ตอนที่ 43

***บทที่ 43: เพาะปลูกโสมโลหิต***

"ยืนยัน!" หลินชิงเหมี่ยวขบกรามแน่น เปล่งเสียงตอบรับอย่างเด็ดเดี่ยว แววตาของนางปราศจากความลังเลแม้แต่น้อย ต่อให้ต้องอดหลับอดนอนเจ็ดวันเจ็ดคืน หรือต้องแลกด้วยความเหนื่อยยากแสนสาหัสเพียงใด นางก็ไม่มีวันยอมถอย นี่คือหนทางเดียวที่จะรักษาบิดาให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง!

สิ้นคำกล่าว หน้าต่างโปร่งแสงสีทองอร่ามเบื้องหน้าก็สว่างวาบขึ้น เสียงกลไกของระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมดังสะท้อนก้องในโสตประสาท

[รับทราบคำสั่ง... เริ่มต้นกระบวนการเพาะปลูกขั้นวิกฤต 'โสมโลหิตวิถี' ระดับบรรพกาล ณ บัดนี้]

[ข้อควรระวัง: โฮสต์ต้องสกัดน้ำพุวิญญาณบริสุทธิ์จากก้นบ่อลึกสุด ซึ่งมีความเข้มข้นสูงสุด และต้องรดน้ำหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์ทุกๆ สองชั่วยาม ห้ามขาดตกบกพร่องโดยเด็ดขาด!]

หลินชิงเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึก นางค่อยๆ ประคองเมล็ดโสมโลหิตวิถีที่แห้งเหี่ยวราวกับเศษซากไม้ตายซากไว้ในฝ่ามืออย่างทะนุถนอม จากนั้นก้าวเดินไปยังใจกลางแปลงดินปราณที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด นิ้วเรียวงามขุดคุ้ยหน้าดินที่ส่งกลิ่นหอมของไอวิญญาณออกเป็นหลุมตื้นๆ อย่างระมัดระวัง แล้ววางเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังลงไป ก่อนจะกลบดินปิดทับอย่างแผ่วเบา

นางรีบพุ่งตัวไปยังบ่อน้ำพุวิญญาณที่ส่องประกายระยิบระยับ ชิงเหมี่ยวรวบรวมพลังสมาธิ เพ่งจิตหยั่งลึกลงไปถึงก้นบ่อเพื่อตักตวงหยาดน้ำพุวิญญาณระดับเข้มข้นสูงสุดซึ่งมีลักษณะเหนียวข้นดั่งหยาดน้ำค้างหยกสีมรกต นางบรรจงหยดน้ำพุวิญญาณลงบนผืนดินที่ฝังเมล็ดโสมโลหิตวิถี

ซู่...

พริบตาที่หยาดน้ำมรกตสัมผัสผืนดิน ไอหมอกสีโลหิตจางๆ ก็ระเหยขึ้นมากลางอากาศ ดินปราณบริเวณนั้นสั่นไหวเล็กน้อยราวกับมีชีวิต พลังชีวิตอันเจือจางที่หลับใหลอยู่ภายในเมล็ดพันธุ์เริ่มตอบสนองต่อปราณวิญญาณอันบริสุทธิ์

กระบวนการเพาะปลูกสมุนไพรระดับสูงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว! นี่มิใช่เพียงการปลูกพืชธรรมดา ทว่าเป็นการช่วงชิงชีวิตกลับมาจากเงื้อมมือมัจจุราช

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของหลินชิงเหมี่ยวก็เข้าสู่วงจรแห่งความเหนื่อยล้าแสนสาหัส ทุกๆ สองชั่วยาม ไม่ว่าจะเป็นยามทิวาที่ตะวันทอแสง หรือยามราตรีที่ดึกสงัด นางต้องหลับตาทำสมาธิ ถอดจิตเข้ามาในมิติลับหยกปราณเพื่อหยดน้ำพุวิญญาณหล่อเลี้ยงโสมโลหิตวิถีอย่างเคร่งครัด แม้แต่ดวงตาของนางยังเริ่มปรากฏรอยคล้ำจางๆ

ทว่าภาระของนางมิได้มีเพียงในมิติลับเท่านั้น ในโลกภายนอก ฟาร์มผักที่รายล้อมกระท่อมของตระกูลหลินกำลังเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด ต้นผักกาดขาว หัวไชเท้า และผักบุ้งที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้ ล้วนแตกใบเขียวขจีอวบอิ่มจากการรดน้ำที่ผสมน้ำพุวิญญาณเจือจางตามที่ระบบเคยแนะนำไว้

ยามรุ่งสางของทุกวัน ชิงเหมี่ยวต้องตื่นขึ้นมาเผชิญกับอากาศที่เริ่มเย็นยะเยือก นางสวมเสื้อผ้าหยาบๆ คว้าจอบและถังน้ำออกไปดูแลแปลงผักด้านนอก มือเล็กๆ ของเด็กสาววัยสิบห้าปีต้องถอนวัชพืช พรวนดิน และตรวจตราความเรียบร้อยของพืชผลทุกต้น เหงื่อกาฬไหลซึมผากแม้ในยามเช้าตรู่

"ชิงเหมี่ยว ลูกพักบ้างเถิด ปล่อยให้พ่อช่วยเจ้าถอนหญ้าพวกนี้เอง" หลินต้าซานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้หน้ากระท่อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาของชายผู้เป็นบิดาเต็มไปด้วยความปวดร้าวที่เห็นบุตรสาวตัวน้อยต้องแบกรับภาระหนักอึ้งเยี่ยงนี้ ทั้งที่ตนเองกลับทำได้เพียงนั่งมองด้วยความไร้เรี่ยวแรง

"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าจัดการได้ ผักพวกนี้เติบโตดีมาก อีกไม่นานเราก็นำไปขายที่อำเภอไป๋หยุนได้แล้ว ท่านพ่อเพียงแค่ดูแลสุขภาพตนเองให้ดีก็พอเจ้าค่ะ" ชิงเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวาน แม้ใบหน้าจะเปื้อนคราบดิน แต่นางก็ไม่อยากให้บิดาต้องกังวล

เวลาหกวันหกคืนผันผ่านไปอย่างเชื่องช้าทว่าหนักหน่วง ในที่สุดก็ก้าวเข้าสู่วันที่เจ็ด อันเป็นช่วงเวลาชี้ชะตา

ภายในมิติลับหยกปราณ หลินชิงเหมี่ยวทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่หน้าแปลงดินปราณ ดวงตาที่แดงก่ำจากการอดนอนจดจ้องไปยังผืนดินเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา นางเพิ่งหยดน้ำพุวิญญาณหยดสุดท้ายลงไปตามที่ระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมกำหนดเวลาเป๊ะๆ บัดนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับลิขิตสวรรค์และพลังแห่งมิติลับนี้แล้ว

ตึกตัก... ตึกตัก...

เสียงหัวใจของเด็กสาวเต้นระรัว

ทันใดนั้น ผืนดินบริเวณที่ฝังเมล็ดโสมโลหิตวิถีก็เกิดการสั่นสะเทือนเบาๆ รัศมีแสงสีแดงดั่งโลหิตทอประกายเรืองรองทะลุผ่านชั้นดินขึ้นมา กลิ่นหอมหวนของโอสถสวรรค์อันเข้มข้นแผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณมิติ ยอดอ่อนสีแดงอมม่วงขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยค่อยๆ ชอนไชแทรกตัวพ้นผิวดินปราณขึ้นมาอวดโฉม มันมีลักษณะโปร่งแสงราวกับแกะสลักจากหยกโลหิต!

[ติ๊ง!]

[ขอแสดงความยินดี! โฮสต์ทำภารกิจเพาะปลูกขั้นวิกฤตสำเร็จ เมล็ดโสมโลหิตวิถีระดับบรรพกาลได้รับการฟื้นฟูพลังชีวิตและเข้าสู่ระยะต้นกล้าเรียบร้อยแล้ว อัตราการรอดชีวิตเต็มสิบส่วน!]

เสียงแจ้งเตือนจากระบบเอไอดังขึ้นราวกับดนตรีสวรรค์ในโสตประสาทของชิงเหมี่ยว น้ำตาแห่งความปีติไหลรินอาบสองแก้ม ความเหนื่อยยากตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมามลายหายไปจนสิ้น ต้นกล้าโสมโลหิตวิถีนี้คือตัวแทนแห่งความหวังที่จะช่วยประสานกระดูกและขับพิษร้ายที่เกาะกินขาของหลินต้าซาน!

"สำเร็จแล้ว... สำเร็จแล้วจริงๆ!" นางพึมพำด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก

ทว่า ในขณะที่หัวใจของนางกำลังพองโตด้วยความยินดีล้นปรี่อยู่นั้นเอง จู่ๆ กระแสพลังเบาบางบางอย่างก็ฉุดรั้งจิตวิญญาณของนาง

วูบ!

กระแสความหนาวเหน็บอย่างรุนแรงพุ่งผ่านจิตวิญญาณ เป็นสัญญาณเตือนจากร่างเนื้อที่อยู่ภายนอกมิติ ชิงเหมี่ยวรีบดึงสติกลับคืนสู่ห้องนอนในกระท่อมซอมซ่อทันที

เมื่อลืมตาขึ้น นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ลมกรรโชกแรงพัดกระแทกบานหน้าต่างไม้จนเปิดออกดังปัง! เกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนจำนวนนับไม่ถ้วนพัดสาดทะลักเข้ามาในห้อง อุณหภูมิรอบกายดิ่งวูบลงราวกับตกลงไปในธารน้ำแข็ง

เสียงหอนของสายลมด้านนอกหวีดร้องดั่งภูตผี ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทมิฬและพายุหิมะที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง!

พายุฤดูหนาวแรกแห่งปีมาเยือนเร็วกว่าที่คิด! และมันกำลังพัดถล่มหมู่บ้านชิงสุ่ยอย่างไร้ปรานี ผักปราณด้านนอกที่เพิ่งแตกใบอ่อนและเป็นดั่งเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของครอบครัวกำลังเผชิญกับหายนะ!

"แย่แล้ว... แปลงผักด้านนอก!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: พายุฤดูหนาว]**