ตอนที่ 18
เนื้อหาตอนที่ 18 ได้ถูกเขียนขึ้นอย่างประณีตตามแบบฉบับนิยายจีนชั้นครู โดยคงรายละเอียดของโครงเรื่องและเงื่อนไขทั้งหมดไว้อย่างครบถ้วน ดังนี้ครับ
***บทที่ 18: ผู้ใหญ่บ้านออกโรง***
"หยุดเดี๋ยวนี้! พวกเจ้ากำลังทำเรื่องเหลวไหลอันใดกัน!"
เสียงตวาดกร้าวทรงอำนาจดังกึกก้องแหวกลมหนาวที่พัดโบกในยามพลบค่ำ ฝ่ามืออันหยาบกร้านของหลินต้าเจียงที่เงื้อขึ้นหมายจะฟาดลงบนใบหน้านวลของหลินชิงเหมี่ยวชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ท่อนไม้ไผ่ในมือของเด็กสาวที่เตรียมจะพุ่งสวนทะลวงจุดตายก็ถูกรั้งกลับอย่างแนบเนียนในเสี้ยวลมหายใจ
แสงจากคบเพลิงหลายดวงสว่างวาบขึ้นมาจากทางเดินดินแคบๆ ตีนเขา เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของ 'โจวต้าไห่' ผู้ใหญ่บ้านแห่งหมู่บ้านชิงสุ่ยที่กำลังก้าวยาวๆ เข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง เบื้องหลังของเขามีป้าหลี่และชาวบ้านอีกนับสิบคนที่ถือคบเพลิงตามมาติดๆ แววตาของทุกคนที่มองมายังลานหน้ากระท่อมล้วนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและเคลือบแคลง
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของชาวบ้านคือภาพอันน่าสลดใจ หลินต้าซานผู้มีขาพิการพยายามใช้ร่างอันผอมโซของตนกางแขนปกป้องบุตรสาว เบื้องหน้าคือหลินต้าเจียงผู้มีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์กำลังเงื้อหมัดด้วยโทสะทะลุฟ้า ข้างกายยังมีหวังเจียวลี่ยืนเท้าสะเอวถลึงตาถมึงทึง ภาพความขัดแย้งนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้ใดคือผู้รังแกและผู้ใดคือผู้ถูกกระทำ
"ผู้ใหญ่บ้านโจว! ท่านมาได้จังหวะพอดิบพอดี!" หวังเจียวลี่ผู้มีไหวพริบเรื่องการพลิกลิ้นรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นโศกเศร้า นางก้าวออกมาร่ำไห้บีบน้ำตา "ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวเรานะเจ้าคะ! นังเด็กอกตัญญูหลินชิงเหมี่ยวผู้นี้บังอาจลักขโมยเงินของตระกูลหลักไปตั้งห้าตำลึงเงิน พอพวกเรามาทวงถาม มันกลับด่าทอผู้หลักผู้ใหญ่ หนำซ้ำยังข่มขู่จะไปแจ้งทางการให้จับพวกเราเข้าคุกอีก! เด็กสารเลวเยี่ยงนี้ หากไม่ตีให้ตาย วันหน้าคงสร้างความเสื่อมเสียให้หมู่บ้านชิงสุ่ยของเราเป็นแน่!"
หลินต้าเจียงรีบผสมโรงทันที เขาลดมือลงพลางถอนหายใจยาว แสร้งทำเป็นผู้อาวุโสที่ปวดร้าวใจ "ใช่แล้วผู้ใหญ่บ้าน ข้าในฐานะลุงใหญ่เพียงแค่ต้องการสั่งสอนหลานสาวที่หลงผิด ทว่าน้องสามของข้ากลับปกป้องบุตรสาวจนไม่ลืมหูลืมตา ข้าจึงหมดความอดทน..."
โจวต้าไห่ขมวดคิ้วแน่น เขากวาดสายตามองไปมาระหว่างสองผัวเมียตระกูลหลินและครอบครัวที่น่าสงสารของหลินต้าซาน ผู้ใหญ่บ้านผู้นี้แม้จะดูดุดันแต่ก็เป็นคนตงฉิน เขาเติบโตมาในหมู่บ้านชิงสุ่ย ย่อมรู้นิสัยใจคอของคนในตระกูลหลินเป็นอย่างดี ความตระหนี่ถี่เหนียวและความร้ายกาจของหวังเจียวลี่นั้นเลื่องลือไปทั่วสารทิศ ส่วนหลินต้าซานก็เป็นคนซื่อสัตย์ก้มหน้าก้มตาทำงานมาตลอด
"เป็นความจริงหรือชิงเหมี่ยว? เจ้าขโมยเงินของลุงใหญ่เจ้ามาจริงหรือ?" โจวต้าไห่หันไปถามเด็กสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย ทว่ายังคงแฝงความเข้มงวด
หลินชิงเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึก นางปรับเปลี่ยนแววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่ให้กลายเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจ หยาดน้ำตาใสกระจ่างเอ่อคลอเบ้าตาช้าๆ ราวกับไข่มุกที่รอวันร่วงหล่น นางก้าวออกมาจากแผ่นหลังของบิดา ยอบกายคารวะผู้ใหญ่บ้านอย่างนอบน้อมและงดงามตามแบบฉบับกุลสตรี ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทว่ากังวานชัดเจน
"เรียนท่านผู้ใหญ่บ้านและท่านลุงท่านป้าทุกท่าน ฟ้าดินเป็นพยาน ชิงเหมี่ยวไม่เคยหยิบฉวยสิ่งใดของตระกูลหลักแม้แต่แดงเดียวเจ้าค่ะ! เงินห้าตำลึงนี้ เป็นเงินที่ข้าตรากตรำขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรและนำไปขายที่โรงหมอในอำเภอเพื่อนำมารักษาอาการป่วยของท่านแม่ ทุกอีแปะล้วนแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและหยดเลือดของข้า..."
นางหยุดเว้นจังหวะ ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินอาบแก้ม "แต่ที่น่าสะเทือนใจยิ่งกว่า คือคำกล่าวหาของท่านลุงใหญ่และท่านป้าสะใภ้ใหญ่ พวกเขากล่าวหาว่าข้าขโมยเงินตระกูล... ทั้งๆ ที่พวกเรา... ถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างเป็นทางการแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ?"
คำกล่าวของชิงเหมี่ยวราวกับหินก้อนใหญ่ที่ทุ่มลงในผิวน้ำที่นิ่งสงบ ชาวบ้านพากันซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่
"ถูกขับไล่ออกมา? นี่มันเรื่องอันใดกัน?"
"ข้าก็ว่าแล้ว เหตุใดตระกูลหลินถึงปล่อยให้ต้าซานกับลูกเมียมาทนหนาวอยู่ในกระท่อมผุพังตีนเขาเช่นนี้!"
"สวรรค์! ต้าซานขาเป๋เพราะทำงานหนักให้ตระกูลแท้ๆ พวกเขากล้าขับไล่ไสส่งลงคอเชียวหรือ?"
"นังเด็กปีศาจ! เจ้าอย่ามาพูดจาเหลวไหล!" หลินต้าเจียงตวาดลั่น หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ "เลือดข้นกว่าน้ำ เจ้าเกิดในตระกูลหลิน เงินที่เจ้าหามาได้ก็ต้องเป็นของตระกูลหลิน!"
"พอได้แล้ว!" โจวต้าไห่ตวาดสวน เสียงดังกึกก้องจนหลินต้าเจียงคอหด "ชิงเหมี่ยว เจ้าบอกว่าถูกขับไล่ออกจากตระกูล มีหลักฐานอันใดมายืนยันหรือไม่?"
"มีเจ้าค่ะ!" หลินชิงเหมี่ยวล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ ทว่าแท้จริงแล้วนางแอบเรียกของสิ่งหนึ่งออกมาจากมิติลับหยกปราณ 'หนังสือแยกบ้าน' แผ่นกระดาษที่ถูกเขียนไว้อย่างเป็นระเบียบพร้อมรอยประทับลายนิ้วมือสีชาดถูกคลี่ออกต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและสายตาของทุกคน
โจวต้าไห่รับกระดาษแผ่นนั้นมาถือไว้ใกล้แสงคบเพลิง เขากวาดสายตาอ่านข้อความบนนั้นอย่างละเอียด ยิ่งอ่าน หัวคิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม เนื้อหาในหนังสือระบุชัดเจนว่าตระกูลหลักตัดขาดกับครอบครัวของหลินต้าซาน ไม่มอบทรัพย์สิน ที่ดิน หรือเงินทองให้แม้แต่อีแปะเดียว และนับจากวันที่ประทับตรา ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป ลายนิ้วมือของผู้อาวุโสหลินและหลินต้าเจียงปรากฏเด่นชัดอยู่มุมกระดาษ
"หลินต้าเจียง..." น้ำเสียงของโจวต้าไห่เย็นเยียบลงจนน่าขนลุก เขากำหนังสือแยกบ้านในมือแน่น "นี่คือลายนิ้วมือของเจ้าใช่หรือไม่?"
หลินต้าเจียงมองหนังสือในมือผู้ใหญ่บ้าน เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก เขาจำได้ดีว่าวันนั้นเขากับบิดาบังคับให้หลินต้าซานประทับลายนิ้วมือเพื่อไล่ออกจากบ้านหมายจะลดภาระปากท้อง เขาอึกอักตอบไม่ออก "เอ่อ... คือว่า... ข้า..."
"ไร้ยางอายยิ่งนัก!" โจวต้าไห่ตวาดลั่นชี้หน้าหลินต้าเจียง "ในหนังสือแยกบ้านเขียนชัดเจนว่าขับไล่น้องชายของเจ้าออกจากตระกูลโดยไม่ให้ทรัพย์สินแม้แต่แดงเดียว ปล่อยให้พวกเขามาทนทุกข์ทรมานในกระท่อมร้างตีนเขา พอหลานสาวหาเงินมารักษาแม่ที่ป่วยหนัก เจ้ากลับหน้าด้านมาแย่งชิงเงินของพวกเขาถึงที่! ซ้ำยังกล้าบิดเบือนความจริงต่อหน้าข้าและชาวบ้านอีก! เจ้าคิดว่าข้า ผู้ใหญ่บ้านแห่งชิงสุ่ย เป็นเพียงหัวหลักหัวตอหรืออย่างไร!"
คำตวาดของผู้ใหญ่บ้านปลุกกระแสความโกรธแค้นของชาวบ้านขึ้นมาทันที ป้าหลี่ที่ทนดูไม่ได้ตะโกนขึ้นมาเป็นคนแรก "ใช่! ช่างไร้ยางอายนัก! รังแกคนพิการและเด็กผู้หญิงที่อ่อนแอ! เงินของเขาหามาด้วยความยากลำบาก พวกเจ้ากลับมาปล้นเอาดื้อๆ แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับโจรป่า!"
"ขับไล่พวกหน้าด้านออกไปซะ!"
"อย่าให้พวกเขามาสร้างความเดือดร้อนที่นี่อีก!"
เสียงก่นด่าของชาวบ้านดังระงมไปทั่วบริเวณ จากที่เคยไม่กล้าเข้าข้างครอบครัวชิงเหมี่ยวเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของตระกูลหลัก บัดนี้ความอยุติธรรมที่ปรากฏชัดเจนเบื้องหน้า ทำให้ทุกคนพร้อมใจกันยืนหยัดเคียงข้างผู้ที่อ่อนแอกว่า
หลินต้าเจียงและหวังเจียวลี่ถูกเสียงก่นด่าทิ่มแทงจนใบหน้าชาหนึบ พวกเขามองซ้ายมองขวาเห็นแต่แววตาชิงชังรังเกียจ อำนาจของคนหมู่มากและบารมีของผู้ใหญ่บ้านกดทับจนสองผัวเมียไม่กล้าแม้แต่จะปริปากเถียง
"หากพวกเจ้ายังไม่ไสหัวไปอีก ข้าจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งต่อหัวหน้าหมู่บ้านตระกูลหลิน และให้ทางการมาลงโทษพวกเจ้าฐานกรรโชกทรัพย์!" โจวต้าไห่ประกาศกร้าว
หวังเจียวลี่ตัวสั่นเทา นางรีบกระตุกแขนเสื้อสามีอย่างแรง "ท่านพี่... พะ... พวกเรากลับกันเถอะ"
หลินต้าเจียงกัดฟันกรอดจนแทบแหลกละเอียด ความอับอายและโทสะสุมแน่นในอกทว่ามิอาจระบายออก เขาถลึงตาใส่หลินชิงเหมี่ยวด้วยความอาฆาตมาดร้าย "ฝากไว้ก่อนเถอะนังเด็กเหลือขอ! สักวันข้าจะให้เจ้าคุกเข่าอ้อนวอนข้า!"
สิ้นคำขู่ที่ไร้เรี่ยวแรง ชายร่างอ้วนก็รีบสะบัดแขนเสื้อเดินฝ่าวงล้อมของชาวบ้านออกไปอย่างเร่งรีบราวกับสุนัขจนตรอก โดยมีหวังเจียวลี่วิ่งตามหลังไปติดๆ เสียงโห่ร้องขับไล่ของชาวบ้านดังตามหลังไปจนกระทั่งเงาของทั้งสองกลืนหายไปในความมืด
ลานหน้ากระท่อมกลับมาสงบลงอีกครั้ง โจวต้าไห่ส่งหนังสือแยกบ้านคืนให้ชิงเหมี่ยวพร้อมกับทอดถอนใจ "ชิงเหมี่ยว ลำบากเจ้าแล้ว หากพวกเขากลับมาระรานอีก จงรีบไปแจ้งข้าทันที ข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเจ้าในเขตหมู่บ้านของข้าเด็ดขาด"
"ขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่บ้านและท่านลุงท่านป้าทุกท่านที่ให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวเราเจ้าค่ะ พระคุณนี้ชิงเหมี่ยวจะไม่มีวันลืม" เด็กสาวยอบกายคารวะอย่างซาบซึ้ง หลินต้าซานเองก็ค้อมเอวคำนับผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านทั้งน้ำตาที่รินไหลด้วยความตื้นตันใจที่ยังมีผู้เห็นใจในความอยุติธรรมนี้
หลังจากผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านแยกย้ายกันกลับไปจนหมดสิ้น ความมืดและความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุมกระท่อมตีนเขาอีกครา ทว่าในขณะที่ชิงเหมี่ยวและหลินต้าซานกำลังพรูลมหายใจด้วยความโล่งอก จู่ๆ สายลมเหมันต์ระลอกใหญ่ก็พัดกระหน่ำลงมาจากยอดเขาป่าหมอกเร้นลับอย่างฉับพลัน!
"ฟิ้วววว—!"
อุณหภูมิที่เคยเย็นยะเยือกอยู่แล้วกลับดิ่งวูบลงอย่างกะทันหันราวกับร่วงหล่นลงสู่ธารน้ำแข็งพันปี ลมหนาวกรีดผ่านรอยรั่วของผนังกระท่อมราวกับคมมีดที่มองไม่เห็น ชิงเหมี่ยวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง นางรีบประคองบิดาที่ขาเป๋ให้เดินหลบเข้าไปในตัวกระท่อมอย่างทุลักทุเล
ทว่าเพิ่งจะก้าวเท้าพ้นธรณีประตู เสียงไออย่างรุนแรงก็ดังก้องมาจากเตาเตียงดินด้านใน
"แค่ก! แค่กๆๆ! อึก..."
เสียงไอนั้นแหบพร่าและรุนแรงราวกับจะฉีกกระชากอวัยวะภายในออกมา หลินชิงเหมี่ยวใจหายวาบ นางรีบจุดตะเกียงน้ำมันเก่าๆ ให้สว่างขึ้น แสงไฟริบหรี่สาดส่องไปบนเตียงดิน เผยให้เห็นร่างของซูซิ่วอิงที่กำลังขดตัวสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่มบางเฉียบ
"ท่านแม่!"
ชิงเหมี่ยวถลันตัวเข้าไปหาดวงหน้านั้นซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากของมารดาแห้งผากและสั่นระริก ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเด็กสาวแทบหยุดเต้น คือรอยเลือดสีแดงฉานที่สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าห่มและริมฝีปากของซูซิ่วอิง!
มารดาของนางกระอักเลือด!
"ซิ่วอิง! เจ้าเป็นอะไรไป!" หลินต้าซานทิ้งไม้เท้าคลานเข่าเข้าไปกุมมือภรรยาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด มือของซูซิ่วอิงเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ทว่าหน้าผากกลับร้อนผ่าวราวกับไฟสุม
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น หลินชิงเหมี่ยวรีบเรียกใช้งานระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมที่แฝงอยู่ในจิตวิญญาณทันที นางกวาดสายตามองไปที่ร่างของมารดา เพียงครู่เดียว หน้าต่างระบบโปร่งแสงก็เด้งปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด!]
[เป้าหมาย: ซูซิ่วอิง]
[สถานะ: โรคปอดติดเชื้อรุนแรงเฉียบพลันแทรกซ้อนจากการอุณหภูมิลดต่ำกะทันหัน อวัยวะภายในเริ่มล้มเหลว!]
[เวลาที่เหลือในการรักษา: หากไม่ได้รับสมุนไพรปราณที่มีฤทธิ์อุ่นภายในหกชั่วยาม... ชีพจรจะดับสูญ!]
อักษรสีแดงฉานบนหน้าต่างระบบกะพริบถี่ยิบราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังนับถอยหลัง หลินชิงเหมี่ยวเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดห้วง นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ ท่ามกลางลมหนาวที่พัดโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกกระท่อมราวกับจะเยาะเย้ยชะตากรรม!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: อาการทรุดของมารดา]**