ตอนที่ 42
***บทที่ 42: เมล็ดพันธุ์ที่ต้องการ***
ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องรับรอง เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานจากระบบในโสตประสาทของหลินชิงเหมี่ยวราวกับระฆังเตือนภัยที่ดังกึกก้อง ทว่าภายใต้เสื้อคลุมตัวยาวและหมวกปีกกว้าง ร่างบางกลับนิ่งสงบดุจผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น นางเพียงค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับโม่จื่อเซวียน นัยน์ตาสงบนิ่งทอประกายลึกล้ำผ่านผืนผ้าโปร่ง
บุรุษหนุ่มเบื้องหน้าแย้มยิ้มบางๆ ท่วงท่าสง่างามแฝงความกดดันอันไร้รูป "ว่าอย่างไรเล่า แม่นาง? หอการค้าจินอวี้ของข้ากว้างขวางครอบคลุมทั่วแคว้น หากท่านต้องการสิ่งใด ข้าย่อมจัดหามาให้ได้"
หลินชิงเหมี่ยวประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในเมื่ออีกฝ่ายล่วงรู้ถึงความต้องการของนาง การบ่ายเบี่ยงย่อมไร้ประโยชน์ อีกทั้งตอนนี้บิดาของนาง... หลินต้าซาน กำลังรอคอยความหวังในการรักษาขาที่ถูกทำร้ายด้วยพิษสกัดกั้นเส้นเอ็น นางต้องรีบรวบรวมตัวยาให้ครบโดยเร็วที่สุด
"คุณชายโม่ช่างมีสายตาแหลมคมยิ่งนัก" น้ำเสียงแหบพร่าที่ถูกดัดแปลงเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น "ในเมื่อท่านเสนอตัว ข้าก็ไม่อ้อมค้อม สิ่งที่ข้าต้องการคือ 'เมล็ดโสมโลหิตวิถี' และชุด 'สมุนไพรต่อกระดูก' ระดับสูง... หากหอการค้าจินอวี้มีของ ข้ายินดียกเงินรางวัลทั้งหมดที่เพิ่งได้มา แลกเปลี่ยนกับการค้าครั้งนี้"
โม่จื่อเซวียนชะงักไปชั่วครู่ แววตาประหลาดใจพาดผ่านนัยน์ตาสีดำขลับ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชม เมล็ดโสมโลหิตวิถีนั้นหาได้ยากยิ่ง แม้แต่นักบำเพ็ญเพียรระดับสูงยังพลิกแผ่นดินหา ส่วนสมุนไพรต่อกระดูกระดับสูงก็มีราคาสูงลิ่ว ไม่นึกเลยว่าสตรีลึกลับเบื้องหน้าจะกล้าทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดเพื่อสิ่งเหล่านี้
เขาดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง ทันใดนั้น เงาร่างสายหนึ่งก็วูบไหวลงมาจากขื่อหลังคา เป็นองครักษ์เงาที่เร้นกายอยู่เนิ่นนาน ชายผู้นั้นคุกเข่าลงพร้อมกับประคองกล่องหยกสลักลายวิจิตรสองใบขึ้นมาเหนือศีรษะ
"นี่คือของที่ท่านต้องการ" โม่จื่อเซวียนกล่าวพลางเปิดฝากล่องหยก ภายในกล่องแรกคือเมล็ดพันธุ์สีแดงคล้ำที่ดูแห้งเหี่ยวไร้ชีวิตชีวา ทว่ากลับแผ่ซ่านกลิ่นอายปราณจางๆ ออกมา ส่วนอีกกล่องบรรจุรากไม้และใบหญ้าแห้งที่มีสรรพคุณเชื่อมผสานกระดูกและถอนพิษอัมพาต
[ระบบทำการวิเคราะห์: พบเมล็ดโสมโลหิตวิถี (สถานะ: พลังชีวิตต่ำต้อย ใกล้เหี่ยวเฉา) และสมุนไพรต่อกระดูกระดับสูง ความบริสุทธิ์แปดสิบส่วน]
เสียงระบบยืนยันความถูกต้อง หลินชิงเหมี่ยวไม่รอช้า นางผลักปึกตั๋วแลกเงินและก้อนทองคำที่เพิ่งประมูลมาได้ไปตรงหน้าเขา ก่อนจะตวัดมือวูบเดียว กล่องหยกทั้งสองใบก็อันตรธานหายเข้าสู่กระท่อมเก็บของในมิติลับหยกปราณอย่างไร้ร่องรอย
วัตถุดิบสำคัญในการรักษาบิดา... บัดนี้ตกอยู่ในมือนางแล้ว!
"ขอบคุณคุณชายโม่ที่อำนวยความสะดวก" หลินชิงเหมี่ยวประสานมือคารวะ ทว่าก่อนที่นางจะก้าวพ้นธรณีประตู นางได้เอียงศีรษะเล็กน้อยและกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "การค้าครั้งนี้ราบรื่นยิ่งนัก แต่ข้าหวังว่า... เส้นทางกลับของข้า จะไม่มี 'หาง' ของผู้ใดตามไปรบกวนความสงบ"
กล่าวจบ ร่างบางก็กลืนหายไปในความพลุกพล่านของฝูงชนภายนอกหอประมูล ปล่อยให้โม่จื่อเซวียนยืนนิ่งงันอยู่กับที่
"คุณชาย ให้ข้าน้อยนำกำลังสะกดรอยตามนางไปหรือไม่ขอรับ?" องครักษ์เงาเอ่ยถามพลางกระชับกระบี่ในมือ
โม่จื่อเซวียนยกมือขึ้นห้าม แววตาของเขาทอประกายซับซ้อน "ไม่ต้องตาม! นางสัมผัสได้ถึงตัวตนของพวกเจ้าตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องแล้ว สตรีผู้นี้ลึกลับและมีฝีมือลึกล้ำยากหยั่งถึง ปรมาจารย์โอสถที่สามารถสกัดยาลูกกลอนเบื้องหลังย่อมไม่ธรรมดา ข้าไม่อยากทำให้นางขุ่นเคือง... การผูกมิตรกับนาง ย่อมมีค่ามากกว่าการล่วงรู้ความลับของนางหลายร้อยเท่านัก สั่งคนของเราให้ถอนกำลังออกจากการจับตาดูนางทั้งหมด!"
"น้อมรับคำสั่งขอรับ!"
ทว่า แม้คนของหอการค้าจินอวี้จะล่าถอยไป แต่ระบบในโสตประสาทของหลินชิงเหมี่ยวก็ยังคงกระพริบเตือนด้วยแสงสีแดงวูบวาบไม่หยุดหย่อน
[แจ้งเตือน! รังสีอำมหิตของกลุ่มสะกดรอยทั้งสามยังคงล็อคเป้าหมาย อัตราความเสี่ยงคงที่! พวกมันกำลังเว้นระยะห่างและติดตามโฮสต์มุ่งหน้าสู่นอกเมือง!]
หลินชิงเหมี่ยวแค่นเสียงเย็นในลำคอ ภายใต้ร่มเงาของหมวกปีกกว้าง นางรู้ดีว่าเงินทองและของล้ำค่าที่เพิ่งประมูลมาได้ ย่อมดึงดูดสายตาของพวกมิจฉาชีพและนักล่าสมบัติที่ซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืดของเมือง หรืออาจเป็นคนของโรงหมอบัวหิมะที่ลอบสังเกตการณ์อยู่
นางไม่เลือกใช้เส้นทางหลักที่ผู้คนสัญจร แต่กลับเร่งฝีเท้าลัดเลาะเข้าสู่ตรอกซอกซอยคับแคบ มุ่งหน้าตรงไปยังชายป่าหมอกเร้นลับซึ่งเป็นเขตแดนอันตรายที่น้อยคนนักจะกล้าย่างกรายในยามบ่ายคล้อยเช่นนี้
สายลมเย็นยะเยือกพัดม้วนเอาหมอกขาวหนาทึบเข้ามาปกคลุมวิสัยทัศน์ เมื่อเท้าของนางแตะลงบนพื้นดินชื้นแฉะของเขตป่า เสียงฝีเท้าหนักๆ สามคู่ก็เริ่มเร่งจังหวะไล่กวดเข้ามาจากเบื้องหลังอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป
"เปิดใช้งานตาข่ายวิเคราะห์เชิงลึก สแกนภูมิประเทศและเส้นทางหลบหลีก!" นางออกคำสั่งในใจอย่างเด็ดขาด
[รับทราบ! กำลังร่างแผนที่สามมิติของป่าหมอกเร้นลับ... พบเส้นทางที่เหมาะสม มีดงพืชมีพิษ 'เถาหนามมืด' และค่ายกลหินธรรมชาติอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือสามร้อยเมตร!]
หลินชิงเหมี่ยวเหยียดยิ้มบาง ป่าหมอกเร้นลับแห่งนี้คือหลังบ้านของนาง! ร่างบางพลิ้วไหวราวกับภูตพราย นางกระโดดเหยียบรากไม้ใหญ่และโหนเถาวัลย์ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ทุกย่างก้าวสอดคล้องกับเส้นทางที่ระบบคำนวณไว้ ไร้ซึ่งการทิ้งร่องรอยให้แกะรอยตาม
พวกนักล่าสมบัติทั้งสามคนพุ่งทะยานตามเข้ามาในป่าหมอก ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจ พวกมันก็ต้องหยุดชะงักด้วยความงุนงง หมอกหนาทึบที่เกิดจากการคายปราณของต้นไม้บรรพกาลบดบังสายตาจนสิ้น ทิศทางสับสนวุ่นวาย ยิ่งพยายามตามรอยลึกเข้าไป พวกมันก็ยิ่งหลงเข้าไปในดงเถาหนามมืดที่เกี่ยวพันร่างจนเกิดบาดแผลอาบยาพิษชาสกัดกั้นการเคลื่อนไหว
"บัดซบ! นางหายไปไหนแล้ว!?" หนึ่งในนั้นสบถอย่างหัวเสียขณะพยายามดึงเถาหนามออกจากขา
ในขณะที่พวกมันกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากกับดักธรรมชาติ หลินชิงเหมี่ยวได้ใช้ความเร็วสูงสุดหลบหนีออกจากพื้นที่อันตราย ลัดเลาะผ่านแนวสันเขาและมุ่งหน้ากลับสู่หมู่บ้านชิงสุ่ยได้อย่างไร้รอยขีดข่วน
เมื่อดวงอาทิตย์คล้อยต่ำทอแสงสีส้มอมแดง นางก็ผลักบานประตูไม้ของกระท่อมหลังน้อยที่ซอมซ่อแต่มั่นคงของตระกูลหลินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ เสียงไอเบาๆ ของซูซิ่วอิงมารดาของนางดังแว่วมาจากในครัว ขณะที่หลินต้าซานกำลังนั่งขัดเกลาไม้ฟืนอยู่ลานหน้าบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
เมื่อเห็นบิดาที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดที่ขามาเนิ่นนาน หลินชิงเหมี่ยวก็กำหมัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น บัดนี้นางได้สมุนไพรต่อกระดูกและเมล็ดโสมโลหิตวิถีมาครอบครองแล้ว ขอเพียงเพาะปลูกมันให้เติบโต การรักษาบิดาก็จะเริ่มต้นขึ้นเสียที!
เมื่อตกดึก หลินชิงเหมี่ยวกลับเข้าสู่ห้องนอนและลงกลอนประตูอย่างแน่นหนา นางหลับตาลงและส่งจิตวิญญาณผสานเข้ากับจี้หยกบรรพกาล วูบเดียวร่างของนางก็ปรากฏขึ้นภายในมิติลับหยกปราณอันอุดมสมบูรณ์
บรรยากาศในมิติเต็มไปด้วยละอองปราณสีเขียวขจี แปลงดินปราณส่งกลิ่นหอมสดชื่นของไอดิน บ่อน้ำพุวิญญาณหลั่งรินเกิดเสียงไพเราะราวกับดนตรีสวรรค์ นางเดินตรงไปยังกระท่อมเก็บของและนำกล่องหยกบรรจุเมล็ดโสมโลหิตวิถีออกมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
นี่คือเมล็ดพันธุ์ระดับสวรรค์ที่สามารถพลิกชะตาคนตายให้ฟื้นคืน นางค่อยๆ หยิบเมล็ดที่แห้งเหี่ยวนั้นขึ้นมา เตรียมจะนำไปฝังลงในแปลงดินปราณที่เตรียมไว้
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เมล็ดสัมผัสกับผิวดิน เสียงแจ้งเตือนของระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมกลับดังขึ้นด้วยระดับเสียงที่ผิดแผกไปจากทุกครั้ง หน้าต่างอินเทอร์เฟซสีทองอร่ามเด้งพรวดขึ้นมาตรงหน้านาง บดบังทัศนวิสัยทั้งหมด!
[คำเตือนขั้นสูงสุด! โฮสต์กำลังพยายามเพาะปลูก 'พฤกษาระดับบรรพกาล' เมล็ดพันธุ์นี้สูญเสียพลังชีวิตไปแล้วเก้าสิบเก้าส่วน หากนำลงดินปราณธรรมดามันจะแหลกสลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา!]
หลินชิงเหมี่ยวเบิกตากว้างชะงักมือค้างกลางอากาศ นางเกือบจะทำลายความหวังเดียวของบิดาไปแล้ว!
[เพื่อปลุกชีพเมล็ดโสมโลหิตวิถี... จำเป็นต้องใช้เงื่อนไขพิเศษ!] เสียงเครื่องจักรกลของระบบแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึม [โฮสต์ต้องใช้น้ำพุวิญญาณระดับเข้มข้นสูงสุด และใช้เวลาดูแลอย่างน้อยเจ็ดวันเจ็ดคืนโดยห้ามผิดพลาด หากล้มเหลว... เมล็ดพันธุ์นี้จะสูญสลายไปตลอดกาล! ยืนยันการเข้าสู่กระบวนการเพาะปลูกขั้นวิกฤตหรือไม่!?]
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เพาะปลูกโสมโลหิต]**