ตอนที่ 48

***บทที่ 48: การโจมตีครั้งสุดท้ายของป้าสะใภ้***

หลินชิงเหมี่ยวหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าที่เคยมีเลือนหายไปจนหมดสิ้น แววตาที่เคยอ่อนโยนยามทอดมองมารดาเมื่อครู่ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งทะลุทะลวงประสาท นางรับรู้ถึงคลื่นพลังงานมุ่งร้ายและเจตนาอำมหิตที่ระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมแจ้งเตือนได้อย่างชัดเจน มันมาจากทิศทางของแปลงผักด้านนอกกระท่อม ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจหยาดเหงื่อดูแลเอาไว้

"ท่านแม่ ท่านเพิ่งจะฟื้นตัว อาการป่วยเพิ่งจะหายขาด ร่างกายยังต้องปรับสภาพอีกสักระยะ ท่านพักผ่อนพูดคุยกับท่านพ่ออยู่เบื้องในนี้เถิดเจ้าค่ะ ข้าจะออกไปตรวจดูแปลงผักด้านนอกเสียหน่อย" หลินชิงเหมี่ยวหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้บิดามารดา เพื่อมิให้พวกเขาต้องตื่นตระหนกตกใจไปกับลางสังหรณ์ร้ายของนาง

หลินต้าซานและซูซิ่วอิงต่างพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ทั้งสองยังคงจมอยู่กับความปีติยินดีที่ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าด้วยสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง จึงมิได้นึกระแวงสิ่งใดแม้แต่น้อย

เมื่อเรือนร่างเพรียวบางก้าวพ้นบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าของกระท่อมออกมา หลินชิงเหมี่ยวก็ใช้ความเงียบเชียบดุจแมวป่า ลัดเลาะฝีเท้าไปตามแนวรั้วไม้ไผ่เก่าๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นอาณาเขตแปลงดินปราณของนางเอาไว้

แสงแดดยามยามอู่สาดส่องลงมาเจิดจ้า ร้อนระอุจนผู้คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านชิงสุ่ยต่างหลบลี้หนีหน้าเข้าไปพักผ่อนอยู่แต่ในร่มเงาไม้ ทว่าที่ริมรั้วแปลงผัก กลับมีเงาร่างอวบอ้วนของสตรีผู้หนึ่งกำลังลับๆ ล่อๆ เคลื่อนไหวอย่างมีพิรุธ ใบหน้าที่เคยอวบอูมนั้นถมึงทึง ดวงตาทั้งสองข้างเบิกถลนเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและริษยา สตรีผู้นั้นมิใช่ใครอื่น แต่เป็น ‘หวังเจียวลี่’ ป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลินสายหลักนั่นเอง!

หวังเจียวลี่กัดฟันกรอด ยามทอดสายตามองดูแปลงผักกาดขาวและหัวไชเท้าที่งอกงามเขียวขจีผิดหูผิดตาของครอบครัวสายรอง ในใจของนางลุกโชนไปด้วยไฟริษยาราวกับถูกเพลิงผลาญ

‘นังเด็กเหลือขอ! ครอบครัวของพวกแกสมควรจะต้องอดตายอย่างอนาถาอยู่ที่นี่ สมควรต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอเศษอาหารจากตระกูลหลัก มิใช่มากอบโกยความมั่งคั่งสร้างเนื้อสร้างตัวจนมีหน้ามีตาเย้ยข้าเช่นนี้!’ นางรำพึงในใจอย่างมาดร้าย มือหยาบกร้านกำหูหิ้วของถังไม้ที่บรรจุของเหลวสีคล้ำขุ่นเอาไว้แน่น

กลิ่นเหม็นฉุนและเป็นอันตรายลอยโชยออกมาจากถังไม้นั้นบางเบา มันคือ ‘ยาพิษสกัดทำลายวัชพืช’ ที่มีฤทธิ์รุนแรงล้างผลาญ หากสาดลงไปบนผืนดิน ไม่เพียงแต่พืชผลที่กำลังเติบโตจะเหี่ยวเฉาตายตกลงไปในพริบตา ทว่าผืนดินแห่งนี้จะถูกทำลายสภาพสมดุลจนกลายเป็นดินมรณะ ที่มิอาจเพาะปลูกสิ่งใดได้อีกเป็นเวลาหลายปี!

หวังเจียวลี่ขบคิดแผนการนี้มาหลายค่อนคืน นางจงใจเลือกลงมือในตอนกลางวันแสกๆ ที่ชาวบ้านมักจะหยุดพักการทำไร่ไถนาเพื่อหลบแดด คิดว่าย่อมไม่มีผู้ใดสัญจรผ่านไปมาบริเวณท้ายหมู่บ้านอันห่างไกลนี้ อีกทั้งยังมั่นใจว่าคนบ้านรองที่พิการและอ่อนแอ ย่อมมิอาจออกมาตรวจตราแปลงผักท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุได้ตลอดเวลา นี่คือโอกาสทองที่นางจะทำลายขุมทรัพย์ของหลินชิงเหมี่ยวให้ย่อยยับลงกับตา!

นางหัวเราะหยันในลำคอราวกับสตรีเสียสติ สองมือยกถังไม้บรรจุยาพิษขึ้นสูง เตรียมจะสาดของเหลวสีคล้ำมรณะลงสู่แปลงพืชผักที่กำลังเติบโตอย่างงดงาม ชูช่อรอวันเก็บเกี่ยว

ทว่าในเสี้ยวลมหายใจที่ของเหลวมรณะกำลังจะสาดกระเซ็นออกจากขอบถังไม้!

"ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านกำลังคิดจะทำสิ่งใด!"

เสียงตวาดก้องกังวานและเย็นเยียบประดุจสายลมเหมันต์ ดังกระแทกโสตประสาทของหวังเจียวลี่อย่างรุนแรง พร้อมกับเงาร่างเพรียวบางที่พุ่งพรวดออกมาจากหลังพุ่มไม้ด้านข้างราวกับวิหคโฉบเหยื่อ มือเรียวเล็กทว่าแฝงไปด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลของหลินชิงเหมี่ยว พุ่งเข้าคว้าหมับเข้าที่ข้อมืออวบอ้วนของหวังเจียวลี่เอาไว้ได้อย่างแม่นยำประดุจคีมเหล็ก!

"โอ๊ย!" หวังเจียวลี่อุทานเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด ถังไม้ในมือสั่นสะท้าน ของเหลวสีคล้ำเกือบจะกระฉอกหกเลอะเทอะรดเท้าของนางเอง โชคดีที่หลินชิงเหมี่ยวตวัดมืออีกข้างหนึ่งเข้ายึดขอบถังเอาไว้ได้ทันท่วงที อาศัยจังหวะอันรวดเร็วกระชากมันออกห่างจากแปลงดินปราณ ไม่ยอมให้ยาพิษแม้แต่หยดเดียวร่วงหล่นลงสู่ผืนดินของนาง

เสียงร้องโวยวายของหวังเจียวลี่และเสียงตวาดกร้าวของหลินชิงเหมี่ยว ดังกังวานลั่นไปไกล ทำให้ชาวบ้านชิงสุ่ยสามสี่คนที่กำลังเดินแบกจอบเสียมกลับจากการทำนาในบริเวณใกล้เคียงชะงักฝีเท้า พวกเขาหันขวับมามองตามต้นเสียง เมื่อเห็นว่าเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันขึ้นที่ริมแปลงผักของครอบครัวหลินสายรอง พวกเขาจึงรีบสาวเท้าเดินเข้ามาดูเหตุการณ์ด้วยความประหลาดใจและอยากรู้อยากเห็น

"นั่นมันเกิดเรื่องอันใดขึ้นน่ะ? สตรีผู้นั้นคือสะใภ้ใหญ่บ้านหลินมิใช่หรือ เหตุใดจึงมาอยู่ตรงนี้ได้" ชายชราผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพลางชี้มือไปทางจุดเกิดเหตุ

"ดูเหมือนว่านางกำลังมีปากเสียงกับชิงเหมี่ยวอยู่นะ ท่าทางขึงขังกันเชียว รีบไปดูกันเถิด!" หญิงวัยกลางคนอีกคนร้องบอก

ณ บริเวณริมรั้ว หลินชิงเหมี่ยวบีบข้อมือของป้าสะใภ้ใหญ่แน่นขึ้นเรื่อยๆ จนหวังเจียวลี่หน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวดกระดูกแทบแหลกสลาย

"ปล่อยข้านะ นังเด็กบ้า! ข้อมือข้าจะหักอยู่แล้ว เจ้ากล้าล่วงเกินผู้ใหญ่เชียวหรือ!" หวังเจียวลี่ดิ้นรนพยายามสลัดให้หลุด ทว่าเรี่ยวแรงของเด็กสาวตรงหน้ากลับมีมากมายมหาศาลราวกับผู้ฝึกยุทธ์มาก็มิปาน

"หากข้าปล่อยมือ ท่านก็คงสาดสิ่งโสโครกในถังนี้ลงบนแปลงผักของข้าสิ!" หลินชิงเหมี่ยวเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตหรี่แคบแผ่รังสีอำมหิต นางดึงถังไม้บรรจุยาพิษออกมาจากมือของหวังเจียวลี่ได้สำเร็จ ก่อนจะยื่นจมูกเข้าไปสูดดมกลิ่นเพียงเล็กน้อย

[ติ๊ง! ระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมขอรายงาน: ตรวจพบสารประกอบมีพิษรุนแรง 'น้ำยาสกัดทำลายพืชพรรณและดิน' มีส่วนผสมของพืชมีพิษร้ายกาจหลายชนิด หากสัมผัสดินจะทำให้ดินเสื่อมสภาพอย่างถาวรเป็นเวลาสิบปี!]

เสียงระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาท ยิ่งตอกย้ำความอำมหิตของสตรีตรงหน้า

"ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ช่างจิตใจอำมหิตโหดเหี้ยมนัก!" หลินชิงเหมี่ยวตะโกนเสียงดังฟังชัด เพื่อให้ชาวบ้านที่กำลังเดินเข้ามามุงดูได้ยินกันอย่างถ้วนหน้า "ท่านเห็นครอบครัวข้าเพาะปลูกพืชผักได้งอกงาม ก็เกิดความริษยาตาร้อน ถึงขั้นแอบนำ 'ยาพิษฆ่าหญ้า' หมายจะมาสาดใส่แปลงผักของข้าในตอนกลางวันแสกๆ เช่นนี้เลยหรือ! หากข้ามิมาเห็นเข้าเสียก่อน หยาดเหงื่อแรงกายของข้ากับท่านพ่อคงต้องพังพินาศ ผืนดินนี้คงมิอาจปลูกสิ่งใดขึ้นได้อีกไปอีกหลายปี ท่านตั้งใจจะตัดช่องทางทำกิน บีบให้ครอบครัวเราต้องอดตายคาบ้านเลยใช่หรือไม่!"

คำกล่าวหาที่ชัดเจนและหลักฐานที่เป็นถังไม้ในมือ สร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านที่เข้ามามุงดูทันที

"ยาพิษฆ่าหญ้าหรือ! สวรรค์! สะใภ้ใหญ่หลิน นี่เจ้าถึงกับลงมือทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้กับหลานสาวตัวเองเลยเชียวหรือ!" ป้าหลี่ที่เพิ่งเดินตามมาสมทบอุทานด้วยความตกใจและโกรธเคืองแทน

หวังเจียวลี่หน้าถอดสีเมื่อเห็นว่ามีคนมาเห็นเหตุการณ์มากมาย นางพยายามเบิกตากว้างทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ บีบน้ำตาเสแสร้ง "นะ... นังเด็กใส่ความ! ข้ามิได้จะทำสิ่งใด ข้าเพียงแค่ถือถังน้ำ... ใช่! ข้าถือถังน้ำบาดาลตั้งใจจะมาช่วยเจ้ารดน้ำผักต่างหากเล่า! เจ้าอย่ามาปักปรำผู้ใหญ่เช่นนี้นะ!"

"ช่วยรดน้ำผักหรือ?" หลินชิงเหมี่ยวหัวเราะเสียงเย็นเยียบ แววตาราวกับพญามัจจุราช "ท่านคิดว่าทุกคนที่นี่จมูกหนวกบอดกันหมดหรืออย่างไร ถังน้ำของท่านเหตุใดจึงมีสีคล้ำขุ่นและมีกลิ่นเหม็นฉุนแสบจมูกถึงเพียงนี้! หากท่านยืนยันอย่างหน้าด้านๆ ว่ามันเป็นเพียงน้ำบาดาลธรรมดา เช่นนั้นข้าจะสาดมันลงบนเสื้อผ้าของท่านเดี๋ยวนี้ ให้ทุกคนได้เห็นกันว่ามันจะกัดกร่อนเนื้อผ้าและผิวหนังของท่านจนพุพองหรือไม่!"

กล่าวจบ หลินชิงเหมี่ยวก็ทำท่าจะง้างถังสาดของเหลวในนั้นใส่หวังเจียวลี่จริงๆ

ป้าสะใภ้ใหญ่หวีดร้องเสียงหลงสุดเสียง รีบกระโดดถอยหลังหนีตาย ลุกลี้ลุกลนจนสะดุดชายกระโปรงตัวเองล้มหงายหลังก้นกระแทกพื้นดินฝุ่นตลบอย่างหมดสภาพ

"กรี๊ดด! อย่านะ! อย่าสาดมันมาโดนข้านะ!"

ท่าทางหวาดกลัวจนหัวหดและลนลานของนาง กลายเป็นประจักษ์พยานชั้นดีที่ยืนยันว่าของเหลวในถังนั้นคือยาพิษอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย หากเป็นน้ำบาดาลธรรมดาจริง มีหรือที่นางจะกลัวจนแทบเสียสติเช่นนี้

ชาวบ้านรอบข้างเริ่มชี้หน้าด่าทอหวังเจียวลี่ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ การจงใจวางยาพิษทำลายพื้นที่ทำกินของผู้อื่น ถือเป็นข้อห้ามร้ายแรงและเป็นความผิดมหันต์ที่ไม่อาจยอมรับได้ในวิถีชีวิตของเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาดินฟ้าอากาศ

หลินชิงเหมี่ยวจ้องมองสตรีอวบอ้วนที่นั่งล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้นด้วยสายตาที่ไม่มีความปรานีแม้นแต่น้อย ครอบครัวสายหลักเคยกลั่นแกล้งรังแกพวกนางมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าครั้งนี้นางจะไม่ยอมประนีประนอมหรือปล่อยผ่านไปอย่างเด็ดขาด ความอดทนของนางได้สิ้นสุดลงแล้ว!

"ในเมื่อจับได้คาหนังคาเขาพร้อมหลักฐานคามือเรื่องการทำลายทรัพย์สินถึงเพียงนี้ ท่านก็อย่าหวังว่าจะรอดตัวไปได้ง่ายๆ!" หลินชิงเหมี่ยวประกาศกร้าว น้ำเสียงเด็ดขาดทรงพลังจนผู้คนรอบข้างยังต้องลอบกลืนน้ำลาย นางหันไปหาชายหนุ่มชาวบ้านคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

"พี่ต้าหนิว รบกวนท่านช่วยวิ่งไปเชิญผู้ใหญ่บ้านโจวต้าไห่มาที่ลานหมู่บ้านเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ! บอกท่านว่าข้าจับโจรใจทรามที่ลอบมาวางยาพิษทำลายแปลงผักของข้าได้คาหนังคาเขา วันนี้หากมิได้ชำระความกันให้กระจ่างแจ้ง ข้าหลินชิงเหมี่ยวก็จะไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด!"

หวังเจียวลี่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อได้ยินว่าจะมีการลากตัวนางไปประจานต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน ความกลัวและลางสังหรณ์แห่งหายนะเริ่มคืบคลานเข้าเกาะกุมจิตใจของสตรีชั่วช้าอย่างไม่อาจหลีกหนี!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ตอกหน้ากลางหมู่บ้าน]**