋ดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับภาพกึ่งโปร่งใสที่ปรากฏขึ้นในคลองจักษุ เป็นจุดแสงสีเงินที่กะพริบวิบวับอยู่ใต้ชั้นหิมะหนา
เสิ่นลู่กัดฟันกรอด เท้าแต่ละก้าวที่ย่ำลงไปในหิมะนั้นหนักอึ้ง ความเหน็บหนาวเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านรองเท้าฟางเข้าไปจนถึงกระดูก จนความรู้สึกเจ็บปวดกลายเป็นความชาหนึบ ลมกรรโชกแรงหอบเอาเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมพัดเข้าใส่ใบหน้าของนางจนเกิดรอยแดงเป็นปื้น แต่นางหาได้นำพาไม่ ในหัวของนางมีเพียงภาพใบหน้าซีดเผือดของเสี่ยวเป่าเท่านั้น
เมื่อถึงจุดยุทธศาสตร์ที่เสี่ยวไป๋ชี้แนะ เสิ่นลู่ทรุดกายลงใช้มือที่สั่นเทาขุดคุ้ยหิมะอย่างบ้าคลั่ง เล็บของนางเริ่มมีเลือดซึมจากการขูดขีดกับพื้นดินที่แข็งเป็นน้ำแข็ง ทว่าในที่สุด แสงสีเงินจางๆ ก็ลอดผ่านรอยแยกของน้ำแข็งออกมา
มันคือ ‘หญ้าเงินทิพย์’ สมุนไพรล้ำค่าที่มีลักษณะคล้ายใบไผ่ขนาดเล็ก ทว่าพื้นผิวกลับเป็นสีเงินยวบยาบประหนึ่งเคลือบด้วยละอองดาว เส้นใยบนใบเรืองแสงอ่อนๆ ท้าทายความมืดมิดและลมหนาว สมุนไพรชนิดนี้เติบโตได้เฉพาะในพื้นที่ที่มีพลังฟ้าดินอุดมสมบูรณ์อย่างหุบเขาจิ่นซิ่วแห่งนี้เท่านั้น และมีสรรพคุณในการขับพิษไข้เย็นสยบอาการธาตุไฟแตกซ่านได้อย่างยอดเยี่ยม
“เจอแล้ว...” เสิ่นลู่พึมพำด้วยความดีใจ นางใช้มีดสั้นขุดล้อมรากอย่างระมัดระวัง ไม่ยอมให้ส่วนใดส่วนหนึ่งบุบสลาย แม้ลมพายุจะทวีความรุนแรงขึ้นจนต้นไม้รอบข้างเริ่มหักโค่น แต่นางกลับใช้ร่างของตนเองกำบังลมหนาวเพื่อปกป้องสมุนไพรต้นน้อยนั้นไว้
ทันทีที่ขุดขึ้นมาได้สำเร็จ เสิ่นลู่ไม่รอช้า นางรีบเก็บหญ้าเงินทิพย์ส่วนหนึ่งเข้าสู่ ‘มิติวิเศษไป๋อวี่’ ทันที
“เสี่ยวไป๋ นำส่วนหนึ่งไปปลูกในแปลงเพาะชำที่ใกล้บ่อน้ำทิพย์ที่สุด ข้าต้องการขยายพันธุ์มันเผื่อไว้ในภายหลัง ส่วนที่เหลือข้าจะรีบนำไปใช้รักษาเสี่ยวเป่า!”
[รับทราบขอรับนายหญิง! ข้าจะใช้พลังจากมิติเร่งการเจริญเติบโตให้เร็วที่สุด!]
เสิ่นลู่ฝ่าพายุหิมะกลับมายังถ้ำศิลาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นางพุ่งตรงไปยังหม้อดินเผาใบเล็กที่ตั้งอยู่ข้างกองไฟที่เริ่มมอด นางรินน้ำทิพย์จากมิติลงไป ตามด้วยการซอยหญ้าเงินทิพย์เป็นชิ้นเล็กๆ กลิ่นหอมสะอาดคล้ายมิ้นต์ผสมกลิ่นไอดินลอยอบอวลไปทั่วถ้ำ ทันทีที่น้ำสมุนไพรเดือดจนกลายเป็นสีเงินจางๆ นางก็ประคองร่างของบุตรชายขึ้นมา
“เสี่ยวเป่า... ลูกแม่ ดื่มนี่เสีย แล้วเจ้าจะหายดี” นางใช้ช้อนไม้ค่อยๆ ป้อนน้ำยาเข้าปากเด็กน้อยอย่างใจเย็น แม้มือจะยังสั่นจากความหนาวเหน็บเพียงใด แต่น้ำเสียงของนางกลับนุ่มนวลและมั่นคง
หลังจากน้ำทิพย์สมุนไพรหยดสุดท้ายซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย อาการชักเกร็งของเสี่ยวเป่าเริ่มสงบลง ลมหายใจที่เคยติดขัดเริ่มกลับมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ความร้อนที่แผดเผาผิวพรรณจนแดงก่ำค่อยๆ จางลง เปลี่ยนเป็นไออุ่นที่พอเหมาะ เสิ่นลู่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางทรุดกายลงนั่งข้างเตียงฟาง ลูบศีรษะบุตรชายด้วยความรักใคร่สุดแสน
ทว่าในขณะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะคลี่คลาย ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมภายนอก เสิ่นลู่กลับได้ยินเสียงบางอย่างที่ขัดกับเสียงพายุ... มันเป็นเสียง ‘กรอบแกรบ’ เหมือนมีฝีเท้าหนักๆ กำลังย่ำลงบนกิ่งไม้แห้งที่หน้าปากถ้ำ!
ดวงตาของเสิ่นลู่เบิกกว้าง นางคว้าด้ามมีดสั้นที่วางอยู่ข้างกายทันที สัญชาตญาณพยาบาลสนามที่เคยผ่านสมรภูมิบอกนางว่า แขกผู้มาเยือนในยามวิกาลท่ามกลางพายุหิมะเช่นนี้... ย่อมไม่ใช่ผู้ที่มาด้วยเจตนาดีอย่างแน่นอน!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การฟื้นตัวและทักษะช่างไม้เบื้องต้น]**