ตอนที่ 40
หลินชิงเหมี่ยวกลั้นลมหายใจแทบจะในทันที ร่างบางขยับถอยร่นเข้าไปในพุ่มไม้หนาทึบอย่างเงียบกริบ อาศัยเงามืดของแมกไม้ใหญ่เป็นเกราะกำบัง เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและส่ายโอนเอนนั้นใกล้เข้ามาทุกขณะ กลิ่นคาวเลือดที่ลอยแตะจมูกเข้มข้นจนชวนสะอิดสะเอียน
[แจ้งเตือน! รัศมีห้าสิบก้าว... สามสิบก้าว... เป้าหมายกำลังมุ่งตรงมายังตำแหน่งของท่าน!]
เสียงกลไกของระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมดังสะท้อนในโสตประสาทอย่างต่อเนื่อง หลินชิงเหมี่ยวกระชับมีดสั้นในมือแน่น ดวงตากลมโตหรี่มองลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ พลันปรากฏร่างของบุรุษชุดดำผู้หนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากแนวป่า ร่างนั้นโชกชุ่มไปด้วยโลหิตสีเข้มจนแทบแยกไม่ออกว่ารอยขาดวิ่นบนเสื้อผ้าคือบาดแผลแห่งใดบ้าง ทว่าสิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องเบิกตากว้างคือไอปราณสีดำจางๆ ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา ทันทีที่หยดเลือดสีดำร่วงหล่นกระทบผืนหญ้า ใบหญ้าสีเขียวขจีเหล่านั้นกลับเหี่ยวเฉาและไหม้เกรียมเป็นเถ้าร่วงโรยในชั่วพริบตา!
"พิษร้ายแรงถึงเพียงนี้เชียวหรือ..." นางลอบอุทานในใจ
บุรุษชุดดำผู้นั้นเซถลาไปชนกับต้นไม้ใหญ่ ห่างจากจุดที่หลินชิงเหมี่ยวซ่อนตัวอยู่เพียงสิบกว่าก้าว เขากระอักเลือดคำโตออกมาก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น หมดสติไปในทันที ทว่าในเวลาเดียวกัน เสียงแหวกอากาศของวิชาตัวเบาหลายสายก็ดังแว่วมาจากทิศทางที่เขาจากมา บ่งบอกว่ากลุ่มผู้ติดตามสังหารกำลังไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด
หลินชิงเหมี่ยวขบกรามแน่น แม้สัญชาตญาณความเป็นหมอจะเรียกร้องให้นางยื่นมือเข้าช่วยผู้บาดเจ็บ ทว่าสถานการณ์ตรงหน้ากลับอันตรายเกินกว่าที่เด็กสาวชาวนาผู้หนึ่งจะสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว หากกลุ่มนักฆ่าพบเห็นนาง ย่อมไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้ อีกทั้งเป้าหมายสำคัญในวันนี้คือการหาเงินทุนเพื่ออนาคตของครอบครัว นางไม่อาจนำชีวิตไปทิ้งไว้กลางป่าแห่งนี้ได้
เมื่อตัดสินใจเด็ดขาด ร่างบางจึงอาศัยจังหวะที่กลุ่มผู้ไล่ล่ากระจัดกระจายกันค้นหาไปอีกทิศทางหนึ่ง ลอบใช้วิชาพรางตัวไปตามพุ่มไม้และโขดหิน ผสานกับความคุ้นเคยในเส้นทางของป่าหมอกเร้นลับ หลบเร้นออกจากจุดปะทะได้อย่างไร้ร่องรอย มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกอย่างเร่งรีบ
ใช้เวลาเดินทางผ่านเส้นทางทุรกันดารอีกราวครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเงาทะมึนของกำแพงเมืองที่ก่อสร้างจากศิลาสีเทาดำก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า กำแพงนั้นสูงตระหง่านยิ่งกว่าสิ่งปลูกสร้างใดในอำเภอไป๋หยุน ประตูเมืองที่ทำจากไม้เนื้อแข็งหุ้มเหล็กกล้าเปิดกว้างต้อนรับขบวนเกวียนและผู้คนจากทั่วสารทิศ ธงสัญลักษณ์ของทางการโบกสะบัดพลิ้วไหว
นี่คือเมืองหลินโจว ศูนย์กลางการค้าระดับหัวเมืองที่ยิ่งใหญ่และเจริญรุ่งเรืองที่สุดในละแวกนี้!
หลินชิงเหมี่ยวก้าวเข้าสู่ตัวเมืองด้วยความตื่นตาตื่นใจ ถนนปูด้วยแผ่นหินราบเรียบกว้างขวาง สองฟากฝั่งเต็มไปด้วยร้านรวงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง หอสุราสูงสามชั้นส่งกลิ่นหอมของอาหารเลิศรสลอยกรุ่น รถพม้าเทียมสัตว์อสูรระดับต่ำเดินสัญจรไปมา ผู้คนบนท้องถนนแต่งกายด้วยผ้าไหมเนื้อดี ท่ามกลางฝูงชนยังมีผู้ฝึกยุทธ์ที่พกพากระบี่และอาวุธนานาชนิดเดินขวักไขว่ บรรยากาศช่างแตกต่างจากความเงียบสงบและแร้นแค้นของหมู่บ้านชิงสุ่ยราวฟ้ากับเหว
ทว่าเป้าหมายของนางหาใช่ความเจริญบนดินเหล่านี้ไม่ เมื่อดวงตะวันคล้อยต่ำจนลับขอบฟ้า แสงโคมไฟสีแดงและสีเหลืองนวลเริ่มสว่างไสวทดแทน หลินชิงเหมี่ยวเดินลัดเลาะเข้าไปในตรอกแคบๆ แห่งหนึ่งทางทิศตะวันตกของเมือง นางหยิบหมวกปีกกว้างที่มีผ้าคลุมสีดำสนิทขึ้นสวม ปกปิดใบหน้าและเรือนผมจนมิดชิด รูปลักษณ์ในยามนี้ดูราวกับผู้ฝึกยุทธ์พเนจรที่ไม่อยากเปิดเผยตัวตน
ตามข้อมูลที่นางลอบสืบรู้มา ตลาดมืดแห่งเมืองหลินโจวจะซุกซ่อนอยู่ใต้ดินของตรอกไร้ตะวัน โดยมีโรงเตี๊ยมร้างเป็นฉากหน้า นางก้าวเท้าเข้าไปในอาคารผุพัง เคาะจังหวะลับที่บานประตูไม้ด้านหลังสามครั้งหนักสองครั้งเบา ไม่นานนักประตูก็ถูกเปิดออกโดยชายร่างบึกบึนที่แผ่กลิ่นอายปราณระดับก่อเกิด เมื่อนางจ่ายค่าผ่านทางเป็นเศษเงินจำนวนหนึ่ง ชายผู้นั้นจึงพยักหน้าให้พ้นทาง เผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง
เมื่อก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้าย ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้หลินชิงเหมี่ยวต้องลอบสูดลมหายใจลึก
มันคือโถงใต้ดินขนาดมหึมาที่ถูกขุดเจาะทะลุถึงกันเป็นโครงข่าย แสงสว่างจากผลึกหินเรืองแสงประดับตามผนังให้ความรู้สึกเร้นลับและกดดัน ตลาดยามวิกาลแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนในชุดคลุมปกปิดตัวตนเดินขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงขายสินค้าอยู่ริมทาง บ้างก็นั่งขัดสมาธิเงียบๆ รอให้ลูกค้าเข้ามาสอบถาม สินค้าที่วางขายล้วนเป็นของหายากและผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธเปื้อนเลือด สมุนไพรพิษหายาก ตำราวิชายุทธ์ที่ถูกขโมยมา ไปจนถึงชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับสูง
บรรยากาศในตลาดมืดอบอวลไปด้วยรังสีฆ่าฟันและกลิ่นอายอันตรายของผู้ฝึกยุทธ์หลากสำนัก หลินชิงเหมี่ยวพยายามควบคุมจังหวะการเดินให้เป็นธรรมชาติที่สุด ไม่แสดงความหวาดกลัวหรือความประหม่าออกมาให้ผู้ใดจับสังเกตได้ นางเดินผ่านแผงลอยต่างๆ มุ่งตรงไปยังอาคารไม้แกะสลักโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางตลาดมืด ป้ายเหนือประตูสลักอักษรสีทองคำว่า 'หอประมูลอู๋หมิง'
นี่คือสถานที่ที่นางหมายตาไว้ การจะขายยาลูกกลอนห้ามเลือดสูตรปรับปรุงที่ใช้น้ำพุวิญญาณและสมุนไพรปราณเป็นส่วนผสม ย่อมไม่อาจขายในราคาถูกๆ ตามแผงลอยทั่วไปได้ การประมูลคือหนทางเดียวที่จะรีดเค้นมูลค่าของมันให้ออกมาได้สูงที่สุด
"ข้าต้องการนำสินค้าเข้าประมูล" หลินชิงเหมี่ยวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ถูกดัดให้ทุ้มต่ำและแหบพร่า ผ่านผ้าคลุมหน้าไปยังผู้ดูแลที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะรับรอง
ผู้ดูแลชรารายนั้นเหลือบตามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและไม่แยแส "หอประมูลอู๋หมิงของเราไม่รับเศษขยะหรือของเล่นเด็กเล่น หากสิ่งที่เจ้าจะนำมาประมูลไม่มีมูลค่าถึงหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ก็จงไสหัวกลับไปตั้งแผงข้างนอกเสีย"
หลินชิงเหมี่ยวไม่กล่าววาจาให้มากความ นางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ นำขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กออกมาวางบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา "ยาลูกกลอนห้ามเลือดสูตรพิเศษ ท่านลองตรวจสอบดูเถิด"
ชายชราเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาแฝงความดูแคลน ยาลูกกลอนห้ามเลือดเป็นเพียงยาระดับพื้นฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป ทว่าเมื่อเขาดึงจุกไม้คอร์กออก กลิ่นหอมบริสุทธิ์ของสมุนไพรปราณที่ผสานกับพลังวิญญาณอันเข้มข้นก็พวยพุ่งออกมาเตะจมูกทันที!
ดวงตาของผู้ดูแลชราเบิกกว้างราวกับเห็นผี เขารีบเทยาลูกกลอนสีแดงอมน้ำตาลเม็ดหนึ่งลงบนฝ่ามือ สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังชีวิตที่อัดแน่นอยู่ภายใน รอยแผลเป็นเล็กๆ ที่เพิ่งถูกมีดบาดบนนิ้วของเขาเมื่อครู่ ทันทีที่สูดดมกลิ่นยาเข้าไปใกล้ๆ กลับเริ่มสมานตัวและหยุดเลือดได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ!
"นี่... นี่มันสมุนไพรปราณบริสุทธิ์! แถมยังสกัดออกมาได้อย่างไร้ที่ติ!" ชายชราละล่ำละลัก น้ำเสียงเปลี่ยนจากเย่อหยิ่งกลายเป็นความนอบน้อมในพริบตา "นายท่านโปรดอภัยที่ผู้น้อยเสียมารยาท ยานี้... ยานี้มีสรรพคุณเหนือกว่ายาห้ามเลือดทั่วไปนับสิบเท่า! เชิญท่านเข้ามาด้านในเถิด งานประมูลรอบใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกครึ่งก้านธูป สินค้าของท่านจะได้เป็นหนึ่งในรายการประมูลคืนนี้อย่างแน่นอน!"
หลินชิงเหมี่ยวลอบยิ้มมุมปากภายใต้ผ้าคลุมหน้า นางถูกเชิญให้เข้าไปนั่งในที่นั่งโซนพิเศษบริเวณริมระเบียงชั้นสอง ซึ่งสามารถมองเห็นลานประมูลด้านล่างได้อย่างชัดเจน
ไม่นานนัก เสียงระฆังเตือนก็ดังกังวานก้องไปทั่วโถงประมูล แสงไฟหรี่ลง ทิ้งไว้เพียงแสงสว่างเจิดจ้าที่ส่องลงมากระทบแท่นหินกลางเวที พิธีกรชายวัยกลางคนในชุดแพรไหมเดินก้าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มการค้า เริ่มต้นเปิดการประมูลด้วยสินค้าล้ำค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระบี่เหล็กเย็น สมุนไพรอายุร้อยปี หรือแม้แต่เกราะอ่อนไหมฟ้า บรรยากาศการขับเคี่ยวเสนอราคากันอย่างดุเดือดทำให้นางตื่นตาตื่นใจไม่น้อย
จนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม พิธีกรก็ประกาศด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ทุกท่าน! สินค้าชิ้นต่อไปคือของหายากที่เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ! ยาลูกกลอนห้ามเลือดสูตรปรับปรุงพิเศษจำนวนสามเม็ด! แม้มันจะชื่อยาห้ามเลือด แต่ผู้ประเมินของเรายืนยันแล้วว่ามันอัดแน่นไปด้วยปราณบริสุทธิ์ สามารถสมานแผลฉกรรจ์และฟื้นฟูพลังชีวิตได้ในชั่วพริบตา! ราคาเริ่มต้นที่..."
ยังไม่ทันที่พิธีกรจะกล่าวจบประโยค พลันมีกระแสพลังปราณอันหนักหน่วงและเกรี้ยวกราดกวาดผ่านลงมาจากห้องวีไอพีชั้นสาม แรงกดดันนั้นมหาศาลจนทำให้ผู้คนในลานประมูลถึงกับหายใจติดขัด!
"ยาลูกกลอนขวดนั้น... ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามเสนอราคา! ข้าต้องการมัน!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่แฝงไปด้วยรังสีสังหารดังกึกก้องไปทั่วโถงประมูล หลินชิงเหมี่ยวสะดุ้งสุดตัว มือบางกำแน่นใต้แขนเสื้อ พลังกดดันที่คุ้นเคยนี้... คล้ายคลึงกับกลิ่นอายของบุรุษลึกลับที่ป่าหมอกเร้นลับอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การประมูลยาห้ามเลือด]**