ตอนที่ 20
***บทที่ 20: บุกป่าหมอกชั้นกลาง***
เจ้าของดวงตาสีโลหิตคู่นั้นพุ่งพรวดออกมาจากเงามืดด้วยความเร็วราวกับเกาทัณฑ์ที่หลุดจากแหล่ง มันคือแมวป่าเขี้ยวคลั่งที่กำลังหิวโซ ร่างของมันผอมเกร็งทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน กรงเล็บแหลมคมตวัดวูบหมายจะตะปบเข้าที่ลำคอของเด็กสาว หลินชิงเหมี่ยวเบิกตากว้าง ทว่าจิตใจที่หล่อหลอมมาอย่างเด็ดเดี่ยวกลับไม่ตื่นตระหนก นางทิ้งตัวกลิ้งหลบลงบนพื้นหิมะอย่างฉิวเฉียด พร้อมกับใช้มีดตัดฟืนในมือฟาดสวนกลับไปกระทบกับโขดหินใหญ่จนเกิดประกายไฟสว่างวาบและเสียงดังลั่นป่า
แมวป่าเขี้ยวคลั่งชะงักงันด้วยความตกใจกลัวต่อประกายไฟและเสียงกึกก้อง มันขู่ฟ่อในลำคออีกครั้งก่อนจะสะบัดหางแล้วมุดหายกลับเข้าไปในพุ่มไม้ทึบ หลินชิงเหมี่ยวยันกายลุกขึ้นยืนหอบหายใจหนักหน่วง นางรู้ดีว่าหากรั้งอยู่ที่นี่ต่อไป กลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตจะดึงดูดสัตว์ร้ายตัวอื่นมาอีกเป็นแน่ เด็กสาวกระชับตะกร้าบนหลังและด้ามมีดในมือให้แน่นขึ้น ก่อนจะกัดฟันก้าวเท้าฝ่าดงหนาม มุ่งหน้าลึกลงไปในป่าหมอกเร้นลับ
เมื่อล่วงล้ำเข้าสู่เขตป่าหมอกชั้นกลาง บรรยากาศรอบกายก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้นไม้บรรพกาลขนาดหลายคนโอบยืนต้นตระหง่านบดบังแสงจันทร์จนมืดมิด หมอกสีขาวขุ่นหนาทึบขึ้นจนแทบมองไม่เห็นเส้นทางเบื้องหน้า อากาศหนาวเหน็บเสียดกระดูกทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเขตป่าชั้นนอก ทว่าหลินชิงเหมี่ยวไม่อาจถอยกลับ นางต้องหาสมุนไพร 'รากปราณอุ่น' ให้พบ เพื่อนำไปต่อลมหายใจให้แก่มารดาที่นอนป่วยหนักอยู่บนเตียง
หน้าต่างโปร่งแสงของระบบผู้ช่วยเซียนโอสถกสิกรรมสว่างวาบขึ้นในห้วงสายตาของนาง แผนที่สามมิติขนาดเล็กปรากฏขึ้นพร้อมกับเรดาร์ตรวจจับสภาพแวดล้อม
[กำลังสแกนพื้นที่... ตรวจพบความชื้นและอุณหภูมิติดลบ... แนะนำให้ผู้ใช้เพิ่มความระมัดระวัง!]
"ระบบ ค้นหาร่องรอยของสมุนไพรรากปราณอุ่นให้ข้าที" เด็กสาวเอ่ยสั่งการในใจ ขณะใช้มีดฟันเถาวัลย์ที่ขวางทาง
[รับทราบ... กำลังขยายขอบเขตการค้นหาสัญญาณปราณธาตุหยาง...]
หลินชิงเหมี่ยวเดินย่ำไปบนใบไม้แห้งที่ถูกหิมะกลบฝัง เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนความหนาวเย็นเริ่มกัดกินปลายมือปลายเท้า แต่ทันใดนั้นเอง หน้าต่างระบบก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัวพร้อมเสียงเตือนบาดหู!
[คำเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบภัยคุกคามทางชีวภาพระดับสูงในระยะประชิด! ทิศทางสามนาฬิกา!]
วิกฤตเป็นตายบังเกิดในเสี้ยวอึดใจ! หลินชิงเหมี่ยวไม่เสียเวลาหันไปมอง นางทิ้งน้ำหนักตัวและเบี่ยงหลบไปทางซ้ายสุดกำลังตามสัญชาตญาณที่ถูกกระตุ้นถึงขีดสุด เสียง *ฟ่อ* ดังก้องขึ้นข้างใบหู พร้อมกับเงาสีขาวสายหนึ่งที่พุ่งทะลวงอากาศตัดผ่านตำแหน่งที่นางเคยยืนอยู่เมื่อครู่ไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!
มันคือ 'อสรพิษเกล็ดหิมะ' งูพิษร้ายแรงแห่งป่าหมอกเร้นลับที่พรางตัวได้แนบเนียนไปกับสภาพแวดล้อม หยาดพิษสีเขียวเข้มหยดลงจากเขี้ยวของมันกระทบพื้นหิมะจนเกิดเสียงดังฟู่และควันลอยกรุ่น อสรพิษร้ายตวัดรัดลำตัวเข้ากับกิ่งไม้ เตรียมตัวพุ่งฉกเป็นหนที่สอง ทว่าหลินชิงเหมี่ยวที่ตั้งหลักได้ก่อน ไม่ยอมตกเป็นเป้าหมายนิ่งให้นักล่าสังหาร นางสะบัดข้อมือขว้างก้อนหินที่แอบเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อกระแทกเข้าที่ตาของมันอย่างแม่นยำ
งูร้ายดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด เปิดโอกาสให้เด็กสาวพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว นางก้มหน้าก้มตาวิ่งหนีออกจากรัศมีทำการของมัน อาศัยจังหวะชุลมุนหลุดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้อย่างหวุดหวิด ร่างเล็กหอบหายใจจนอกกระเพื่อม เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมชื้นแผ่นหลัง หากไม่มีระบบผู้ช่วยคอยเตือนภัย ป่านนี้นางคงกลายเป็นซากศพเย็นชืดอยู่ใต้ต้นไม้ไปแล้ว
[ติ๊ง! ตรวจพบคลื่นพลังปราณธาตุหยางบริสุทธิ์ ระยะห่างสิบก้าวเบื้องหน้า!]
เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นทำให้นางรีบเงยหน้าขึ้นมอง ผ่านม่านหมอกหนาทึบและรากไม้ใหญ่ที่พันเกี่ยวกันเป็นซุ้ม ใต้ซอกหินที่มีหิมะปกคลุมบางเบา ปรากฏแสงเรืองรองสีส้มแดงจางๆ ส่องประกายฝ่าความมืดมิด หลินชิงเหมี่ยวใจเต้นระรัว นางค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้และปัดเศษใบไม้แห้งออก
เบื้องหน้าของนางคือต้นกล้าขนาดเล็กที่มีใบสีแดงเข้มราวกับโลหิต เส้นใยบนใบมีริ้วสีทองเปล่งประกาย บริเวณรอบๆ ต้นกล้าไม่มีหิมะเกาะตัวอยู่เลย ราวกับมันแผ่ไออุ่นออกมาปกป้องตนเองตลอดเวลา นี่คือ 'รากปราณอุ่น' สมุนไพรล้ำค่าที่สามารถขจัดพิษเย็นและรักษาอาการไอเป็นเลือดของมารดาได้อย่างชะงัดนัก!
"สวรรค์เมตตาข้าแล้ว!" หลินชิงเหมี่ยวพึมพำด้วยความปีติ นางรีบหยิบมีดเล็กออกมาขุดแซะดินรอบๆ อย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้รากของมันบอบช้ำ นางวางแผนไว้แล้วว่าจะนำต้นกล้านี้เข้าไปปลูกในแปลงดินปราณภายในมิติลับหยกปราณ และใช้น้ำพุวิญญาณรดเพื่อเร่งเวลาการเจริญเติบโตให้ทันต่อการปรุงยาช่วยชีวิตมารดา
เมื่อต้นกล้ารากปราณอุ่นทั้งสามต้นถูกเก็บเข้าสู่มิติส่วนตัวอย่างปลอดภัย เด็กสาวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะหยัดกายลุกขึ้น สายตากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนพื้นหิมะที่อยู่ลึกเข้าไปใต้โขดหินใหญ่
มันคือรอยเท้า! ทว่าไม่ใช่รอยเท้าของสัตว์ป่าทั่วไป รอยเท้านั้นมีขนาดใหญ่โตเท่ากับตุ่มน้ำ รอยกรงเล็บทั้งสี่ที่กดลึกลงไปในชั้นหินแข็งและดินเยือกแข็งบ่งบอกถึงพละกำลังอันมหาศาลที่ไม่อาจจินตนาการได้ ขอบรอยเท้ายังมีรอยเลือดที่เพิ่งแห้งกรังติดอยู่ บรรยากาศรอบด้านพลันเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของนางที่เต้นรัวแรง
[คำเตือนระดับวิกฤต! ตรวจพบคลื่นพลังชีวิตขนาดมหึมา กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ด้วยความเร็วสูง!]
หน้าต่างระบบสาดแสงสีแดงวาบวับจนแสบตา พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นราวกับเกิดแผ่นดินไหว เสียงต้นไม้ใหญ่หักโค่นดังลั่นมาจากความมืดเบื้องหลังม่านหมอก พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ทำเอาแก้วหูแทบฉีกขาด พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านครอบคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยตามกระแสลมกรรโชกแรง
หลินชิงเหมี่ยวหน้าซีดเผือด นางไม่รอช้าแม้แต่เสี้ยววินาที สองเท้าออกแรงถีบตัวพุ่งทะยานไปข้างหน้าสุดกำลังเพื่อหนีตายออกจากนรกขุมนี้ให้เร็วที่สุด ทว่าเงาดำทะมึนขนาดมหึมากลับแหวกม่านหมอกออกมา ปรากฏขึ้นที่เบื้องหลังของนางเสียแล้ว!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เพาะปลูกเร่งด่วน]**