ตอนที่ 22
***บทที่ 22: ปรุงยาต่อชีวิต***
ภาพกองเลือดคล้ำบนพื้นเบื้องล่าง และร่างมารดาที่แขวนอยู่ร่อแร่ ทำเอาดวงใจของหลินชิงเหมี่ยวราวกับถูกบีบรัดจนแตกสลาย อากาศหนาวเหน็บภายนอกมิอาจเทียบเท่าความเยียบเย็นที่แผ่ซ่านเข้าจับขั้วหัวใจ นางเบิกตาโพลง สองมือสั่นสะท้าน ทว่าในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายเช่นนี้ สติสัมปชัญญะที่ร่ำเรียนมาในโลกอนาคตก็ผุดขึ้นมาควบคุมร่างที่กำลังจะทรุดฮวบลง
"ท่านพ่อ! รีบช่วยท่านแม่ขึ้นเตียง!" หลินชิงเหมี่ยวตะโกนเสียงกร้าว บ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยวที่เด็กสาววัยสิบห้าปีไม่ควรมี หลินต้าซานที่ยืนนิ่งตะลึงงันด้วยความตกใจสุดขีด เพิ่งได้สติกลับคืนมา เขารีบรุดเข้าประคองร่างบอบบางของซูซิ่วอิงขึ้นวางบนเตียงอย่างแผ่วเบา ใบหน้าเขาซีดเผือดไม่ต่างจากภรรยา พลางเรียกชื่อนางซ้ำๆ ด้วยเสียงสั่นเครือ
เสียงเตือนสีแดงกะพริบถี่รัวในโสตประสาทของชิงเหมี่ยว “แจ้งเตือนวิกฤตสูงสุด! สัญญาณชีพจรของผู้ป่วยลดต่ำลงจนถึงขีดอันตราย อวัยวะภายในกำลังล้มเหลว เหลือเวลาช่วยชีวิตเพียงครึ่งก้านธูป!” ครึ่งก้านธูป! นั่นคือเวลาที่เหลือน้อยนิดราวกับเส้นด้ายบางเฉียบที่กำลังจะขาดสะบั้น
"ท่านพ่อ! จุดไฟเตาเร็วเข้า!" นางตวาดเสียงดัง ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบหิมะและเหงื่อผุดพราย หลินชิงเหมี่ยวไม่รอช้า นางดึงกล่องไม้ที่บรรจุรากปราณอุ่นอายุร้อยปีสามหัวออกมาจากห่อผ้าที่แนบกายอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน มืออีกข้างก็คว้ากระบอกไม้ไผ่ที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ พรวดพราดไปที่มุมห้องที่มีเตาดินสำหรับต้มยาเล็กๆ ตั้งอยู่
"ชิงเหมี่ยว...เจ้าจะทำอันใด?" หลินต้าซานมองลูกสาวด้วยแววตาเลิ่กลั่ก ราวกับกำลังมองดูคนแปลกหน้า เขามิเคยเห็นลูกสาวแสดงท่าทีเฉียบขาดและเร่งรีบถึงเพียงนี้มาก่อน ในยามคับขันเช่นนี้ เขากลับรู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์เสียเหลือเกิน
หลินชิงเหมี่ยวไม่ตอบ เพียงแต่พุ่งตรงไปยังเตาดินที่หลินต้าซานเพิ่งจุดไฟขึ้นได้พอดี นางเทน้ำพุวิญญาณจากกระบอกไม้ไผ่ลงในหม้อดินทันที และฉีกรากปราณอุ่นที่สมบูรณ์แบบทั้งสามหัวออก โยนลงไปในหม้อดินอย่างไม่ลังเล รากปราณอุ่นทั้งสามหัว โคนต้นปูดโปนอวบอ้วน ทอแสงสีแดงเรื่อ เมื่อกระทบกับความร้อนของน้ำพุวิญญาณพลันส่งกลิ่นหอมหวลอบอวลไปทั่วกระท่อม กลิ่นอายสมุนไพรโบราณหอมกรุ่นจนจับใจ ทำให้ความตึงเครียดภายในกระท่อมคลายลงได้บ้าง แม้เพียงชั่วขณะ
หลินชิงเหมี่ยวเฝ้ามองหม้อดินที่เริ่มเดือดพล่าน เขม่าควันไฟเกาะกรังบนใบหน้าขาวซีดของนาง แต่นางมิได้สนใจ นางเพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การต้มยา ระบบเอไอพลันฉายภาพเวลาที่เหลืออยู่บนหน้าจอโปร่งแสงตรงหน้า "เหลือเวลา: ห้าสิบวินาที... สี่สิบห้าวินาที..." ตัวเลขสีแดงฉานกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ สร้างแรงกดดันมหาศาล
"อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวเท่านั้น!" นางรำพึงเบาๆ ดวงตาจับจ้องไปที่น้ำยาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มดุจโลหิต แต่กลับมีประกายเรืองรองราวกับอัญมณีล้ำค่า เมื่อเห็นว่าน้ำยาได้ที่ นางก็ไม่รอช้า รีบยื่นมือที่สั่นเทาคว้าหม้อดินที่ร้อนระอุ ยกออกจากเตาอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้สึกแสบร้อนที่ปลายนิ้ว แต่นางก็ไม่ใส่ใจ
หลินต้าซานมองภาพลูกสาวที่กำลังเร่งร้อนอย่างลนลาน เขามิอาจเข้าใจได้ว่าสมุนไพรลึกลับที่ลูกสาวเพิ่งขุดมานั้นคืออะไร และน้ำในกระบอกไม้ไผ่ก็ดูบริสุทธิ์ใสกระจ่างผิดปกตินัก ที่สำคัญ...กลิ่นหอมนี้ มันหอมล้ำลึกเกินกว่าสมุนไพรใดที่เขาเคยรู้จักมาทั้งชีวิต!
หลินชิงเหมี่ยวไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยข้อสงสัยของบิดา นางรินน้ำยาที่ยังอุ่นร้อนลงในถ้วยไม้เล็กๆ ควันปราณสีขาวลอยอ้อยอิ่งขึ้นมาอย่างงดงาม รากปราณอุ่นได้ละลายไปกับน้ำพุวิญญาณจนหมดสิ้น เหลือเพียงน้ำยาใสสีทับทิมที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวน นางเดินไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว ทรุดตัวลงข้างๆ ซูซิ่วอิง พลางประคองศีรษะที่ไร้เรี่ยวแรงของมารดาขึ้นมาอย่างแผ่วเบา
"ท่านแม่...ท่านแม่ ได้โปรดพยายามอีกนิดนะเจ้าคะ" นางกระซิบเสียงแผ่ว พยายามป้อนน้ำยาเทพโอสถที่นางตั้งใจปรุงสุดชีวิตให้ซูซิ่วอิง ทว่าริมฝีปากของมารดาแน่นสนิท และลมหายใจรวยรินจนแทบดับมอด นางต้องออกแรงเล็กน้อยเพื่อให้ริมฝีปากของมารดาเปิดออก แล้วค่อยๆ ป้อนน้ำยาเทพโอสถหยดแล้วหยดเล่าเข้าสู่ลำคอของซูซิ่วอิง
วินาทีแล้ววินาทีเล่าผ่านไปอย่างเชื่องช้า ราวกับเวลากำลังหยุดนิ่ง เสียงเตือนของระบบยังคงดังขึ้นถี่รัวบ่งบอกถึงเวลาที่กำลังจะหมดลงไปทุกขณะ ทันใดนั้น ปราณชีวิตที่อัดแน่นในรากปราณอุ่นกับน้ำพุวิญญาณก็เริ่มส่งผลอัศจรรย์!
อาการไอเป็นเลือดของซูซิ่วอิงที่เมื่อครู่ยังหนักหนาสาหัส ก็พลันสงบลงอย่างกะทันหัน! เกล็ดเลือดสีคล้ำที่เกาะกรังอยู่รอบริมฝีปากเริ่มจางหายไป ลมหายใจที่รวยรินอ่อนแรงก็กลับมาสม่ำเสมอขึ้นทีละน้อย ใบหน้าซีดเผือดเริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์ ความร้อนในกายที่เคยคุกรุ่นจนเกือบสุก ก็ค่อยๆ ลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ
หลินชิงเหมี่ยวสัมผัสได้ถึงชีพจรของมารดาที่กลับมาเต้นเป็นจังหวะ นางถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก แสงสีแดงที่กะพริบเตือนในมิติของระบบก็พลันดับลงไป บ่งบอกว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้วอย่างหวุดหวิด
หลินต้าซานที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ข้างเตียง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและเหลือเชื่อสุดขีด เขามิอาจเข้าใจได้เลยว่าเพียงแค่ดื่มน้ำยาประหลาดที่ลูกสาวปรุงขึ้นมา ซูซิ่วอิงที่อาการหนักปางตายเมื่อครู่ก็กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้!
เขาเดินเข้าไปใกล้เตียง สัมผัสหน้าผากของภรรยาเบาๆ “ซิ่วอิง... ซิ่วอิง!” ไข้ของนางลดลงแล้วจริงๆ! ใบหน้าของเขามีทั้งความยินดีและตกใจปนเปกันไป ชั่วชีวิตนี้เขามิเคยเห็นปาฏิหาริย์เช่นนี้มาก่อน
หลินชิงเหมี่ยวใช้แขนเสื้อเช็ดคราบเหงื่อบนใบหน้าออก แม้จะเหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง แต่ความยินดีที่มารดาพ้นขีดอันตรายเบื้องต้นก็ทำให้จิตใจของนางเบิกบานขึ้นมา ร่างกายของซูซิ่วอิงยังคงอ่อนแอจากการเจ็บป่วยยาวนาน แต่นางก็พ้นจากเงื้อมมือของพญามัจจุราชมาได้แล้วอย่างแท้จริง
หลินต้าซานหันมามองลูกสาวอีกครั้ง ดวงตาของเขาสะท้อนความสงสัยอย่างลึกซึ้ง ความรู้ทางการแพทย์ของหลินชิงเหมี่ยว มิได้เป็นเพียงแค่การเรียนรู้จากตำราหมอพื้นบ้านที่ตกทอดมา หากแต่เหนือล้ำและประหลาดพิสดารเกินกว่าที่คนธรรมดาจะจินตนาการได้ เขาเคยสงสัยมาตลอดว่าเหตุใดลูกสาวถึงมีความรู้และทักษะที่ฉลาดเฉลียวเกินวัย แต่ในวันนี้ ความสงสัยนั้นได้ทวีคูณขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
แต่ในเวลานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือซูซิ่วอิงได้รอดชีวิตแล้ว!
หลินชิงเหมี่ยวเหลือบมองไปที่หน้าต่างไม้ผุพังของกระท่อม แสงแดดยามเช้าเริ่มสาดส่องเข้ามา เกล็ดหิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย แม้จะจัดการกับวิกฤตของมารดาได้แล้ว แต่ปัญหาอื่นๆ ยังคงรออยู่เบื้องหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การซ่อมแซมบ้าน หรือแม้แต่การหาเงินเพื่อประทังชีวิตของครอบครัว
นางพรูลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ กำหนดจิตสำรวจผักกาดและหัวไชเท้าที่ปลูกไว้หน้ากระท่อมในระบบ...
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ผักปราณลอตแรก]**