ตอนที่ 49
***บทที่ 49: ตอกหน้ากลางหมู่บ้าน***
หวังเจียวลี่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อได้ยินว่าจะมีการลากตัวนางไปประจานต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน ความกลัวและลางสังหรณ์แห่งหายนะเริ่มคืบคลานเข้าเกาะกุมจิตใจของสตรีชั่วช้าอย่างไม่อาจหลีกหนี!
หลินชิงเหมี่ยวไม่รอช้า สั่งให้พี่ต้าหนิวและชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงช่วยกันคุมตัวหญิงอวบอ้วนผู้นี้ไปยังลานกว้างกลางหมู่บ้าน พร้อมกับหิ้วถังไม้บรรจุของเหลวอันตรายนั้นไปด้วยเพื่อเป็นประจักษ์พยานมัดตัว หวังเจียวลี่ดิ้นรนโวยวายไปตลอดทาง ทว่าเรี่ยวแรงของสตรีผู้เอาแต่กินและรักสบาย มีหรือจะสู้แรงชาวนาผู้คุ้นชินกับการตรากตรำ
ณ ลานกว้างกลางหมู่บ้านชิงสุ่ย คบเพลิงถูกจุดส่องสว่างไสวไล่ความมืดมิดยามราตรี ชาวบ้านนับร้อยชีวิตต่างละทิ้งการพักผ่อน แห่แหนกันมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น โจวต้าไห่ ผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนที่มีใบหน้าเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยบารมี เดินแหวกฝูงชนเข้ามาเบื้องหน้า เขามองหวังเจียวลี่ที่นั่งสะอื้นไห้อย่างหมดสภาพสลับกับหลินชิงเหมี่ยวที่ยืนตัวตรงสง่างามแววตาดุดัน
"แม่นางหลิน เกิดเรื่องอันใดขึ้น? ไฉนจึงต้องตีฆ้องร้องป่าวลากตัวป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้ามาถึงที่นี่ในยามวิกาล?" โจวต้าไห่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวาน
หลินชิงเหมี่ยวประสานมือคารวะผู้ใหญ่บ้านอย่างนอบน้อม ก่อนจะชี้ไปยังถังไม้ที่ส่งกลิ่นเหม็นฉุนเตะจมูก "เรียนท่านผู้ใหญ่บ้าน สตรีใจทรามผู้นี้ลอบเข้าไปในพื้นที่ของครอบครัวข้าในยามวิกาล หวังจะสาดของเหลวในถังนี้เพื่อทำลายแปลงสมุนไพรและแปลงผักที่ข้าเพิ่งจะเพาะปลูก โชคดีที่ข้าตื่นมาพบเข้าพอดีจึงจับตัวนางได้คาหนังคาเขาเจ้าค่ะ!"
หวังเจียวลี่รีบเงยหน้าขึ้นมาโต้แย้งทันควัน น้ำมูกน้ำตาไหลอาบแก้ม "นังเด็กบ้า! เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้า! ข้า... ข้าเพียงแค่หวังดี นำน้ำปุ๋ยหมักมาช่วยรดแปลงผักให้พวกเจ้าต่างหาก! ผู้ใหญ่บ้าน ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ข้านะเจ้าคะ!"
ชาวบ้านบางคนเริ่มส่งเสียงซุบซิบ ด้วยเห็นแก่น้ำตาของสตรีวัยกลางคน ทว่าหลินชิงเหมี่ยวกลับแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็นในลำคอ นางก้าวเข้าไปใกล้ถังไม้นั้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกังวานให้ได้ยินกันถ้วนหน้า
"น้ำปุ๋ยหมักอย่างนั้นหรือ? ช่างกล้าโป้ปดมดเท็จหน้าไม่อาย! ท่านผู้ใหญ่บ้านและท่านลุงท่านป้าทุกท่าน โปรดฟังให้ดี!"
ในห้วงความคิดของหลินชิงเหมี่ยว ระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมได้ทำการสแกนวิเคราะห์ส่วนประกอบของเหลวในถังอย่างละเอียดถี่ถ้วน ข้อมูลมากมายไหลบ่าเข้ามาในโสตประสาท นางผสานความรู้นั้นเข้ากับศาสตร์การแพทย์แผนโบราณ แล้วเอ่ยอธิบายด้วยถ้อยคำที่ฉะฉาน
"ของเหลวในถังนี้ มิใช่น้ำปุ๋ยหมัก ทว่ามันคือ 'พิษสลายพิภพ' ที่เกิดจากการผสม 'น้ำสกัดกรดศิลา' เข้ากับ 'ยางต้นกลืนวิญญาณ' และ 'เกลือสมุทรสกัดเข้มข้น' มีฤทธิ์รุนแรงยิ่งกว่ายาพิษสังหารคนเสียอีก! หากผู้ใดสัมผัส ผิวหนังจะถูกกัดกร่อนจนพุพอง" นางเว้นจังหวะให้ผู้คนได้ไตร่ตรอง ก่อนจะกล่าวประโยคที่สั่นคลอนจิตใจชาวนาทุกคน "และหากสิ่งนี้ถูกสาดลงบนผืนดิน... มันจะแทรกซึมลึกลงไป ทำลายความอุดมสมบูรณ์จนหมดสิ้น ดินจะเค็มจัดและแปรสภาพเป็นกรดรุนแรง ภายในรัศมีสิบจั้งนับจากจุดที่สาด จะไม่สามารถปลูกพืชพรรณใดๆ ขึ้นได้อีกเป็นเวลาอย่างน้อยสิบปี!"
ทันทีที่กล่าวจบ บรรยากาศรอบลานหมู่บ้านพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเป็นเสียงด่าทอสาปแช่งดังกึกก้องประดุจพายุฝนฟ้าคะนอง
"สวรรค์! นางสารเลวผู้นี้ช่างจิตใจอำมหิตนัก!"
"ที่ดินคือชีวิตของชาวนาเรา การทำลายผืนดินเช่นนี้ มันก็คือการทุบหม้อข้าวฆ่าล้างโคตรกันชัดๆ!"
"คนถ่อยเช่นนี้สมควรถูกโบยตี! พวกเราไม่ต้อนรับสตรีใจคอโหดเหี้ยมเช่นนี้ในหมู่บ้านชิงสุ่ย!"
ความโกรธแค้นของชาวบ้านพุ่งทะยานถึงขีดสุด การเข่นฆ่าทำร้ายกันอาจเป็นเพียงความแค้นส่วนตัว ทว่าการวางยาพิษทำลายผืนดิน ถือเป็นการทำลายรากฐานการดำรงชีวิตของเกษตรกร เป็นข้อห้ามร้ายแรงที่สุดในแผ่นดินที่ไม่อาจยอมรับได้เป็นอันขาด!
หวังเจียวลี่หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ นางไม่คาดคิดเลยว่าหลินชิงเหมี่ยวจะมีความรู้ลึกซึ้งถึงขั้นจำแนกส่วนผสมของยาพิษได้อย่างแม่นยำเช่นนี้ แผนการที่นางคิดว่าแยบยล บัดนี้กลับย้อนมาบีบคอตนเองจนแทบสิ้นสติ
โจวต้าไห่กำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากระแทกไม้เท้าประจำตัวลงบนพื้นหินเสียงดังสนั่น "หุบปากเสียเถอะหวังเจียวลี่! หลักฐานพยานและเหตุผลมัดตัวแน่นหนาถึงเพียงนี้ เจ้ายังกล้าพ่นวาจาโกหกอีกหรือ! พฤติกรรมชั่วช้าของเจ้า ไม่เพียงแต่ผิดต่อกฎหมายของแผ่นดิน แต่ยังละเมิดกฎเหล็กของหมู่บ้านเราอย่างร้ายแรง!"
น้ำเสียงอันทรงอำนาจของผู้ใหญ่บ้านทำให้ลานหมู่บ้านกลับมาสงบลงอีกครั้ง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่การตัดสินชี้ชะตา
"ข้าในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ขอประกาศบทลงโทษ! หวังเจียวลี่กระทำการอุกอาจ หมายทำลายที่ดินทำกินของผู้อื่น จึงขอสั่งปรับเงินชดเชยค่าทำขวัญให้แก่ครอบครัวหลินต้าซานเป็นจำนวนสิบตำลึงเงิน! หากเจ้าไม่มีจ่าย ข้าจะยึดที่ดินของครอบครัวสายหลักมาชดใช้แทน! และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าขอสั่งกักบริเวณหวังเจียวลี่ให้อยู่แต่ในบ้านเป็นเวลาสามเดือนเต็ม ห้ามก้าวเท้าออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใดเป็นอันขาด หากฝ่าฝืน ข้าจะรวบรวมรายชื่อชาวบ้านและส่งตัวเจ้าให้ทางการชำระความ ตะเพิดเจ้าออกจากตระกูลหลินและขับไล่พ้นหมู่บ้านชิงสุ่ยไปเสีย!"
คำตัดสินอันเด็ดขาดของโจวต้าไห่เปรียบเสมือนอสนีบาตฟาดลงกลางกระหม่อมของหวังเจียวลี่ เงินสิบตำลึงเงินนั้นมิใช่จำนวนน้อยๆ มันแทบจะเทียบเท่ากับเงินออมครึ่งชีวิตของนาง การสูญเสียเงินก้อนนี้ย่อมทำให้นางกระอักเลือด และการถูกกักบริเวณพร้อมกับชื่อเสียงที่ป่นปี้เน่าเหม็น ย่อมทำให้นางไม่อาจเงยหน้าอ้าปากในหมู่บ้านนี้ได้อีกต่อไป
นางทรุดกายลงร่ำไห้โฮอย่างน่าสมเพช ทว่าไม่มีชาวบ้านคนใดเวทนาสงสารเลยแม้แต่น้อย ศัตรูตัวฉกาจที่เคยกดขี่ข่มเหงครอบครัวสายรอง บัดนี้พ่ายแพ้ยับเยินและถูกตอกหน้ากลางฝูงชนอย่างสาสม!
หลินชิงเหมี่ยวมองดูภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย นางประสานมือขอบคุณโจวต้าไห่และชาวบ้านทุกคน ก่อนจะหมุนตัวเดินฝ่าความมืดกลับไปยังบ้านตระกูลหลิน ปัญหาเรื่องคนพาลถือว่าถูกตลบหลังไปอีกเปราะหนึ่ง ทว่าเป้าหมายที่แท้จริงของนางในยามนี้คือการก้าวไปสู่ความมั่งคั่งเพื่อปกป้องครอบครัวให้อยู่รอดปลอดภัย
เมื่อกลับมาถึงบ้านที่เงียบสงบ หลินชิงเหมี่ยวปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา นางใช้จิตสัมผัสเชื่อมต่อเข้าไปใน 'มิติลับหยกปราณ' เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของสมุนไพร ภาพเบื้องหน้าทำให้นางใจเต้นระรัว หญ้าเกล็ดหิมะปราณที่ปลูกไว้เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ใบสีเขียวมรกตทอประกายเรืองรอง ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของพลังวิญญาณบริสุทธิ์ออกมาอย่างเข้มข้น นี่คือสมบัติล้ำค่าที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นความมั่งคั่งมหาศาล!
ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะยื่นมือไปจัดการกับสมุนไพรเหล่านั้น ระบบเอไอเซียนโอสถกสิกรรมพลันส่งเสียงกริ่งเตือนฉุกเฉินดังลั่นในโสตประสาท! แสงสีแดงกะพริบวาบบนหน้าต่างโปร่งแสง พร้อมกับตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
[แจ้งเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบความผันผวนของมวลพลังงานปริศนาบริเวณหน้าบ้านตระกูลหลิน! มีผู้บุกรุกเข้าใกล้รัศมีป้องกัน!]
หลินชิงเหมี่ยวเบิกตากว้าง นางรีบดึงจิตกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว มือบางคว้ามีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้หมอนมากระชับแน่น ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าหนักหน่วงก็ควบตะบึงฝ่าความมืดมิดของยามราตรี พุ่งตรงมาหยุดลงที่หน้าประตูบ้านรั้วไม้ที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จหมาดๆ
"ปัง! ปัง! ปัง!"
เสียงเคาะประตูรัวเร็วดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับเสียงหอบหายใจรวยรินของบุรุษผู้หนึ่งที่ตะโกนแผดเสียงด้วยความร้อนรนถึงขีดสุด
"แม่นางหลิน! แม่นางหลินอยู่หรือไม่! ข้าคือคนของโรงหมอหุยชุน เถ้าแก่เถาให้ข้าควบม้าเร็วฝ่าราตรีมารับท่านด่วน เกิดเรื่องใหญ่คอขาดบาดตายขึ้นที่โรงหมอแล้ว! หากท่านไม่ไปช่วย... พวกเราต้องแย่แน่!"
หลินชิงเหมี่ยวขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นระทึก เกิดเหตุอันใดขึ้นที่โรงหมอหุยชุนในยามวิกาลเช่นนี้!?
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ก้าวแรกสู่ความมั่งคั่งและปมที่รอการสะสาง]**