ตอนที่ 19

***บทที่ 19: อาการทรุดของมารดา***

อักษรสีแดงฉานบนหน้าต่างโปร่งแสงเบื้องหน้ากะพริบถี่ยิบราวกับคำพิพากษาของมัจจุราช หลินชิงเหมี่ยวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายเท้าขึ้นสู่หัวใจ ลมหนาวที่พัดโหมกระหน่ำลอดผ่านช่องโหว่ของผนังกระท่อมเข้ามา คล้ายดั่งเสียงเยาะเย้ยของพญายมราชที่กำลังรอรับดวงวิญญาณ

"ท่านแม่... ท่านแม่ต้องไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ!" เด็กสาวพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แม้ความหวาดกลัวจะเกาะกินขั้วหัวใจ ทว่าสติปัญญาของนางกลับทำงานอย่างรวดเร็ว นางรีบหันไปหาบิดาที่กำลังกุมมือมารดาร่ำไห้ปานจะขาดใจ

"ท่านพ่อ! รีบต้มน้ำร้อนเร็วเข้า! ข้าจะใช้สมุนไพรประคองอาการของท่านแม่ไว้ก่อน!"

หลินต้าซานสะดุ้งสุดตัว เขาปาดน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวกๆ พยักหน้ารับคำอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนจะใช้ไม้เท้าพยุงร่างอันพิการของตนลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แล้วรีบสาวเท้ากะเผลกไปยังเตาไฟเก่าคร่ำคร่ามุมห้องเพื่อก่อไฟต้มน้ำอย่างเร่งร้อน

หลินชิงเหมี่ยวฉวยโอกาสที่บิดาหันหลังให้ แอบเรียกใช้น้ำพุวิญญาณจากมิติลับหยกปราณที่ซ่อนอยู่ในจี้หยกเก่าแก่ของมารดา หยดน้ำใสกระจ่างที่มีกลิ่นหอมจางๆ ปรากฏขึ้นในถ้วยดินเผา นางรีบประคองศีรษะที่ร้อนผ่าวของซูซิ่วอิงขึ้นมา ค่อยๆ ป้อนน้ำพุวิญญาณผ่านริมฝีปากที่ซีดเซียวและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิต

"แค่ก... ชิง... ชิงเหมี่ยว..." ซูซิ่วอิงปรือตาขึ้นมองบุตรสาวด้วยแววตาอ่อนล้า น้ำเสียงของนางแหบแห้งและแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม "แม่... แม่คงอยู่ดูแลเจ้า... ไม่ได้แล้ว..."

"อย่ากล่าวเช่นนั้นเจ้าค่ะ! ท่านแม่จะต้องมีชีวิตอยู่มองดูข้าเติบโต มองดูครอบครัวของเรามีชีวิตที่ดีขึ้น!" หลินชิงเหมี่ยวสะอื้น กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ทว่านางยังคงฝืนยิ้มให้กำลังใจมารดา

เมื่อน้ำพุวิญญาณไหลลงสู่ลำคอ ลมหายใจที่หอบกระชั้นของซูซิ่วอิงก็เริ่มสงบลงเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดผ่อนคลายลง ทว่าหน้าต่างของระบบเซียนโอสถกสิกรรมกลับเด้งข้อความเตือนสีเหลืองอำพันขึ้นมาขัดจังหวะความหวังอันริบหรี่

[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: น้ำพุวิญญาณระดับเริ่มต้นสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตและระงับอาการล้มเหลวของอวัยวะภายในได้ชั่วคราวเท่านั้น ไม่สามารถขจัดเชื้อโรคระบาดในปอดหรือซ่อมแซมความเสียหายจากความเย็นจัดได้โดยตรง เวลาที่เหลือในการรักษาถูกยืดออกเป็นแปดชั่วยาม]

[คำแนะนำ: ผู้ป่วยต้องการสมุนไพรปราณธาตุไฟระดับสูงที่มีฤทธิ์อุ่นอย่างเร่งด่วน เพื่อขับไล่ความเย็นที่ฝังลึกในปอดและทำลายเชื้อโรคร้าย ระบบขอเสนอให้ค้นหา 'รากปราณอุ่น' สมุนไพรวิญญาณที่เติบโตในสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว]

หลินชิงเหมี่ยวเพ่งมองข้อความเหล่านั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น 'รากปราณอุ่น' เป็นสมุนไพรระดับสูงที่นางเคยเห็นผ่านตาในสารบบของระบบเซียนโอสถกสิกรรม มันไม่ใช่หญ้าเกล็ดหิมะทั่วไปที่หาได้ตามชายป่า แต่เป็นสมุนไพรหายากที่มักซุกซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในอาณาเขตของป่าหมอกเร้นลับ สถานที่ที่เต็มไปด้วยภยันตรายและสัตว์ร้ายนานาชนิด

"ข้าต้องหามันมาให้ได้..." เด็กสาวขบกรามแน่น

หากปล่อยไว้เช่นนี้ อาการของมารดาย่อมทรุดหนักลงอีกครั้งเมื่อฤทธิ์ของน้ำพุวิญญาณหมดลง และครั้งหน้านางอาจไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาอีกเลย การหาสมุนไพรระดับสูงขึ้นจึงมิใช่เพียงทางเลือก ทว่าคือทางรอดเพียงหนึ่งเดียว!

หลินต้าซานยกชามน้ำแกงร้อนๆ ที่ต้มผสมกับหญ้าเกล็ดหิมะที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเข้ามาใกล้ เขาค่อยๆ ป้อนให้ภรรยาดื่มอย่างระมัดระวัง แววตาของชายผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวเต็มไปด้วยความปวดร้าวและโทษตนเองที่ไม่สามารถปกป้องลูกเมียให้อยู่ดีกินดีได้ จนต้องมาตกระกำลำบากเช่นนี้

"ท่านพ่อ ข้าจะออกไปข้างนอกสักประเดี๋ยว" หลินชิงเหมี่ยวเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เสียงของนางหนักแน่นและเด็ดขาด

"เจ้าจะไปที่ใดในยามวิกาลเช่นนี้! ลมหนาวพัดแรงปานนี้ ออกไปก็มีแต่จะแข็งตายเปล่าๆ!" หลินต้าซานตื่นตระหนก รีบวางชามยาลงและหันมาคว้าแขนบุตรสาวไว้แน่น "ประเดี๋ยวฟ้าสาง พ่อจะเข้าเมืองไปกราบกรานหมอผิงให้มารักษาแม่ของเจ้าเอง ต่อให้ต้องโขกศีรษะจนเลือดอาบ หรือขายตัวเป็นทาส พ่อก็จะทำ!"

"ท่านพ่อ หมอผิงผู้นั้นหน้าเนื้อใจเสือ ท่านก็รู้ดีว่าเขาไม่มีทางยอมมารักษาท่านแม่แน่ อีกอย่าง... อาการของท่านแม่รอจนถึงรุ่งสางไม่ไหวแล้ว!" หลินชิงเหมี่ยวกุมมือหยาบกร้านของบิดาไว้แน่น ถ่ายทอดความตั้งใจอันแน่วแน่ผ่านดวงตากลมโต "ข้าเรียนรู้วิชาแพทย์มาบ้าง ข้ารู้ว่ามียาสมุนไพรชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาท่านแม่ได้ มันอยู่บนเขาหลังหมู่บ้านนี่เอง ข้าจะรีบไปรีบกลับ ท่านพ่อโปรดเชื่อใจข้าเถิด!"

"แต่ว่า... ป่าหมอกเร้นลับยามค่ำคืนอันตรายยิ่งนัก ทั้งสัตว์ร้าย ทั้งลมหนาว... หากเจ้าเป็นอะไรไปอีกคน พ่อจะทนอยู่ต่อไปได้อย่างไร!" น้ำตาของชายชาตรีร่วงหล่นลงมากระทบหลังมือของเด็กสาว

"ข้าให้สัญญาว่าจะระวังตัวอย่างที่สุด ข้าจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน ท่านพ่อจงดูแลท่านแม่ให้ดี คอยเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นสลับกับให้ดื่มน้ำต้มสมุนไพรนี้ หากข้ายังไม่กลับมา ห้ามให้ผู้ใดเข้ามาในกระท่อมเด็ดขาด!"

หลินชิงเหมี่ยวผละออกจากอ้อมแขนของบิดา นางคว้าเสื้อคลุมกันหนาวที่เย็บปะติดปะต่อจนดูไม่ได้รูปทรงมาสวมทับอีกชั้น หยิบมีดตัดฟืนเล่มเล็กและตะกร้าสานสะพายขึ้นหลัง ดวงตาของเด็กสาวทอประกายเด็ดเดี่ยวราวกับพยัคฆ์ตัวน้อยที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับพายุร้าย

"รอข้าก่อนนะเจ้าคะท่านแม่ ข้าจะต้องนำยามารักษาท่านให้จงได้!"

นางกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น ก่อนจะผลักบานประตูไม้ออกไป สายลมกรรโชกแรงพัดพาเอาเกล็ดน้ำแข็งและละอองหิมะสาดซัดเข้ามาปะทะใบหน้า ความหนาวเหน็บเสียดแทงทะลุเข้าไปถึงกระดูกดำ ทว่าความร้อนรุ่มในอกกลับลุกโชนยิ่งกว่ากองเพลิง

หลินชิงเหมี่ยวก้าวเท้าฝ่าความมืดมิดและลมพายุ ออกห่างจากแสงไฟริบหรี่ของกระท่อมหลังน้อย มุ่งหน้าสู่เส้นทางอันคดเคี้ยวของป่าหมอกเร้นลับเบื้องหน้า ความตายของมารดากำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะจิต นางไม่อาจยอมจำนนต่อชะตากรรม!

ทันใดนั้นเอง เสียงขู่ฟ่อพร้อมกับเสียงสวบสาบของบางสิ่งก็ดังก้องมาจากพุ่มไม้ทึบเบื้องหน้า ในเงามืดมิดของแนวป่า ดวงตาสีโลหิตคู่หนึ่งสว่างวาบขึ้นจับจ้องมาที่ร่างเล็กจ้อยของเด็กสาว ราวกับพญามัจจุราชที่กำลังรอคอยเหยื่ออันโอชะ!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: บุกป่าหมอกชั้นกลาง]**