ตอนที่ 41
***บทที่ 41: การประมูลยาห้ามเลือด***
ความเงียบสงัดดุจป่าช้าเข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงประมูล แรงกดดันจากห้องรับรองพิเศษชั้นสามนั้นหนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงมาบนบ่าของผู้คนเบื้องล่าง พิธีกรบนแท่นหินถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ เม็ดพรายผุดพรายเต็มหน้าผาก แม้แต่หลินชิงเหมี่ยวที่นั่งอยู่ในมุมเร้นลับยังต้องโคจรพลังลมปราณในร่างเพื่อต่อต้านรังสีสังหารอันดุดันนั้น
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่แทบจะทำให้ผู้คนขาดใจตาย พลันมีเสียงหัวเราะทุ้มกังวานดังแทรกขึ้นมาจากระเบียงชั้นสองฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความสง่างามและทรงอำนาจในที คลื่นพลังลมปราณที่อ่อนโยนทว่าหนักแน่นสายหนึ่งแผ่กระจายออกมากวาดล้างรังสีสังหารจากชั้นสามจนมลายหายไปสิ้น
"สถานที่ประมูลของหอการค้า ย่อมมีกฎเกณฑ์ของหอการค้า ผู้ใดเสนอราคาสูงสุดย่อมได้ครอบครองสมบัติ จะมาใช้อำนาจข่มขู่กันเยี่ยงนี้ มิเป็นการเสียมารยาทและคับแคบไปหน่อยหรือ?"
สายตาทุกคู่ตวัดมองไปยังต้นเสียง บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งในชุดเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาด้วยดิ้นทอง นั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้ไม้หนานมู่ ในมือถือพัดจันทน์หอมโบกสะบัดแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบาประดับมุมปาก ทว่าแววตาที่มองขึ้นไปยังชั้นสามนั้นกลับคมกริบดุจกระบี่ในฝัก เขาคือ โม่จื่อเซวียน คุณชายแห่งหอการค้าจินอวี้ ผู้กุมอำนาจการค้าสมุนไพรและของวิเศษล้ำค่าแห่งเมืองหลินโจว
"หากท่านผู้อาวุโสต้องการยาขวดนี้ ย่อมต้องว่ากันด้วยจำนวนเงิน... ข้าขอเสนอสิบตำลึงทอง" โม่จื่อเซวียนประกาศกร้าว น้ำเสียงราบเรียบแต่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้คนทั้งงาน
"เจ้าเด็กเมื่อวานซืน! กล้าดีอย่างไรมาขัดขวางข้า!" เสียงตวาดจากชั้นสามดังลั่น พร้อมกับราคาที่พุ่งพรวด "ยี่สิบตำลึงทอง!"
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มดุเดือด พิธีกรบนเวทีรีบเรียกสติกลับคืนมา เขาเป็นผู้ชำนาญการค้าย่อมรู้ดีว่านี่คือโอกาสทองที่จะปั่นราคาสินค้าให้สูงขึ้นไปอีก จึงรีบประสานมือกล่าวชี้แจง "ขอทุกท่านโปรดใจเย็นลงก่อน! เพื่อให้สมกับราคาที่แข่งขันกัน หอประมูลขออนุญาตสาธิตสรรพคุณของยาลูกกลอนห้ามเลือดสูตรปรับปรุงนี้ให้ประจักษ์แก่สายตา!"
กล่าวจบ เด็กรับใช้ก็จูงสุนัขป่าอัคคีที่มีบาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้จนเลือดไหลอาบขึ้นมาบนเวที พิธีกรใช้มีดหยกขูดผงยาเพียงเล็กน้อยเท่าปลายเล็บจากลูกกลอนเม็ดหนึ่ง โรยลงบนปากแผลที่ลึกจนเห็นกระดูกของสุนัขป่า
ชั่วพริบตานั้น ปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น!
ผงยาแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีเขียวมรกตจางๆ ซึมซาบเข้าสู่เนื้อเยื่อ เลือดที่ไหลทะลักหยุดชะงักราวกับถูกสะกด บาดแผลฉกรรจ์สมานตัวเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เนื้อทรายสีแดงสดผุดขึ้นมาเติมเต็มช่องว่าง ก่อนที่ผิวหนังจะปิดสนิท ทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นจางๆ ยิ่งไปกว่านั้น สุนัขป่าที่เคยนอนรวยรินกลับผุดลุกขึ้นยืน ส่งเสียงคำรามก้องพร้อมกับลมปราณที่ฟื้นฟูคืนมาอย่างสมบูรณ์
ทั่วทั้งโถงประมูลตกตะลึงจนไร้สรรพเสียง ดวงตาของเหล่านักบำเพ็ญเพียรและเศรษฐีเบิกกว้าง นี่ไม่ใช่ยาลูกกลอนห้ามเลือดธรรมดา แต่มันคือยาวิเศษที่สามารถดึงรั้งชีวิตผู้คนกลับมาจากหน้าประตูยมโลกได้!
ภายในหัวของหลินชิงเหมี่ยว เสียงกลไกของระบบเซียนโอสถกสิกรรมดังขึ้นเบาๆ
[ระบบ: วิเคราะห์ผลลัพธ์การรักษา อัตราการฟื้นฟูเซลล์เพิ่มขึ้นร้อยละแปดร้อย สรรพคุณของน้ำพุวิญญาณและสมุนไพรปราณผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ]
นางลอบยิ้มใต้ผ้าคลุมหน้า ผลลัพธ์นี้เป็นไปตามที่นางคำนวณไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
"สามสิบตำลึงทอง!" เศรษฐีร่างอ้วนท้วนจากหัวเมืองข้างเคียงตะโกนขึ้น ทำลายความเงียบงัน
"สามสิบห้าตำลึงทอง! ยาเม็ดนี้ต้องเป็นของตระกูลหวัง!"
"สี่สิบตำลึงทอง!"
เสียงเสนอราคาดังระงมแข่งกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครสนใจคำขู่จากห้องชั้นสามอีกต่อไป เมื่ออยู่ต่อหน้ายาวิเศษที่สามารถรักษาชีวิตได้ในยามคับขัน กฎเกณฑ์เรื่องความเกรงกลัวย่อมถูกโยนทิ้งไป บุรุษลึกลับบนชั้นสามสบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะเงียบเสียงไปเมื่อราคาพุ่งทะยานจนเกินกว่ามูลค่าที่เขาประเมินไว้
โม่จื่อเซวียนยังคงนั่งนิ่ง แววตาคมกริบของเขาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ขวดยาบนเวทีเพียงอย่างเดียว ทว่าเขากลับใช้สัมผัสวิญญาณกวาดมองไปรอบโถงประมูล ค้นหาร่องรอยของรังสีปราณที่หลงเหลืออยู่บนตัวยา ลายโอสถอันวิจิตรและกลิ่นอายบริสุทธิ์เช่นนี้ บ่งบอกว่าผู้ปรุงยาจะต้องมีเคล็ดวิชาล้ำลึกที่หาตัวจับยากยิ่ง เขาเบือนหน้ามองขึ้นไปยังระเบียงมุมอับชั้นสอง สายตาปะทะเข้ากับร่างระหงในชุดคลุมสีเข้มที่นั่งนิ่งสงบ แม้จะมองไม่เห็นใบหน้า แต่สัญชาตญาณของนักการค้าผู้ยิ่งใหญ่บอกเขาว่า สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดา
"ห้าสิบตำลึงทอง"
น้ำเสียงราบเรียบของโม่จื่อเซวียนดังกังวานขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้กลับทำให้ทั้งโถงประมูลตกอยู่ในความเงียบงัน ห้าสิบตำลึงทอง! จำนวนเงินมหาศาลที่สามารถซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ในเมืองหลวงได้สบายๆ กลับถูกเสนอออกมาเพื่อแลกกับยาลูกกลอนเพียงสามเม็ด!
พิธีกรรอคอยจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดสู้ราคาอีก จึงเคาะค้อนไม้ลงบนแท่นหินสามครั้ง "ห้าสิบตำลึงทอง! ยาลูกกลอนห้ามเลือดตกเป็นของคุณชายโม่แห่งหอการค้าจินอวี้!"
หลินชิงเหมี่ยวผ่อนลมหายใจยาว ความตื่นเต้นยินดีแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ห้าสิบตำลึงทอง! หลังหักค่าธรรมเนียมของหอประมูลแล้ว เงินก้อนนี้มากพอที่จะพลิกฟื้นฐานะของตระกูลหลินและเป็นทุนรอนมหาศาลในการซื้อเมล็ดพันธุ์ปราณระดับสูงมาเพาะปลูกในมิติลับได้อย่างสบายๆ
ไม่นานนัก ผู้ดูแลหอประมูลก็เชิญนางเข้าไปยังห้องรับรองส่วนตัวด้านหลัง เพื่อส่งมอบเงินรางวัล ตั๋วแลกเงินใบปึกหนาและก้อนทองคำบริสุทธิ์ถูกวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า หลินชิงเหมี่ยวจัดการเก็บสมบัติทั้งหมดเข้าสู่กระท่อมเก็บของในมิติลับหยกปราณอย่างรวดเร็วและแนบเนียน
ทว่าในขณะที่นางกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องรับรอง บานประตูไม้แกะสลักกลับถูกผลักเข้ามาเบาๆ ร่างสูงโปร่งของโม่จื่อเซวียนก้าวเข้ามาภายใน กลิ่นหอมของไม้จันทน์ผสมผสานกับกลิ่นอายปราณอันลึกล้ำลอยเตะจมูก
"ยาลูกกลอนของแม่นาง ช่างเปิดหูเปิดตาข้ายิ่งนัก" เขากล่าวพร้อมกับประสานมือคารวะอย่างงดงาม นัยน์ตาสีดำขลับทอประกายรู้ทัน "ข้า โม่จื่อเซวียน แห่งหอการค้าจินอวี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสร่วมมือทางการค้ากับปรมาจารย์โอสถเช่นท่านในวันข้างหน้า"
หลินชิงเหมี่ยวชะงักไปเล็กน้อย บุรุษผู้นี้ฉลาดหลักแหลมและมีสัมผัสที่เฉียบคมยิ่งนัก นางปรับน้ำเสียงให้แหบพร่าลงเพื่อปกปิดตัวตน "คุณชายโม่กล่าวชมเกินไป ข้าเป็นเพียงชาวป่าชาวเขา หากมีวาสนา ย่อมได้พบพานกันอีก"
นางหมุนตัวเตรียมจากไป แต่คำกล่าวประโยคต่อมาของเขากลับทำให้นางต้องหยุดชะงัก
"หากข้าเดาไม่ผิด แม่นางกำลังรวบรวมเงินก้อนใหญ่เพื่อตามหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง... อาจจะเป็นเมล็ดพันธุ์สมุนไพรหายาก ใช่หรือไม่?" รอยยิ้มมุมปากของโม่จื่อเซวียนลึกล้ำยากหยั่งถึง
ก่อนที่หลินชิงเหมี่ยวจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานจากระบบในโสตประสาทก็ดังกึกก้องขึ้นอย่างกะทันหัน!
[แจ้งเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบรังสีอำมหิตล็อคเป้าหมายมาที่โฮสต์! มีผู้สะกดรอยตามจำนวนสามคน ระดับพลังปราณอยู่ในขั้นอันตรายสูงสุด อัตราการถูกดักซุ่มโจมตี: เก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์!]
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เมล็ดพันธุ์ที่ต้องการ]**