ตอนที่ 37
***บทที่ 37: ความลับของขาที่เป๋***
โทสะที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งในเหมันตฤดูแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายของหลินชิงเหมี่ยว สองมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเก่าซอมซ่อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกสลักลงไปในฝ่ามือ ทว่านางกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ ความตกตะลึงและเกรี้ยวกราดที่ปะทุขึ้นในอกนั้นรุนแรงยิ่งกว่าบาดแผลทางกายหลายเท่านัก
ขาของบิดา... ไม่ใช่อุบัติเหตุ!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บิดาผู้อ่อนโยนและซื่อสัตย์ของนางต้องทนทุกข์ทรมานจากความพิการ ถูกหยามเกียรติ เหยียบย่ำ และถูกตระกูลหลินสายหลักใช้งานเยี่ยงวัวควาย ทั้งหมดนี้ถูกอ้างว่าเป็นเพราะโชคร้ายจาก 'อุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับ' ทว่าความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านี้กลับตบหน้านางอย่างจัง มันคือการลงมืออย่างอำมหิตและไตร่ตรองไว้ก่อน!
"ระบบเอไอ..." หลินชิงเหมี่ยวลอบสื่อสารในห้วงความคิด น้ำเสียงของนางเยียบเย็นจนน่าขนลุก "ขยายผลการสแกนตรวจสอบเชิงลึก วิเคราะห์ทิศทางของแรงกระแทกที่ทำให้กระดูกแตกหัก และค้นหาข้อมูลของ 'พิษสกัดกั้นเส้นเอ็น' ว่ามีฤทธิ์เดชเจาะจงเช่นไร"
สิ้นคำสั่ง หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเบื้องหน้าพลันสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ภาพโครงสร้างกระดูกแบบสามมิติจะถูกขยายใหญ่ขึ้น บริเวณท่อนขาซ้ายที่ลีบเล็กปรากฏรอยร้าวสีแดงฉานที่เชื่อมต่อกันเป็นตาข่ายแมงมุม
**[กำลังประมวลผลการวิเคราะห์ขั้นสูงสุด...]**
**[วิเคราะห์ร่องรอยแตกหัก: บาดแผลไม่ได้เกิดจากแรงกดทับของวัตถุขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมหาศาล (เช่น ลำต้นของต้นไม้) ทว่าเกิดจากการถูกกระแทกด้วยวัตถุแข็งทรงกระบอก (คาดว่าเป็นท่อนไม้หรือกระบองทื่อ) ฟาดลงมาด้วยมุมเฉียงสี่สิบห้าองศาอย่างรุนแรงและแม่นยำ เล็งเป้าหมายทำลายข้อเข่าและกระดูกหน้าแข้งโดยตรง]**
**[วิเคราะห์สารพิษ: 'พิษสกัดกั้นเส้นเอ็น' เป็นพิษที่ออกฤทธิ์เรื้อรัง ไม่ทำให้ถึงแก่ความตายในทันที แต่จะแทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูกและเส้นลมปราณ อุดตันการไหลเวียนของโลหิต ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ และจะค่อยๆ ลีบฝ่อไปตามกาลเวลา]**
เมื่อได้อ่านรายงานผลการประมวลผลอย่างละเอียด ดวงตาของเด็กสาวก็หรี่แคบลง ประกายสังหารวาบผ่านนัยน์ตาสีดำขลับของนางชั่วขณะหนึ่ง
นางเริ่มนำจิ๊กซอว์แห่งความทรงจำในอดีตมาประติดประต่อกันอย่างรวดเร็ว บิดาของนาง หลินต้าซาน เป็นชายฉกรรจ์ที่มีเรี่ยวแรงมหาศาลที่สุดในตระกูลหลิน ในอดีตเขาคือเสาหลักที่ทำงานหาเงินเข้ากงสีหลักอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หากวันนั้นเป็นอุบัติเหตุจริงๆ เหตุใดร่องรอยจึงชี้ชัดว่าเป็นการลอบตีจากมุมอับ? และที่สำคัญที่สุด... ชาวนาธรรมดาในหมู่บ้านชิงสุ่ยที่ห่างไกลความเจริญ จะไปหาสารพิษล้ำค่าและร้ายกาจอย่าง 'พิษสกัดกั้นเส้นเอ็น' มาจากที่ใด หากไม่มีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง!
คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว... คนที่ได้ผลประโยชน์สูงสุดจากการที่หลินต้าซานกลายเป็นคนพิการ ทว่ายังมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นเบี้ยล่างให้โขกสับต่อไป
'ลุงใหญ่... หลินต้าเจียง!'
หลินชิงเหมี่ยวขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด ในความทรงจำอันเลือนรางของร่างเดิม วันที่เกิดเหตุการณ์อัปยศนั้น หลินต้าซานถูกหลินต้าเจียงผู้เป็นพี่ชายคนโตเรียกตัวขึ้นไปบนภูเขาเพื่อตัดไม้เตรียมนำไปขายในตัวอำเภอ ทว่าเมื่อตกเย็น มีเพียงหลินต้าเจียงที่วิ่งหน้าตื่นลงมาจากเขาพร้อมกับตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ อ้างว่าต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงมาทับขาน้องชายของตน
ช่างเป็นละครฉากใหญ่ที่ตบตาคนทั้งหมู่บ้านได้อย่างแนบเนียน! หลินต้าเจียงคงฉวยโอกาสตอนที่บิดาของนางเผลอ ใช้ท่อนไม้ที่อาบพิษฟาดเข้าที่ขาอย่างโหดเหี้ยม เพื่อทำลายอนาคตและตัดกำลังของน้องชายตนเอง ป้องกันไม่ให้ครอบครัวสายรองลืมตาอ้าปากได้ หรือบางทีอาจมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่สกปรกยิ่งกว่านั้น
"พวกเดรัจฉาน..." เด็กสาวพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นดุจขุนเขา นางสาบานกับตนเองในใจ ไม่ว่าพิษนี้จะฝังลึกเพียงใด ไม่ว่ากระดูกจะแหลกสลายมานานแค่ไหน นางที่มีระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมและมิติลับหยกปราณอยู่ในมือ จะต้องรักษาขาของบิดาให้กลับมาเดินได้สง่าผ่าเผยอีกครั้งให้จงได้! และเมื่อวันนั้นมาถึง หนี้เลือดและความแค้นทั้งหมดที่ตระกูลหลักก่อไว้ นางจะคิดทบต้นทบดอกไม่ให้ตกหล่นแม้แต่แดงเดียว!
หลินชิงเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้กลับมาสงบนิ่งดั่งผิวน้ำ นางสะบัดมือเบาๆ เพื่อปิดหน้าต่างระบบเอไอ ก่อนจะก้าวเท้าเดินตามเข้าไปในตัวบ้านที่สร้างจากดินเหนียวและฟางข้าว
ภายในบ้านที่คับแคบและมีเพียงแสงตะเกียงสลัวๆ หลินต้าซานกำลังนั่งอยู่บนตั่งไม้เก่าๆ ใบหน้ากร้านแดดของเขามีรอยเหี่ยวย่นที่เกิดจากการทำงานหนัก มือหยาบกร้านกำลังบีบนวดท่อนขาซ้ายที่ลีบเล็กของตนเองเบาๆ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อข่มกลืนความเจ็บปวดที่มักจะกำเริบขึ้นมาเมื่ออากาศเริ่มเย็นลง
ซูซิ่วอิงผู้เป็นมารดากำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมสำรับอาหารในครัว ส่วนเสี่ยวหมิงน้องชายตัวน้อยกำลังนั่งเล่นอยู่บนพื้นดิน ไม่ไกลจากบิดานัก
ภาพครอบครัวที่อบอุ่นทว่าเต็มไปด้วยบาดแผลแห่งความยากลำบากนี้ ทำให้นัยน์ตาของหลินชิงเหมี่ยวอ่อนโยนลง นางเดินตรงเข้าไปในครัว รินน้ำอุ่นที่ผสมน้ำพุวิญญาณเจือจางลงในถ้วยดินเผาบิ่นๆ แล้วประคองเดินไปหาบิดา
"ท่านพ่อ ดื่มน้ำอุ่นสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ" นางยื่นถ้วยน้ำให้พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
หลินต้าซานเงยหน้าขึ้นมองบุตรสาวคนโต แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ เขารับถ้วยน้ำมาดื่มรวดเดียวจนหมด ความอบอุ่นและพลังวิญญาณอ่อนๆ ไหลเวียนลงสู่ช่องท้อง ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่ขาซ้ายได้อย่างน่าประหลาด
"ขอบใจมากลูกเหมี่ยว พ่อไม่เป็นไรหรอก แค่ลมหนาวพัดมาประทะแผลเก่าก็เท่านั้น" ชายวัยกลางคนฝืนยิ้มกลบเกลื่อน ไม่อยากให้ลูกเมียต้องมาเป็นกังวลกับสภาพร่างกายที่ไร้ค่าของตน
หลินชิงเหมี่ยวทรุดตัวลงนั่งยองๆ เบื้องหน้าบิดา สองมือเรียวเล็กยื่นออกไปวางทาบลงบนท่อนขาที่ผิดรูปของเขาอย่างแผ่วเบา หลินต้าซานสะดุ้งเล็กน้อย พยายามจะชักขาหลบด้วยความละอายใจ
"อย่าหลบเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ" นางเอ่ยเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่น "ข้าเป็นหมอ ท่านลืมไปแล้วหรือ? ข้าเคยบอกไว้ว่าสักวันหนึ่ง ข้าจะรักษาขาของท่านให้หายขาดให้จงได้"
"ลูกเหมี่ยวเอ๋ย... เจ้าเป็นเด็กดี แต่ขาของพ่อมันแหลกเหลวไปหมดแล้ว กระดูกที่ถูกต้นไม้ใหญ่ทับจนแหลกละเอียด หมอเทวดาที่ไหนก็คงรักษาไม่ได้หรอก" หลินต้าซานลูบศีรษะบุตรสาวเบาๆ แววตาหม่นหมองลงเมื่อนึกถึงอดีตอันเลวร้าย
หลินชิงเหมี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของบิดา บรรยากาศรอบตัวเด็กสาวพลันเปลี่ยนเป็นจริงจังและกดดันขึ้นมาอย่างประหลาดจนหลินต้าซานชะงักไป
"ท่านพ่อ..." น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบงันของห้องโถง "อุบัติเหตุตอนที่ไปตัดไม้บนภูเขาป่าหมอกเร้นลับเมื่อหลายปีก่อน ท่านยังจำรายละเอียดทั้งหมดได้หรือไม่เจ้าคะ"
"ทะ... ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ?" หลินต้าซานมีสีหน้างุนงง ริมฝีปากแห้งผากของเขาเม้มเข้าหากันเล็กน้อย
หลินชิงเหมี่ยวไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย นางช้อนสายตาขึ้นสบตากับเขาเขม็ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจของชายผู้เป็นบิดา
"รอยบาดแผลและกระดูกที่ผิดรูปของท่าน... ข้าได้ตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว มันไม่ได้เกิดจากต้นไม้ใหญ่ล้มทับเพียงอย่างเดียวแน่ๆ" นางหยุดเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำชั่วอึดใจ ก่อนจะกระซิบถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "วันนั้น... ท่านลุงใหญ่ไปกับท่านด้วย... เขาเป็นคนลงมือใช่หรือไม่เจ้าคะ!?"
เพล้ง!!
ถ้วยดินเผาในมือของหลินต้าซานร่วงหล่นกระแทกพื้นจนแตกกระจาย ใบหน้ากร้านแดดของเขาพลันซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีด ราวกับความลับอันดำมืดที่สุดที่เขาฝังกลบไว้ในก้นบึ้งของหัวใจมาตลอดหลายปี... กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างโหดร้าย!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สอบถามความจริง]**