ตอนที่ 36
บทที่ 36: สูตรยาของครอบครัว
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤต! ตรวจพบ...!!]
ตัวอักษรสีแดงฉานกะพริบถี่รัวอยู่เบื้องหน้า ทว่าเสียงร้องไห้จ้าด้วยความเจ็บปวดของเสี่ยวหมิงที่ดังก้องมาจากลานบ้าน กลับดึงสติของหลินชิงเหมี่ยวให้กลับคืนมาสู่สถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว นางขบริมฝีปากแน่น ตัดสินใจออกคำสั่งผ่านกระแสจิตอย่างเฉียบขาด
'ระบบ พับหน้าต่างแจ้งเตือนนี้เก็บไว้ก่อน!'
หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่กะพริบแสงสีแดงหดตัวลงกลายเป็นเพียงจุดแสงเล็กๆ ลอยอยู่มุมสายตา หลินชิงเหมี่ยวไม่รอช้า พุ่งทะยานตัวออกไปยังลานบ้านราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง สองมือของนางยังคงกำถ้วยกระเบื้องและห่อสมุนไพรสกัดที่เพิ่งเตรียมเสร็จเอาไว้แน่น
เมื่อก้าวพ้นธรณีประตู ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้นางหัวใจหล่นวูบ หลินเสี่ยวหมิงนั่งกองอยู่บนพื้นดิน ใบหน้าเล็กๆ เปื้อนคราบน้ำตาและฝุ่นโคลน มือทั้งสองข้างกุมเข่าขวาของตนเองเอาไว้แน่น โลหิตสีแดงสดไหลซึมผ่านง่ามนิ้วหยดลงสู่พื้นดินไม่ขาดสาย บาดแผลถลอกลึกจนเห็นเนื้อแดงฉาน ดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะวิ่งสะดุดก้อนหินใหญ่จนล้มกระแทกอย่างแรง
"เสี่ยวหมิง! อย่าขยับ!" หลินชิงเหมี่ยวร้องตะโกน พลางถลาเข้าไปประคองร่างของน้องชายด้วยความทะนุถนอม หลินต้าซานผู้เป็นบิดาซึ่งนั่งสานตะกร้าอยู่เมื่อครู่ก็รีบโยนงานในมือทิ้ง ขยับขากะเผลกๆ เข้ามาดูบุตรชายด้วยความตื่นตระหนกใบหน้าซีดเผือด
"ชิงเหมี่ยว... เลือด เลือดออกไม่หยุดเลย พ่อจะไปตามหมอ..." หลินต้าซานละล่ำละลัก ทว่าหลินชิงเหมี่ยวส่ายหน้าอย่างเยือกเย็น
"ท่านพ่อไม่ต้องไปเจ้าค่ะ หมออยู่ที่นี่แล้ว" นางกล่าวเสียงเรียบแต่มั่นคง แววตาแฝงไปด้วยความมั่นใจระดับปรมาจารย์แพทย์
หลินชิงเหมี่ยววางถ้วยกระเบื้องในมือลงบนแคร่ไม้ไผ่ นี่คือจังหวะอันดีเยี่ยมที่จะได้ทดสอบทฤษฎีที่นางเพิ่งผสานเข้าด้วยกัน นางนำรากของหญ้าเกล็ดหิมะปราณที่ผ่านการคั่วด้วยความร้อนระดับเฉพาะจนได้ที่ มาบดผสมกับตัวยาห้ามเลือดพื้นฐานที่สกัดไว้ การเคลื่อนไหวของนางลื่นไหลและแม่นยำ ทุกสัดส่วนถูกกะเกณฑ์ด้วยความรู้ทางชีวเวชศาสตร์ที่ฝังรากลึกอยู่ในสมอง
เพียงไม่กี่อึดใจ ผงยาสีเขียวเข้มก็ถูกปั้นรวมกันจนกลายเป็น 'ยาลูกกลอนห้ามเลือดสูตรปรับปรุง' เม็ดกลมขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย กลิ่นหอมสมุนไพรบริสุทธิ์และไอพลังปราณจางๆ แผ่ซ่านออกมาจนผู้ที่สูดดมรู้สึกปลอดโปร่ง
"เสี่ยวหมิง อ้าปาก" หลินชิงเหมี่ยวแบ่งยาลูกกลอนออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกนางป้อนเข้าปากน้องชายพร้อมยื่นน้ำให้ดื่ม "กลืนลงไป มันจะช่วยสมานแผลจากภายใน"
เด็กน้อยสะอื้นไห้แต่ก็ยอมกลืนยาลงไปอย่างว่าง่าย หลินชิงเหมี่ยวไม่รอช้า นำยาส่วนที่เหลือมาบดขยี้จนละเอียด แล้วโรยลงบนปากแผลที่กำลังหลั่งโลหิตของเสี่ยวหมิงอย่างเบามือ
ทันทีที่ผงยาสัมผัสกับบาดแผล ปฏิกิริยาอันน่าอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น!
โลหิตสีแดงสดที่เคยไหลรินราวกับสายน้ำพลันหยุดชะงักในชั่วพริบตา! เนื้อเยื่อบริเวณปากแผลที่ฉีกขาดเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ความเจ็บปวดแสบร้อนที่เคยทรมานเด็กร่วมหมู่บ้านมลายหายไปราวกับปลิดทิ้ง หลินเสี่ยวหมิงเบิกตากว้างกะพริบปริบๆ น้ำตาที่เคยไหลอาบแก้มหยุดชะงัก
"พี่ชิงเหมี่ยว... ข้า ข้าไม่เจ็บแล้ว!" เด็กน้อยร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ พลางขยับขาไปมาอย่างอิสระ บาดแผลฉกรรจ์เมื่อครู่บัดนี้เหลือเพียงรอยตกสะเก็ดสีน้ำตาลอ่อนๆ เท่านั้น
หลินต้าซานที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผีสางเทวดา "นี่... นี่มันยาวิเศษอันใดกัน? แผลลึกเพียงนั้น ไฉนจึงสมานตัวได้ในพริบตาเดียว!"
หลินชิงเหมี่ยวแย้มรอยยิ้มบางๆ บนมุมปาก ดวงตาของนางทอประกายแห่งความภาคภูมิใจ นี่คือนวัตกรรมยาตัวแรกที่เกิดจากการผสานทักษะการแพทย์อันล้ำเลิศเข้ากับสรรพคุณของพืชปราณ ยาลูกกลอนห้ามเลือดสูตรปรับปรุงนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่ายาบาดแผลทั่วไปในท้องตลาดถึงสิบเท่า!
'สำเร็จ! ปฏิกิริยาการสมานเซลล์ทำงานได้สมบูรณ์แบบตามที่คำนวณไว้ไม่มีผิดเพี้ยน' นางคิดในใจอย่างปีติ
ในห้วงความคิดของหลินชิงเหมี่ยวพลันบังเกิดแผนการค้าอันยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันที หากนางผลิตยาลูกกลอนห้ามเลือดสูตรปรับปรุงนี้ออกมาในปริมาณมาก แล้วนำไปเสนอขายให้แก่เถ้าแก่เถาแห่งโรงหมอหุยชุน ยานี้จะต้องกลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สั่นสะเทือนวงการแพทย์ของอำเภอไป๋หยุนและเมืองหลินโจวอย่างแน่นอน เหล่าพรานป่า ชาวยุทธ์ หรือแม้แต่ชาวบ้านธรรมดา ย่อมต้องแย่งชิงกันซื้อหายาต้านภัยฉุกเฉินชั้นเลิศนี้ มันจะเป็นแหล่งรายได้มหาศาลที่พลิกฟื้นฐานะของครอบครัวตระกูลหลินให้มั่งคั่งขึ้นไปอีกขั้น!
"ท่านพ่อ ยานี้ข้าเพิ่งคิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่ เป็นยาลูกกลอนห้ามเลือดของครอบครัวเราเจ้าค่ะ" หลินชิงเหมี่ยวกล่าวด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี "ต่อไปหากมีผู้ใดบาดเจ็บ ยาตัวนี้จะช่วยรักษาชีวิตพวกเขาได้ทันท่วงที"
หลินต้าซานพยักหน้ารัวๆ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความปีติและภาคภูมิใจในตัวบุตรสาว เขาลูบหัวเสี่ยวหมิงอย่างอ่อนโยน "ชิงเหมี่ยวของพ่อเก่งกาจถึงเพียงนี้ สวรรค์ช่างเมตตาครอบครัวเราจริงๆ"
เมื่อเห็นว่าน้องชายปลอดภัยและร่าเริงขึ้นแล้ว หลินชิงเหมี่ยวก็ให้บิดาพาเสี่ยวหมิงไปล้างตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนตัวนางเองนั้นค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาว ความตึงเครียดจากเหตุการณ์ฉุกเฉินคลี่คลายลง ทว่า... ทันใดนั้นเอง แววตาของนางก็กลับมาจริงจังอีกครั้ง
นางนึกขึ้นได้ถึงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่ดังขึ้นเมื่อครู่ก่อนหน้านี้
ตอนที่นางก้าวเท้าผ่านร่างของบิดา ระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมได้กะพริบแจ้งเตือนอย่างบ้าคลั่ง หลินชิงเหมี่ยวหรี่ตาลงเล็กน้อย มองตามแผ่นหลังของหลินต้าซานที่กำลังเดินกะเผลกๆ จูงมือเสี่ยวหมิงเข้าไปในบ้าน ขาข้างซ้ายของบิดาที่ลีบเล็กและผิดรูปนั้น เป็นรอยแผลเป็นในใจของครอบครัวมาเนิ่นนาน บิดามักจะเล่าว่ามันเกิดจากอุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับเมื่อหลายปีก่อน
หลินชิงเหมี่ยวเพ่งสมาธิ เรียกหน้าต่างระบบที่พับเก็บไว้ออกมาอีกครั้ง
'ระบบ เปิดดูรายละเอียดการแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤตเมื่อครู่นี้!'
สิ้นคำสั่งในห้วงความคิด หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าพลันขยายขนาดขึ้นเบื้องหน้า เส้นสายข้อมูลสีเขียววิ่งพล่านทำการประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ภาพสแกนโครงสร้างกระดูกขาซ้ายของหลินต้าซานแบบสามมิติจะปรากฏขึ้นตรงกลางหน้าจอพร้อมกับตัวอักษรสีแดงฉานที่สว่างวาบ
**[รายงานผลการวิเคราะห์เชิงลึก: โครงสร้างกระดูกท่อนล่างซ้าย]**
**[สถานะ: เสียหายรุนแรงและผิดรูป]**
**[สาเหตุที่วิเคราะห์ได้: ไม่พบร่องรอยการกดทับจากอุบัติเหตุทางธรรมชาติ (ต้นไม้ล้มทับ)]**
**[ผลการตรวจพบที่แท้จริง: รอยร้าวบนกระดูกเกิดจากการถูกทุบตีด้วยของแข็งอย่างรุนแรงและจงใจ! นอกจากนี้ ตรวจพบสารตกค้างของ 'พิษสกัดกั้นเส้นเอ็น' ชนิดเจือจาง ฝังลึกอยู่ในไขกระดูก ส่งผลให้กล้ามเนื้อลีบฝ่อและเป็นอัมพาตครึ่งท่อน!]**
หลินชิงเหมี่ยวเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายของนางแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
พิษ? ถูกทุบตีอย่างจงใจ?
ดวงตาของเด็กสาววาวโรจน์ขึ้นมาด้วยโทสะที่เย็นเยียบจนจับขั้วหัวใจ ขาของบิดา... ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการลอบทำร้าย!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความลับของขาที่เป๋]**