ตอนที่ 45

***บทที่ 45: ความโลภไม่สิ้นสุด***

บานประตูไม้เก่าซอมซ่อถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงจากฝีมือของคนด้านนอก เสียงบานพับฝืดเคืองดังลั่นดุจเสียงกรีดร้องของวิญญาณร้าย หลินชิงเหมี่ยวหยัดกายยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแปลงผัก อาภรณ์สีซีดจางปลิวไสวตามสายลมหนาวที่พัดโชย ทว่าแผ่นหลังของนางกลับตั้งตรงดุจทวนเหล็กกล้า นัยน์ตากระจ่างใสจับจ้องไปยังผู้บุกรุกด้วยความเย็นเยียบถึงกระดูก

เบื้องหน้าลานบ้าน ปรากฏร่างของกลุ่มคนนับสิบชีวิตยืนออหน้าสลอน นำทัพโดยหลินต้าเจียงผู้มีใบหน้าบึ้งตึงเย่อหยิ่ง และหวังเจียวลี่ที่ยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าประหนึ่งนางพญา ด้านหลังของพวกเขายังมีบรรดาญาติพี่น้องจากตระกูลหลักแห่งบ้านหลิน แต่ละคนล้วนสะพายตะกร้าสานใบใหญ่และถือกระสอบป่านมาด้วย แววตาของพวกเขาลุกวาวราวกับฝูงหมาป่าหิวโซที่ได้กลิ่นคาวเลือด

ทันทีที่สายตาของหลินต้าเจียงและหวังเจียวลี่มองข้ามไหล่ของเด็กสาวไปปะทะเข้ากับแปลงผักที่ถูกเปิดผ้าใบออกบางส่วน รูม่านตาของพวกเขาก็พลันหดเกร็ง ก่อนจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนความโลภที่พุ่งทะยานจนแทบจะทะลักออกจากอก

ท่ามกลางทัศนียภาพสีขาวโพลนของหิมะที่ปกคลุมไปทั่วสารทิศ ผักกาดขาวและหัวไชเท้าในแปลงดินของหลินชิงเหมี่ยวกลับตั้งตระหง่านอย่างท้าทายสวรรค์ ใบสีเขียวมรกตอวบอิ่มเปล่งประกายหยาดเยิ้ม ไอปราณบริสุทธิ์จางๆ ลอยกรุ่นอยู่เหนือยอดอ่อน บ่งบอกถึงความสดใหม่และพลังชีวิตที่อัดแน่นจนยากจะประเมินค่าได้ นี่มิใช่เพียงผักธรรมดา แต่เป็นผลผลิตชั้นยอดที่ผู้ใดพบเห็นย่อมต้องน้ำลายสอ!

"สวรรค์! นี่มัน... รอดพ้นจากพายุหิมะมาได้จริงๆ หรือนี่!" หวังเจียวลี่อุทานเสียงหลง ดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยจ้องเขม็งไปยังผักเหล่านั้นราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งแปลง ความอิจฉาริษยาและความโลภโมโทสันแผ่ซ่านออกมาจากทุกอณูขุมขน

[เสียงกลไกประหลาดดังขึ้นในโสตประสาท: ระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมตรวจพบกลุ่มบุคคลที่มีเจตนามุ่งร้ายระดับสูงสุด ระดับความโลภพุ่งทะลุขีดจำกัด แนะนำให้ผู้ใช้งานเตรียมพร้อมรับมือการปะทะ]

หลินชิงเหมี่ยวปัดหน้าต่างอินเทอร์เฟซโปร่งแสงทิ้งไปอย่างเงียบงัน มุมปากเล็กยกยิ้มเย็นชา "พายุหิมะเพิ่งจะสงบลงได้ไม่ทันไร พวกท่านลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่ก็รีบยกโขยงกันมาเยี่ยมเยียนครอบครัวข้าถึงที่ ช่างมีน้ำใจต่อสายรองอย่างพวกข้าเสียจริงนะเจ้าคะ ไม่ทราบว่าพกตะกร้ากับกระสอบมามากมายเพียงนี้ กะจะมาช่วยข้าถอนหญ้าหรืออย่างไร?"

"หุบปากนะนังเด็กเหลือขอ!" หลินต้าเจียงตวาดลั่น ก้าวฉับๆ เข้ามาในลานบ้านอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าของเขาแสร้งทำเป็นขึงขังทรงภูมิ "ข้าในฐานะผู้นำตระกูลหลินคนต่อไป ย่อมต้องดูแลผลประโยชน์ของส่วนรวม! บิดาของเจ้าขาเป๋พิการ ทำงานทำการมิได้ เป็นภาระของตระกูลมาเนิ่นนาน วันนี้ข้าเห็นแก่สายเลือด จะมาช่วยจัดการผลผลิตเหล่านี้ให้!"

หวังเจียวลี่รีบประสานเสียงสนับสนุนทันควัน "ใช่แล้ว! ที่ดินผืนนี้ก็เป็นที่ดินของตระกูลหลักหลิน ผักทุกต้น รากทุกเส้นที่งอกเงยขึ้นมาบนดินผืนนี้ ย่อมต้องเป็นสมบัติของตระกูลหลัก! แต่เห็นแก่ที่เจ้าอุตส่าห์ลงแรงปลูก ข้าจะเมตตาแบ่งให้พวกเจ้าครึ่งหนึ่งก็แล้วกัน ส่วนอีกครึ่ง... รวมถึงผักที่สมบูรณ์ที่สุด พวกข้าจะขนกลับไปเอง!"

คำกล่าวอ้างอันไร้ยางอายและตรรกะอันวิปริตบิดเบี้ยวของคนตระกูลหลัก ทำเอาหลินชิงเหมี่ยวถึงกับแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุดจะทน "แบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่ง? ช่างเป็นความเมตตาที่ยิ่งใหญ่เสียจนสวรรค์ต้องร่ำไห้! ที่ดินผืนนี้บิดาข้าถางมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย เมล็ดพันธุ์ข้าก็ใช้เงินของตนเองซื้อหามา ปลูกเองรดน้ำเอง... พวกท่านเพียงแค่อาศัยสายเลือดที่ใช้ข่มเหงผู้อื่นมาตลอดยืนจังก้าอยู่หน้าบ้าน แล้วชี้นิ้วจะปล้นชิงผลผลิตไปครึ่งหนึ่ง ช่างหน้าหนาเกินกว่ากำแพงเมืองหลินโจวเสียอีก!"

"นังเด็กอกตัญญู! กล้าด่าทอผู้หลักผู้ใหญ่เชียวรึ!" หวังเจียวลี่หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธจัด นางหันไปโบกมือสั่งการเหล่าญาติพี่น้องที่ยืนน้ำลายสออยู่ด้านหลัง "มัวยืนบื้ออยู่ทำไม! เข้าไปถอนผักมาให้หมด! ตระกูลหลักมีสิทธิ์ขาดในที่ดินผืนนี้ ใครกล้าขวางก็จับตัวมันไว้!"

บรรดาญาติๆ ที่ถูกความโลภครอบงำจนหน้ามืดตามัว ต่างส่งเสียงโห่ร้องรับคำ หยิบฉวยตะกร้าและกระสอบพุ่งทะยานหมายจะเหยียบย่ำเข้าไปในแปลงดินปราณของเด็กสาว

ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เท้าสกปรกของพวกมันกำลังจะแตะลงบนขอบแปลงผักนั้นเอง...

"โฮ่ง!! แฮ่...!"

เสียงคำรามต่ำลึกดุดันราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดดังกึกก้องออกมาจากด้านข้างกระท่อม ร่างสีดำทมิฬขนาดใหญ่พุ่งทะยานตัดหน้ากลุ่มคนตระกูลหลักด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ!

ต้าเฮย สุนัขเฝ้าบ้านตัวใหญ่ยักษ์ที่หลินชิงเหมี่ยวเลี้ยงดูด้วยน้ำพุวิญญาณมาตลอด ปรากฏกายขึ้นขวางหน้าแปลงผัก กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนของมันปูดโปนเต็มไปด้วยพละกำลัง ขนสีดำขลับตั้งชัน นัยน์ตาสีอำพันดุร้ายจ้องเขม็งไปยังผู้บุกรุก เขี้ยวแหลมคมที่เผยให้เห็นน้ำลายหยดติ๋งๆ พร้อมจะขย้ำลำคอของใครก็ตามที่กล้าล้ำเส้น!

"ว้าย! หมาผีมาจากไหนเนี่ย!" หวังเจียวลี่กรีดร้องเสียงหลง ถอยกรูดไปชนกับญาติคนอื่นจนล้มกลิ้งไม่เป็นท่า

ญาติชายคนหนึ่งที่วิ่งนำหน้าสุดชะงักเท้าไม่ทัน ต้าเฮยพุ่งกระโจนเข้าใส่งับเข้าที่ชายกางเกงของมันอย่างแรงแล้วสะบัดกรรโชก เสียงผ้าฉีกขาดดังแควก! พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของชายผู้นั้นที่ล้มลุกคลุกคลานตะเกียกตะกายหนีตายกลับไปรวมกลุ่มด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

"แฮ่... กรรร..." ต้าเฮยย่อตัวต่ำ ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าแปลงผักประดุจเทพพิทักษ์ทวารบาลผู้ไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม เพียงแค่มันแยกเขี้ยวขู่ บรรดาญาติพี่น้องตระกูลหลักที่เมื่อครู่ยังฮึกเหิมอยากจะปล้นผัก ก็พลันขาสั่นพั่บๆ ไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้าไปใกล้แม้แต่ครึ่งก้าว

หลินต้าเจียงเห็นสภาพน่าสมเพชของคนในตระกูลก็บันดาลโทสะจนหน้าเขียวคล้ำ เขากำหมัดแน่น ชี้หน้าด่ากราด "หลินชิงเหมี่ยว! นังตัวดี! เจ้าถึงกับปล่อยสุนัขบ้ามาทำร้ายคนในครอบครัวเชียวรึ! วันนี้หากข้าไม่ได้ผักกลับไป และไม่ได้ตีหมาตัวนี้ให้ตาย ข้าจะไม่ขอใช้แซ่หลินอีกต่อไป!"

"ถ้าเช่นนั้นท่านลุงใหญ่ก็คงต้องรีบไปเปลี่ยนแซ่ตั้งแต่วันนี้แล้วล่ะเจ้าค่ะ" หลินชิงเหมี่ยวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนอากาศรอบกายเย็นเยียบยิ่งกว่าพายุหิมะ

นางก้าวเดินไปยืนเคียงข้างต้าเฮย ยกมือขึ้นลูบหัวสุนัขตัวโตเพื่อปลอบโยน ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดกวาดมองกลุ่มคนตระกูลหลักที่ไร้ยางอาย "พวกท่านอ้างสิทธิ์นักหนาว่าที่ดินรอบกระท่อมนี้เป็นของตระกูลหลัก... ใช้ข้ออ้างจอมปลอมนี้มากดขี่ข่มเหงครอบครัวข้าครั้งแล้วครั้งเล่า"

มือเรียวเล็กของเด็กสาวค่อยๆ ล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ ช้าๆ ทว่าหนักแน่น ทุกสายตาของคนตระกูลหลินต่างจ้องมองการกระทำนั้นด้วยความหวาดระแวงปนสงสัย

มุมปากของหลินชิงเหมี่ยวเหยียดยิ้มเย็นเยียบ นัยน์ตาสาดประกายแห่งการเอาคืนอย่างสาสม "ในเมื่อความโลภของพวกท่านมันไม่มีที่สิ้นสุด หน้ามืดตามัวจนคิดจะปล้นชิงผลผลิตของผู้อื่นกลางวันแสกๆ... เช่นนั้นข้าก็จะสงเคราะห์ ช่วยเบิกเนตรอันมืดบอดของพวกท่านให้สว่างไสวเอง!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: หลักฐานโฉนดที่ดิน]**