ตอนที่ 33
***บทที่ 33: จับโจรขโมยผัก***
เสียงครางต่ำในลำคอของต้าเฮยบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรง นัยน์ตาสีอำพันที่สะท้อนแสงจันทร์เลือนรางสาดส่องไปยังเงาร่างมืดทึบที่กำลังย่องเข้ามาใกล้แปลงผักกาดปราณของหลินชิงเหมี่ยว เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ลอดผ่านช่องว่างของประตูไม้ผุพัง แม้จะพยายามย่องเบาเพียงใด แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นโสตประสาทอันว่องไวของสัตว์อสูรที่บ่มเพาะด้วยน้ำพุวิญญาณแห่งมิติหยกปราณได้
หลินชิงเหมี่ยวกำด้ามเคียวในมือแน่น อุณหภูมิในห้องยามราตรีที่ควรจะเยือกเย็น กลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ด้วยโทสะที่กำลังคุกรุ่นในอก นางเพ่งมองไปยังทิศทางที่ต้าเฮยกำลังจับจ้อง พลางขยับตัวลงจากเตียงอย่างเงียบกริบราวกับแมวป่า เสียงหัวใจเต้นโครมคราม ทว่าแววตาของนางกลับฉายความเด็ดเดี่ยว ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏแม้แต่น้อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีผู้บุกรุก แต่นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่นางจะปล่อยให้พวกมันลอยนวล
เงาร่างดำทะมึนของชายฉกรรจ์สองคนค่อยๆ ย่องเข้ามาในอาณาบริเวณฟาร์ม หลุบสายตามองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะตรงเข้าไปยังแปลงผักกาดที่กำลังเขียวชอุ่มงามตา มือหยาบกร้านเอื้อมลงไปหมายจะถอนต้นผักอันมีค่าขึ้นมา เสียงขู่คำรามจากต้าเฮยดังขึ้นอีกครา ทว่าครั้งนี้มิใช่เสียงครางต่ำในลำคอ แต่มันคือเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณ บ่งบอกถึงความพิโรธสุดขีดที่ถึงจุดแตกหัก!
"โฮก!"
ร่างสีดำดุจเงาปีศาจพุ่งทะยานออกจากมุมมืดราวสายฟ้าฟาด ตาเฮยพุ่งเข้าใส่คนร้ายคนแรกที่กำลังก้มตัวถอนผัก โดยไม่รอคำสั่งจากผู้เป็นนาย เขี้ยวอันแหลมคมดุจดาบแทงทะลวงหมายจะขย้ำ มือสังหารผักคนนั้นไม่ทันตั้งตัว ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่ต้าเฮยจะพุ่งเข้ากัดแขนของมันเต็มแรง!
"อ๊ากกกกกก!" เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นทำลายความเงียบสงัดของยามราตรี ร่างของชายผู้นั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น มือที่เคยเอื้อมถอนผักบัดนี้กลับกุมแขนที่ถูกขย้ำไว้แน่น เลือดสีแดงฉานค่อยๆ ซึมทะลุเสื้อผ้าออกมา
อันธพาลอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ตกใจจนตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นสุนัขตัวมหึมาที่มีนัยน์ตาดุร้ายกำลังจ้องมองมาที่ตน มันหันหลังกลับหมายจะวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ทว่าเพียงแค่ก้าวขาออกไปไม่กี่ก้าว แสงสว่างจ้าจากคบเพลิงก็สาดส่องเข้ามากะทันหัน พร้อมกับร่างบอบบางของหลินชิงเหมี่ยวที่ก้าวออกมาจากกระท่อมด้วยแววตาเย็นชา
นางชูคบเพลิงขึ้นสูง แสงไฟสว่างวาบเผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของอันธพาลทั้งสองที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่น แสงไฟยังสาดส่องไปยังผักกาดปราณที่ถูกถอนทิ้งไปแล้วหลายต้นอย่างไม่ไยดี พร้อมกับรอยเท้าขนาดใหญ่ที่ย่ำไปทั่วแปลงผักอันมีค่าของนาง
"พวกเจ้า...บังอาจนัก!" เสียงของหลินชิงเหมี่ยวเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งในยามเหมันต์ ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาหงส์กลับเต็มไปด้วยประกายแห่งโทสะที่ยากจะระงับ นางมองไปยังอันธพาลที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น ก่อนจะกวาดสายตาไปยังอีกคนหนึ่งที่กำลังตัวสั่นงันงก
ต้าเฮยคำรามขู่ต่ำๆ พร้อมกับก้าวขาหน้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวราวกับจะขย้ำมันให้แหลกคามือ อันธพาลคนที่สองถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น ยกมือขึ้นกราบกรานอย่างรวดเร็วพลางร้องขอชีวิต "คุณหนูโปรดไว้ชีวิต! โปรดไว้ชีวิตด้วยเถิด!"
หลินชิงเหมี่ยวไม่สนใจคำร้องขอชีวิตของมัน นางก้าวเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ พร้อมกับคบเพลิงในมือที่ส่องสว่างกระทบกับใบหน้าซีดเผือดของอันธพาล "บอกมา! ใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้ามาทำลายแปลงผักของข้า!"
อันธพาลทั้งสองเงียบงัน ไม่กล้าเอ่ยปาก ต้าเฮยเห็นดังนั้นก็คำรามเสียงดังขึ้นอีกครา พร้อมกับเผยเขี้ยวแหลมคมที่เปื้อนเลือดจากบาดแผลของอันธพาลคนแรก อันธพาลคนที่สองถึงกับฉี่ราดกางเกงด้วยความหวาดกลัว มันก้มหน้ากราบกรานแล้วเอ่ยปากสารภาพด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ขะ...ข้าน้อย...ข้าน้อยสารภาพแล้ว! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด!"
มันเงยหน้าขึ้นมองหลินชิงเหมี่ยวด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "หมอผิง...เป็นคนสั่งให้พวกเรามา! เขามอบเงินให้พวกเรา...และบอกให้มาถอนผักกาดในแปลงนี้ให้หมด...เขาบอกว่า...เขาไม่ต้องการให้ใครมีผักที่ดีกว่าของเขา..."
คำสารภาพของอันธพาลทำให้หลินชิงเหมี่ยวหรี่ตาลง แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนประกายอันตรายในดวงตาของนาง หมอผิง...โรงหมอบัวหิมะ...นางรู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับโรงหมอนั้นจะต้องมีปัญหาในไม่ช้า แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าใช้คนมาทำลายผลผลิตของนางถึงเพียงนี้ นี่มิใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจ แต่เป็นการลอบทำลายกันอย่างโจ่งแจ้ง!
"หมอผิง...จากโรงหมอบัวหิมะอย่างนั้นหรือ..." เสียงของนางเจือไปด้วยความเย็นยะเยือก ความขัดแย้งที่เคยเป็นเพียงข่าวลือหรือการแข่งขันทางธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ บัดนี้ได้ปรากฏเป็นรูปธรรมและชัดเจนขึ้นมาในยามราตรีอันมืดมิดนี้แล้ว นางกำด้ามเคียวแน่นขึ้นอีกครา ก่อนจะกวาดสายตาไปยังผักกาดที่ถูกทำลายหลายต้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพิโรธ
"ดี...ดีมาก..." นางเอ่ยเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความนัย อันธพาลทั้งสองรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบางของหญิงสาวตรงหน้า มันไม่ใช่ความเย็นจากลมหนาว แต่เป็นความเย็นที่มาจากจิตสังหารอันบริสุทธิ์
หลินชิงเหมี่ยวกวาดสายตามองไปยังอันธพาลทั้งสองที่กำลังนอนกองอยู่บนพื้นอย่างน่าสมเพช ก่อนจะหันไปทางต้าเฮยแล้วพยักหน้าเล็กน้อย ต้าเฮยรับรู้ถึงคำสั่งในแววตาของผู้เป็นนาย มันเดินเข้าไปใกล้ชายทั้งสองแล้วส่งเสียงขู่คำรามต่ำๆ อีกครั้ง เพื่อไม่ให้พวกมันกล้าขยับตัวไปไหน
"พวกเจ้าจะต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเจ้าทำ และหมอผิง...ก็เช่นกัน" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย แผนการรับมือกับคนพาลและโรงหมอบัวหิมะได้ก่อตัวขึ้นในจิตใจของนางแล้วในยามราตรีนี้
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ส่งตัวให้ทางการ]**