ตอนที่ 39
***บทที่ 39: เตรียมการรักษา***
ข้อความเตือนสีแดงฉานยังคงกะพริบถี่รัวอยู่ในโสตประสาท หลินชิงเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความตื่นตระหนกที่ปะทุขึ้นมาในอกให้สงบลง ดวงตาหงส์ที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและกร้าวแกร่งดุจกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก
เป้าหมายใหม่ถูกสลักลึกลงในใจของนางอย่างชัดเจน การรักษาบิดาไม่ใช่เรื่องที่สามารถรอคอยให้ถึงเวลาอันควรได้อีกต่อไป นางต้องชิงชัยกับมัจจุราช แย่งชิงขาทั้งสองข้างของหลินต้าซานกลับคืนมาจากเงื้อมมือของพิษร้ายให้จงได้!
หลินชิงเหมี่ยวกำหมัดแน่น ก่อนจะออกคำสั่งผ่านกระแสจิตอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด
"ระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรม ประเมินอัตราความสำเร็จของยาลูกกลอนห้ามเลือดสูตรปรับปรุง หากนำไปประมูลในตลาดมืดเมืองหลินโจว จะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินทุนเพียงพอสำหรับเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณสามชนิดนั้นหรือไม่"
[กำลังวิเคราะห์โครงสร้างตลาดและมูลค่าของทรัพยากร... การประมวลผลเสร็จสิ้น ยาลูกกลอนห้ามเลือดสูตรปรับปรุงที่ผสานด้วยละอองจากน้ำพุวิญญาณ มีสรรพคุณเหนือกว่ายาห้ามเลือดทั่วไปในยุคปัจจุบันถึงสิบเท่า หากนำเข้าสู่ลานประมูลใต้ดินแห่งเมืองหลินโจว โอกาสที่จะทำกำไรได้มหาศาลมีมากกว่าเก้าส่วน ทว่าการเสาะหาเมล็ดพันธุ์โสมโลหิตวิถีและสมุนไพรต่อกระดูกระดับสูง ล้วนขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาและโชคชะตาของผู้เข้าร่วมประมูล]
ได้ยินดังนั้น หินก้อนใหญ่ที่ทับถมอยู่ในใจของเด็กสาวก็พลันถูกยกออกไปครึ่งหนึ่ง นางไม่รอช้า รีบดึงสติกลับเข้าสู่มิติลับหยกปราณทันที
ภายในมิติลับอันแสนสงบเงียบ กลิ่นหอมจางๆ ของพรรณไม้ลอยอวลอยู่ในอากาศ หลินชิงเหมี่ยวก้าวยาวๆ ไปยังแปลงดินปราณที่นางคุ้นเคย บัดนี้พืชพรรณและสมุนไพรพื้นฐานที่ปลูกไว้ก่อนหน้าเติบโตจนเต็มแปลง ใบสีเขียวมรกตอวบอิ่มเปล่งประกายเรืองรองราวกับหยกสลัก
นางเปิดใช้งานระบบเก็บเกี่ยวอัตโนมัติ ชั่วพริบตาเดียว พืชปราณคุณภาพสูงทั้งหมดก็ถูกรวบรวมและจัดเก็บลงในกระท่อมเก็บของอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทิ้งไว้เพียงแปลงดินร่วนซุยสีดำขลับที่อุดมไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์
หลินชิงเหมี่ยวตักน้ำพุวิญญาณมารดลงบนแปลงดินปราณอย่างทะนุถนอม เพื่อบำรุงและเตรียมพื้นที่ให้พร้อมที่สุดสำหรับการเพาะปลูกครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง หากนางสามารถประมูลเมล็ดพันธุ์สมุนไพรระดับสูงกลับมาได้ แปลงดินปราณแห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งกำเนิดโอสถวิเศษที่จะพลิกชะตาชีวิตของบิดา
เมื่อจัดการเตรียมความพร้อมในมิติลับจนเสร็จสิ้น นางจึงถอนจิตกลับคืนสู่โลกภายนอก
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ เข้ามาภายในบ้าน หลินชิงเหมี่ยวผลักประตูห้องออกมา หมายจะไปต้มน้ำล้างหน้า ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้นางต้องชะงักงัน
ที่ลานบ้านเล็กๆ ซูซิ่วอิงในชุดผ้าฝ้ายสีซีดกำลังยืนกวาดลานบ้านด้วยไม้กวาดทางมะพร้าว แม้ใบหน้าของมารดาจะยังคงซูบเซียวอยู่บ้าง ทว่าริ้วรอยแห่งความเจ็บป่วยเรื้อรังที่เคยกดทับร่างนั้นบัดนี้จางหายไปจนแทบไม่เหลือร่องรอย แก้มที่เคยตอบเริ่มมีสีเลือดฝาด ฝีเท้าที่เคยก้าวเดินอย่างยากลำบากก็ดูมั่นคงขึ้นมาก
จากที่เคยนอนซมไอเป็นเลือดอยู่บนเตียง บัดนี้ซูซิ่วอิงสามารถลุกขึ้นมาช่วยงานบ้านเบาๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว นี่ล้วนเป็นผลพวงมาจากการดื่มซุปไก่ตุ๋นสมุนไพรปราณและได้รับการบำรุงด้วยน้ำพุวิญญาณอย่างต่อเนื่อง
"ท่านแม่!" หลินชิงเหมี่ยวรีบก้าวเข้าไปหา แย่งไม้กวาดในมือของมารดามาถือไว้เอง "เหตุใดท่านถึงลุกขึ้นมาทำงานเล่าเจ้าคะ ร่างกายท่านเพิ่งจะฟื้นฟู ควรจะพักผ่อนให้มากๆ สิเจ้าคะ"
ซูซิ่วอิงส่งยิ้มอ่อนโยนให้บุตรสาว เอื้อมมือมาลูบผมของหลินชิงเหมี่ยวด้วยความรักใคร่ "แม่ไม่ได้เป็นอะไรแล้วลูกเหมี่ยวเอ๋ย เจอดูสิ แม่รู้สึกมีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยมไปหมด หากให้แม่นอนอุดอู้อยู่แต่ในห้อง กระดูกกระเดี้ยวคงได้ผุกร่อนกันพอดี ให้แม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายบ้างเถิด จะได้แบ่งเบาภาระของเจ้าลงบ้าง... เจ้าน่ะ เหนื่อยเพื่อครอบครัวเรามามากพอแล้ว"
น้ำเสียงของมารดาเต็มไปด้วยความตื้นตันและสงสาร หลินชิงเหมี่ยวรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ทว่าในขณะเดียวกัน ภาระอันหนักอึ้งเรื่องอาการของบิดาก็ยังคงกดทับอยู่บนบ่า นางสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ท่านแม่ ข้ามีเรื่องต้องบอกท่าน... วันนี้ข้าจำเป็นต้องเดินทางเข้าเมืองหลินโจวเจ้าค่ะ"
ซูซิ่วอิงชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน "เมืองหลินโจวหรือ? ระยะทางจากหมู่บ้านเราไปที่นั่นไกลนัก มิหนำซ้ำยังต้องผ่านเส้นทางเปลี่ยว เหตุใดเจ้าต้องไปไกลถึงเพียงนั้นเล่า? หากเป็นเรื่องนำสมุนไพรไปขาย เพียงตลาดอำเภอไป๋หยุนก็น่าจะพอแล้วมิใช่หรือ"
หลินชิงเหมี่ยวกุมมือมารดาไว้แน่น พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่นตระหนก "เถ้าแก่เถากำชับข้าไว้ว่า มีลูกค้าระดับสูงในเมืองหลินโจวต้องการสมุนไพรปราณและยาลูกกลอนสูตรพิเศษของข้าอย่างเร่งด่วน การเดินทางครั้งนี้จะได้ผลตอบแทนมหาศาลนักเจ้าค่ะ... อีกอย่าง ข้าต้องการไปสืบหาสมุนไพรหายากบางชนิด เพื่อนำมาปรุงยารักษาอาการบาดเจ็บของท่านพ่อด้วย"
เมื่อได้ยินว่าเกี่ยวข้องกับการรักษาหลินต้าซาน แววตาของซูซิ่วอิงก็แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น ทว่าความห่วงใยในตัวบุตรสาวยังคงฉายชัด "เช่นนั้น... เจ้าต้องระมัดระวังตัวให้จงหนักนะลูก เมืองหลินโจวผู้คนพลุกพล่านและซับซ้อนกว่าอำเภอไป๋หยุนมากนัก แม่จะเตรียมเสบียงและน้ำดื่มไว้ให้เจ้าเดินทาง"
"ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ข้าดูแลตัวเองได้เจ้าค่ะ" หลินชิงเหมี่ยวยิ้มรับ ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องเพื่อเตรียมสัมภาระ
ขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กที่บรรจุยาลูกกลอนห้ามเลือดสูตรปรับปรุงถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิดในอกเสื้อ นางสวมเสื้อผ้าที่รัดกุมและหยิบหมวกปีกกว้างที่มีผ้าคลุมปิดบังใบหน้ามาเตรียมไว้ ตลาดมืดแห่งเมืองหลินโจวไม่ใช่สถานที่ที่เด็กสาวชาวนาธรรมดาควรย่างกรายเข้าไป การปกปิดตัวตนคือหนทางเดียวที่จะรับประกันความปลอดภัย
ทว่าเมื่อหลินชิงเหมี่ยวก้าวพ้นเขตหมู่บ้านชิงสุ่ย มุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางตัดผ่านชายป่าหมอกเร้นลับซึ่งเป็นทางลัดมุ่งสู่เมืองหลินโจว ระบบเอไอในโสตประสาทก็พลันส่งเสียงเตือนแหลมบาดหู!
[แจ้งเตือนภัยคุกคามระดับวิกฤต! รัศมีสองร้อยก้าวข้างหน้า ตรวจพบร่องรอยการต่อสู้ด้วยพลังปราณรุนแรง... และมีคลื่นพลังชีวิตของผู้ที่มีสภาวะเป็นพิษร้ายแรงระดับสูงสุดกำลังมุ่งหน้ามาทางโฮสต์ด้วยความเร็วสูง!]
หลินชิงเหมี่ยวหยุดชะงักฝีเท้าทันที ดวงตาหรี่แคบลงมองไปยังเงาทะมึนของพฤกษาเบื้องหน้า กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยตามสายลมมาปะทะจมูก พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ส่ายโอนเอนแต่หนักหน่วงกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ นางกระชับมีดสั้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อแน่น สถานการณ์อันตรายเช่นนี้ช่างผิดแผนการเดินทางของนางยิ่งนัก! ใครกันที่มาปรากฏตัวอยู่ในป่าลึกเช่นนี้ และพิษร้ายแรงที่ระบบแจ้งเตือน... คือสิ่งใดกันแน่!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ตลาดมืดหลินโจว]**