ตอนที่ 21

***บทที่ 21: เพาะปลูกเร่งด่วน***

กรงเล็บแหลมคมขนาดมหึมาตวัดวูบแหวกม่านหมอก เสียงลมกรีดร้องบาดแก้วหูราวกับมัจจุราชกำลังคร่ำครวญ หลินชิงเหมี่ยวสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งและไอมรณะที่รินรดแผ่นหลัง ในเสี้ยวลมหายใจแห่งความเป็นความตายนั้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดพลันปะทุขึ้นถึงขีดสุด นางเพ่งจิตเรียกหาจี้หยกเก่าแก่ของมารดาที่ห้อยแนบชิดติดอก พริบตานั้น ร่างอ้อนแอ้นของเด็กสาวพลันเลือนหายวับไปจากผืนป่าอันหนาวเหน็บ ราวกับหยาดน้ำค้างที่ระเหยหายไปในอากาศธาตุ ทิ้งให้เงาร่างดำทะมึนตะปบคว้าได้เพียงความว่างเปล่าและก้อนหิมะที่แตกกระจาย

ตุบ!

ร่างของหลินชิงเหมี่ยวร่วงลงมากระแทกผืนหญ้านุ่มนวลภายในมิติลับหยกปราณ นางนอนหอบหายใจฮัก โกยอากาศเข้าปอดอย่างตะกละตะกลาม หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายเต็มกรอบหน้า แม้จะรอดพ้นจากคมเขี้ยวของสัตว์อสูรปริศนามาได้อย่างหวุดหวิด ทว่าความหวาดกลัวยังคงเต้นตุบอยู่ในสายเลือด กระนั้น เมื่อสูดดมกลิ่นหอมบริสุทธิ์ของละอองปราณที่ล่องลอยอยู่ในมิติ จิตใจที่ว้าวุ่นก็ค่อยๆ สงบลงอย่างน่าประหลาด

นางไม่มีเวลาให้หวาดผวาอีกต่อไป!

เด็กสาวยันกายลุกขึ้นยืน นัยน์ตาหงส์ทอประกายเด็ดเดี่ยว มารดาของนางกำลังนอนรอความตายอยู่ที่บ้าน อาการไอเป็นเลือดนับวันยิ่งกำเริบหนัก หากไม่ได้รับยาจากรากปราณอุ่นไปสกัดพิษไข้ป่าเรื้อรัง ซูซิ่วอิงคงไม่อาจทนผ่านพ้นคืนนี้ไปได้

หลินชิงเหมี่ยวสาวเท้าก้าวเข้าหาส่วนที่เป็นแปลงดินปราณ ดินบริเวณนี้มีสีดำขลับมันวาวราวกับก้อนหินหมึกชั้นเลิศ อบอวลไปด้วยพลังวิญญาณฟ้าดินที่เข้มข้น นางทรุดตัวลงนั่ง ใช้สองมือขุดหลุมขนาดเล็กอย่างระมัดระวัง ก่อนจะนำต้นกล้ารากปราณอุ่นทั้งสามต้นที่เพิ่งเก็บมาได้ วางลงในหลุมอย่างทะนุถนอมและกลบดินทับรากฝอยอย่างเบามือที่สุด

เมื่อปลูกเสร็จสิ้น นางหันไปคว้าถังไม้ตักน้ำจากบ่อน้ำพุวิญญาณที่อยู่ไม่ไกล น้ำในบ่อใสกระจ่างจนเห็นก้นบ่อ ทอประกายระยิบระยับราวกับรวบรวมแสงดาวนับหมื่นดวงเอาไว้ หลินชิงเหมี่ยวรู้ดีว่าพืชปราณปกติต้องใช้เวลาเติบโตตามธรรมชาติ แต่ตอนนี้นางรอไม่ได้แม้แต่วันเดียว!

เด็กสาวออกแรงสาดน้ำพุวิญญาณรดลงบนต้นกล้ารากปราณอุ่นอย่างหนักหน่วง ถังแล้วถังเล่า ปริมาณน้ำพุวิญญาณที่มากมายมหาศาลซึมซาบลงสู่ผืนดินอย่างรวดเร็ว หวังใช้พลังบริสุทธิ์เร่งวงจรชีวิตของพืชให้เติบโตในพริบตา

วูบ!

ทันใดนั้น หน้าต่างระบบแสงสีฟ้าก็สาดประกายวาบขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนไร้อารมณ์ที่ดังก้องในโสตประสาท

[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการใช้น้ำพุวิญญาณเร่งปฏิกิริยาการเจริญเติบโตเกินขีดจำกัดสูงสุดของสมดุลมิติ!]

[คำเตือน: การบีบคั้นวงจรชีวิตของพืชปราณในระยะเวลาอันสั้น จะทำการสูบดึงพลังงานบริสุทธิ์จาก 'แปลงดินปราณ' อย่างรุนแรงและฉับพลัน หากท่านยืนยันดำเนินการต่อ ดินปราณบริเวณนี้จะสูญเสียพลังงานทั้งหมดและกลายสภาพเป็นดินแห้งแล้งธรรมดาชั่วคราว ไม่สามารถเพาะปลูกสิ่งใดได้อีกจนกว่าระบบมิติจะฟื้นฟูพลังงานกลับมาสมบูรณ์ โปรดยืนยันคำสั่ง!]

หลินชิงเหมี่ยวกัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด นางเข้าใจข้อจำกัดของการจัดการพลังงานในมิติลับดี แปลงดินปราณคือรากฐานสำคัญที่สุดในการสร้างความมั่งคั่งและเพาะปลูกสมุนไพรล้ำค่า หากมันสูญเสียพลังไป ย่อมหมายถึงแผนการหาเงินมาสร้างครอบครัวต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ทว่าเมื่อเทียบกับลมหายใจรวยรินของมารดาผู้ให้กำเนิด ดินปราณจะเป็นดั่งก้อนกรวดไร้ค่าก็ช่างประไร!

"ข้ายอมรับผลรบกระทบ! เร่งเวลาเติบโตเต็มสูบเดี๋ยวนี้!" นางตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

[ยืนยันคำสั่ง ถ่ายโอนพลังงานวิญญาณจากผืนดินเข้าสู่พืชเป้าหมาย ณ บัดนี้]

สิ้นเสียงแจ้งเตือน ภาพมหัศจรรย์เหนือสามัญสำนึกก็บังเกิดขึ้นเบื้องหน้า ต้นกล้ารากปราณอุ่นทั้งสามต้นเริ่มสั่นระริก ลำต้นสีเขียวอ่อนของมันขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างก้าวกระโดด ใบไม้แตกยอดอ่อนก่อนจะแผ่ขยายและเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดราวกับโลหิต พลังปราณธาตุไฟอันอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว รากใต้ดินชอนไชลึกลงไป ดูดซับทั้งน้ำพุวิญญาณและพลังจากดินปราณอย่างตะกละตะกลาม

ในทางกลับกัน ผืนดินสีดำขลับที่เคยอุดมสมบูรณ์กลับเริ่มซีดจางลงอย่างเห็นได้ชัด ความมันวาวหายไป กลายสภาพเป็นสีเทาหม่นหมอง แห้งผาก และแตกระแหงราวกับดินแดนที่ถูกทอดทิ้งมานับร้อยปี พลังวิญญาณในดินถูกสูบออกไปจนหยดสุดท้ายเพื่อแลกกับการเติบโตของสมุนไพรทั้งสามต้นนี้

เพียงไม่กี่อึดใจ รากปราณอุ่นก็เติบโตถึงขีดสุด โคนต้นปูดโปนอวบอ้วน ทอแสงสีแดงเรื่ออันเป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพรปราณอายุร้อยปี!

หลินชิงเหมี่ยวไม่รอช้า นางรีบลงมือขุดรากปราณอุ่นที่สมบูรณ์แบบทั้งสามหัวขึ้นมา บรรจุลงในกล่องไม้เก็บรักษาอย่างระมัดระวังที่สุด เมื่อได้ตัวยาสะท้านชีวิตมาครอบครองแล้ว นางก็เพ่งจิตตรวจสอบสถานการณ์ภายนอกมิติผ่านสายตาของระบบ พบว่าสัตว์อสูรยักษ์ตัวนั้นได้จากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าขนาดใหญ่และซากต้นไม้ที่หักโค่นระเนระนาดเป็นทางยาว

เด็กสาวถอนหายใจยาว ก่อนจะกำหนดจิตออกจากมิติลับ ร่างของนางปรากฏขึ้นท่ามกลางป่าหิมะอีกครั้ง นางกระชับห่อผ้าแน่น ออกแรงวิ่งฝ่าความหนาวเหน็บมุ่งหน้ากลับสู่หมู่บ้านชิงสุ่ยด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่สองขาจะทำได้ เกล็ดหิมะบาดผิวหน้าจนแสบร้อน ลมหายใจกลายเป็นไอขาว แต่ในใจมีเพียงความมุ่งมั่นเดียวคือต้องกลับไปให้ทันเวลา

ครึ่งชั่วยามต่อมา หลินชิงเหมี่ยวก็ผลักบานประตูไม้ผุพังของกระท่อมอย่างแรง

"ท่านแม่! ข้าได้ยามารักษาท่านแล้ว!"

ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาหัวใจของนางหล่นวูบดิ่งลงสู่เหวลึก ร่างของซูซิ่วอิงครึ่งหนึ่งร่วงหล่นลงมาห้อยอยู่ริมขอบเตียงเตี้ย ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เปลือกตาปิดสนิท ลมหายใจรวยรินจนแทบสัมผัสไม่ได้ ที่น่าสยดสยองที่สุดคือกองเลือดสีคล้ำที่ทะลักออกจากริมฝีปาก หยดลงมากองเป็นแอ่งใหญ่บนพื้นดิน!

[แจ้งเตือนวิกฤตสูงสุด! สัญญาณชีพจรของผู้ป่วยลดต่ำลงจนถึงขีดอันตราย อวัยวะภายในกำลังล้มเหลว เหลือเวลาช่วยชีวิตเพียงครึ่งก้านธูป!]

เสียงเตือนสีแดงกะพริบรัวในโสตประสาทราวกับนับถอยหลังสู่ความตาย หลินชิงเหมี่ยวเบิกตาโพลง สองมือสั่นสะท้าน นางมีเวลาเพียงไม่กี่อึดใจที่จะดึงมารดากลับมาจากปรโลก!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ปรุงยาต่อชีวิต]**