ตอนที่ 8
บทที่ 8: โรงหมอหุยชุน
ชายชราเจ้าของแผงลอยเบิกตากว้าง มือที่เหี่ยวย่นสั่นสะท้านขณะจ้องมองหญ้าเกล็ดหิมะปราณในห่อผ้าของหลินชิงเหมี่ยว "นี่มัน... หญ้าเกล็ดหิมะปราณ! กลิ่นอายบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้ สมบูรณ์แบบยิ่งนัก!" เขาสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ พร้อมกับถอนหายใจออกมา "แม่หนู สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ แผงลอยเล็กๆ ของข้ามิอาจมีเงินทองมากพอที่จะรับซื้อไว้ได้หรอก หากเจ้าต้องการขายให้ได้ราคาที่คู่ควร เจ้าจงนำมันไปที่ 'โรงหมอหุยชุน' เถิด ที่นั่นเป็นโรงหมอที่เก่าแก่และให้ราคายุติธรรมที่สุดในอำเภอไป๋หยุน เถ้าแก่เถาย่อมเห็นคุณค่าของมันอย่างแน่นอน"
หลินชิงเหมี่ยวกล่าวขอบคุณชายชราด้วยความจริงใจ นางห่อสมุนไพรเก็บเข้าไว้ในอกเสื้ออย่างระมัดระวังเช่นเดิม ก่อนจะหมุนตัวเดินฝ่าฝูงชนในตลาดมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ชายชราบอกกล่าว ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงและเสียงจอแจของการค้าขาย ทว่าจิตใจของเด็กสาวกลับสงบนิ่งและมุ่งมั่น เป้าหมายของนางมีเพียงสิ่งเดียว นั่นคือการนำสมุนไพรปราณที่ปลูกด้วยน้ำพุวิญญาณต้นแรกนี้ ไปเปลี่ยนเป็นทุนรอนก้อนใหญ่เพื่อพลิกชะตาชีวิตของครอบครัว
ใช้เวลาเดินเท้าเพียงไม่ถึงหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) อาคารไม้สองชั้นขนาดใหญ่ที่ดูโอ่อ่าทว่าแฝงไปด้วยความเงียบสงบก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ป้ายไม้จันทน์หอมแกะสลักตัวอักษรสีทองคำว่า 'โรงหมอหุยชุน' แขวนตระหง่านอยู่เหนือประตูทางเข้า กลิ่นหอมของสมุนไพรนานาพรรณลอยโชยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นที่ทำให้ผู้สูดดมรู้สึกปลอดโปร่งและผ่อนคลายในทันทีที่ได้สัมผัส
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปภายในโรงหมอ หลินชิงเหมี่ยวพบว่ามีชาวบ้านมารอรับการตรวจรักษาอยู่ประปราย บริเวณโถงกว้างมีตู้ยาไม้เนื้อแข็งสูงตระหง่านเรียงรายนับร้อยลิ้นชัก ด้านหน้าตู้ยาคือโต๊ะยาวสำหรับจ่ายยาและรับซื้อสมุนไพร
นางเดินตรงเข้าไปหาเด็กหนุ่มหน้าตาหมดจดผู้หนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกรากไม้แห้งบนโต๊ะ "พี่ชาย ข้านำสมุนไพรมาขาย ไม่ทราบว่าที่นี่..."
ทว่ายังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบประโยค เด็กรับใช้ผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้นมาเสียก่อน สายตาของเขากวาดมองเสื้อผ้าสีซีดเซียวที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนของหลินชิงเหมี่ยวตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาดูแคลนฉายชัดขึ้นมาทันที
"ที่นี่โรงหมอหุยชุน รับซื้อแต่สมุนไพรชั้นดีและได้มาตรฐานเท่านั้น ไม่ใช่สถานที่รับซื้อวัชพืชริมทาง หรือเศษหญ้าที่พวกชาวไร่ชาวนาเก็บมาหรอกนะ!" เด็กรับใช้แค่นเสียงขึ้นจมูก โบกมือไล่อย่างรำคาญใจราวกับกำลังปัดแมลงวัน "ไปๆ ไปเสียเถิด อย่ามาเกะกะขวางทางลูกค้าท่านอื่น หากอยากจะขอทานก็ไปนั่งที่ริมถนนโน่น"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามนั้นทำให้คิ้วเรียวของหลินชิงเหมี่ยวขมวดเข้าหากัน ทว่านางหาได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือขวยเขินอย่างที่เด็กสาวชนบททั่วไปพึงเป็น นางกลับยืนหยัดตัวตรงหลังตรง สายตาจ้องมองเด็กรับใช้อย่างเยือกเย็น
ติ๊ง!
เสียงระบบเซียนโอสถกสิกรรมดังขึ้นในโสตประสาทของนาง พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
[ระบบสแกน: ตรวจพบสมุนไพรบนโต๊ะคือ 'รากตังกุย' คุณภาพระดับต่ำ การเก็บเกี่ยวผิดช่วงเวลา ทำให้สูญเสียสรรพคุณในการบำรุงเลือดไปกว่าหกส่วน อีกทั้งยังมีความชื้นตกค้าง หากนำไปปรุงยาจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการท้องอืด]
มุมปากของหลินชิงเหมี่ยวเหยียดยิ้มบางเบา นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสทว่าแฝงไปด้วยความคมกริบ "โอ้... ที่แท้มาตรฐานสมุนไพรชั้นดีของโรงหมอหุยชุน ก็คือ 'รากตังกุย' ที่ถูกขุดขึ้นมาก่อนฤดูกาล จนสูญเสียสรรพคุณบำรุงเลือดไปกว่าครึ่ง ซ้ำยังตากไม่แห้งสนิทจนมีความชื้นตกค้างเช่นนี้นี่เอง หากนำไปตุ๋นยาให้คนไข้ดื่ม มิเพียงไม่อาจฟื้นฟูร่างกาย ทว่ายังจะทำให้ลมปราณติดขัดจนเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ... ช่างเป็นมาตรฐานที่ทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาเสียจริง!"
"จะ... เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด!" เด็กรับใช้เบิกตากว้าง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความตื่นตระหนกที่ถูกเด็กสาวท่าทางซอมซ่อมอมแมมแทงใจดำอย่างทะลุปรุโปร่ง
"หึหึหึ ช่างเป็นเด็กสาวที่ปากคอเลาะร้ายเสียจริง โรงหมอหุยชุนตกต่ำลงถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้ปล่อยให้ขอทานน้อยมาสั่งสอนถึงหน้าประตู"
น้ำเสียงเย้ยหยันดังแทรกขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มหรูหรา ใบหน้าของเขามีร่องรอยของความหยิ่งยโสและเจ้าเล่ห์ ด้านหลังของเขามีผู้ติดตามหิ้วกล่องยาส่วนตัวเดินตามมาติดๆ
"หมอผิง..." เด็กรับใช้มีท่าทีลุกลี้ลุกลนทันทีเมื่อเห็นบุรุษผู้นี้
หลินชิงเหมี่ยวหรี่ตามอง บุรุษผู้นี้คือ 'ผิงอัน' หรือหมอผิง แพทย์ประจำ 'โรงหมอบัวหิมะ' ซึ่งเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของโรงหมอหุยชุนในอำเภอไป๋หยุนแห่งนี้ หมอผู้นี้มักจะฉวยโอกาสทุกวิถีทางเพื่อกดราคาชาวบ้านและเหยียบย่ำชื่อเสียงของผู้อื่นเพื่อเชิดชูตนเองอยู่เสมอ
หมอผิงปรายตามองหลินชิงเหมี่ยวด้วยความรังเกียจราวกับมองเห็นสิ่งปฏิกูล "แม่หนูเอ๋ย ที่นี่มิใช่สนามเด็กเล่นของเจ้าหรอกนะ หากอยากจะหาเศษเงินล่ะก็ ผิดที่เสียแล้วล่ะ วัชพืชที่เจ้ากำอยู่ในเสื้อนั้น ต่อให้เจ้ายกให้โรงหมอบัวหิมะของข้าเปล่าๆ ข้ายังต้องสั่งให้คนงานนำไปเผาทิ้งเสียด้วยซ้ำ เพราะเกรงว่ามันจะทำให้ตู้ยาชั้นเลิศของข้าแปดเปื้อน!"
ชายวัยกลางคนหัวเราะร่วน จงใจพูดเสียงดังเพื่อให้ชาวบ้านที่อยู่ในโรงหมอได้ยิน หวังจะฉีกหน้าโรงหมอหุยชุนไปพร้อมๆ กัน
หลินชิงเหมี่ยวจ้องมองหมอผิงด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่าระบบในหัวของนางกำลังทำงานอย่างรวดเร็ว
[ระบบสแกน: ตรวจพบกลิ่นอายบนเสื้อผ้าของเป้าหมาย มีส่วนผสมของ 'โสมตังเซียม' ค้างปีที่เสื่อมสภาพ และ 'ดอกจินอิ๋นฮวา' ที่ถูกอบด้วยกำมะถันเพื่อหลอกตาให้ดูสดใหม่ มีสารพิษสะสมระดับต่ำ]
"วิสัยทัศน์ของหมอผิงช่างคับแคบนัก มิน่าเล่า กลิ่นอายโอสถบนตัวท่านถึงได้เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นอับของสมุนไพรเสื่อมสภาพ" หลินชิงเหมี่ยวเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับดังกังวานชัดเจน "ยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังกล้าใช้ดอกจินอิ๋นฮวาที่อบด้วยกำมะถันมาหลอกขายให้ชาวบ้านว่าเป็นของใหม่... กลิ่นกำมะถันฉุนกึกถึงเพียงนี้ ต่อให้พรมน้ำอบราคาแพงทับลงไป ก็ปิดบังจรรยาบรรณแพทย์ที่เน่าเฟะของท่านไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ"
"บังอาจ!!" หมอผิงตวาดลั่น ใบหน้าสลับสีเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัดและตกใจขีดสุดที่ความลับสกปรกของโรงหมอตนเองถูกแฉออกมากลางแจ้ง "นังเด็กชั้นต่ำ! เจ้ากล้าใส่ร้ายโรงหมอบัวหิมะของข้างั้นรึ! เด็กๆ จับตัวนังเด็กปากพล่อยนี่ไปส่งทางการเดี๋ยวนี้!"
"ใครกล้าลงมือในร้านของข้า!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงอำนาจดังดังก้องออกมาจากหลังม่านไม้ไผ่ที่กั้นห้องตรวจด้านใน ชายชราผู้มีผมสีดอกเลาและใบหน้าอิ่มเอิบก้าวเดินออกมาอย่างเนิบนาบ ทว่าทุกย่างก้าวกลับแฝงไปด้วยบารมีที่น่าเกรงขาม เขาสวมชุดผ้าฝ้ายสีเรียบง่าย แต่กลับดูสะอาดสะอ้านและเปี่ยมไปด้วยรัศมีของผู้มีวิชาความรู้
"เถ้าแก่เถา..." เด็กรับใช้รีบก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว
เถาฟู่กุ้ย หรือ เถ้าแก่เถา เจ้าของโรงหมอหุยชุน ปรายตามองหมอผิงด้วยแววตาตำหนิ "หมอผิง ที่นี่คือโรงหมอหุยชุน มิใช่โรงหมอบัวหิมะของท่าน ที่จะให้ท่านมาวางอำนาจบาตรใหญ่สั่งจับคนนู้นคนนี้ตามอำเภอใจ"
หมอผิงหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความหยิ่งยโสเอาไว้ "เถ้าแก่เถา ท่านหูหนวกไปแล้วหรือ นังเด็กขอทานนี่มันกล้าเหยียบย่ำชื่อเสียงของข้า! ท่านกลับปล่อยให้มันมายืนลอยหน้าลอยตาอยู่ในร้านของท่าน ช่างไม่เห็นแก่หน้าสหายร่วมอาชีพเลยนะ!"
เถ้าแก่เถาส่ายหน้าอย่างระอา "สหายร่วมอาชีพที่ใช้สมุนไพรอบกำมะถัน ข้าเถาฟู่กุ้ยมิกล้านับญาติด้วยหรอกนะ ส่วนเรื่องที่ดรุณีน้อยท่านนี้กล่าวตักเตือนเด็กรับใช้ของข้าเรื่องรากตังกุย... ข้าได้ยินหมดแล้ว และนางก็พูดได้ถูกต้องทุกประการ" ชายชราหันไปตวัดสายตาดุใส่เด็กรับใช้ "เจ้าคัดแยกสมุนไพรผิดพลาด หากลูกค้ากินเข้าไปจนเกิดผลเสีย จะทำเช่นไร! ไปคุกเข่าสำนึกผิดที่หลังร้านเดี๋ยวนี้!"
หมอผิงเห็นท่าไม่ดีจึงแค่นเสียงฮึดฮัด "หึ! ก็แค่ฟลุคเดาถูกเท่านั้นแหละ ข้าขี้เกียจต่อปากต่อคำกับพวกวิปริตที่เห็นดีเห็นงามกับวัชพืชไร้ค่า ลาก่อน!" ว่าแล้วหมอผิงก็สะบัดชายเสื้อเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากโรงหมอด้วยความอับอาย
เมื่อตัวน่ารำคาญจากไป เถ้าแก่เถาก็หันกลับมามองหลินชิงเหมี่ยวด้วยแววตาสนใจ ชายชราผู้คลุกคลีกับสมุนไพรมาทั้งชีวิต สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่บางเบาทว่าบริสุทธิ์หมดจดลอยโชยออกมาจากร่างของเด็กสาวตรงหน้า
มันเป็นกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกราวกับเกล็ดหิมะแรกของฤดูหนาว ทว่ากลับเปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิตที่สามารถชำระล้างความขุ่นมัวในจิตใจได้ กลิ่นอายเช่นนี้... เป็นไปไม่ได้ที่จะมาจากสมุนไพรธรรมดา!
เถ้าแก่เถาสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาเป็นประกายวาววับ "หนูน้อย... เมื่อครู่เจ้าบอกว่านำสมุนไพรมาขายใช่หรือไม่?"
หลินชิงเหมี่ยวพยักหน้าเล็กน้อย ท่าทีของนางยังคงสงบนิ่งไม่หวั่นไหวต่อบารมีของชายชรา "เจ้าค่ะ เถ้าแก่เถา"
"กลิ่นอายที่เล็ดลอดออกมาจากห่อผ้าของเจ้านั้น... ช่างไม่ธรรมดานัก หากไม่รังเกียจ เชิญเข้ามาพูดคุยกันด้านในห้องรับรองของข้าเถิด ที่นั่นสงบและเป็นส่วนตัวกว่า" เถ้าแก่เถาผายมือเชิญด้วยท่าทีสุภาพ ผิดกับผู้ใหญ่ที่มองเด็กทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เขาปฏิบัติกับนางเฉกเช่นคู่ค้าคนสำคัญ
หลินชิงเหมี่ยวยิ้มบาง นางเดินตามหลังชายชราเข้าไปยังห้องรับรองส่วนตัวด้านหลังร้าน ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของชาชั้นดีและไม้จันทน์หอม
เมื่อทั้งสองนั่งลงฝั่งตรงข้ามกันเรียบร้อยแล้ว เถ้าแก่เถาก็มองไปที่ห่อผ้าในมือของเด็กสาวด้วยความคาดหวัง "เอาล่ะ หนูน้อย สมุนไพรที่เจ้ามั่นใจนักหนาว่าคู่ควรกับโรงหมอหุยชุนคือสิ่งใดกัน ขอให้ชายชราผู้นี้ได้เปิดหูเปิดตาหน่อยเถิด"
หลินชิงเหมี่ยวสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะวางห่อผ้าลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง นางค่อยๆ ปลดปมผ้าฝ้ายออกอย่างทะนุถนอมและระมัดระวัง วินาทีที่ผืนผ้าถูกเปิดออกจนหมด เผยให้เห็นหญ้าเกล็ดหิมะปราณที่เขียวชอุ่มและเปล่งประกายละอองแสงสีเงินยวงจางๆ แผ่ซ่านออกมาจากใบที่สลักลวดลายเกล็ดหิมะโปร่งแสง สมบูรณ์แบบไร้ที่ติราวกับงานศิลปะจากสวรรค์
เมื่อเถ้าแก่เถาเห็นหญ้าเกล็ดหิมะปราณ ดวงตาที่ฝ้าฟางตามกาลเวลาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
"นี่มัน...หญ้าเกล็ดหิมะปราณ!" เขาอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
หลินชิงเหมี่ยวยิ้มอย่างมั่นใจ นางรู้ว่าสมุนไพรของนางจะต้องทำให้ชายชราประทับใจอย่างแน่นอน