ตอนที่ 10
***บทที่ 10: กลิ่นหอมข้ามกำแพง***
ณ ริมรั้วอีกฝั่งหนึ่ง เงาร่างของใครบางคนที่กำลังหลับสนิทพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก จมูกสูดฟุดฟิดอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงกลืนน้ำลายที่ดังเอื้อกใหญ่ฝ่าความเงียบสงัดของยามวิกาล!
ร่างท้วมของป้าอู๋ หญิงม่ายวัยกลางคนผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี ผุดลุกขึ้นจากเตียงเตาที่เริ่มเย็นเฉียบในยามรุ่งสาง นางพยายามเบิกตาที่ยังงัวเงีย ทว่าจมูกกลับทำงานนำหน้าสติสัมปชัญญะไปเสียแล้ว กลิ่นที่ลอยละล่องมาตามสายลมหนาวนั้นช่างร้ายกาจนัก มันคือความเผ็ดร้อนที่ทำให้กระเพาะอาหารตื่นตัว ผสมผสานกับความหอมล้ำลึกของของป่าที่ถูกหมักบ่มจนได้ที่ แม้ป้าอู๋จะใช้ชีวิตมาค่อนคน กินอาหารมาก็หลายหลาก แต่ไม่เคยมีกลิ่นใดที่ทรงพลังถึงขั้นกระชากวิญญาณคนหลับให้ตื่นขึ้นมาหิวโหยได้ปานนี้
"สวรรค์... กลิ่นอันใดกัน ช่างหอมหวนยั่วน้ำลายยิ่งนัก" ป้าอู๋พึมพำกับตนเอง นางรีบคว้าเสื้อคลุมตัวเก่ามาคลุมไหล่ สองเท้าก้าวลงจากเรือนอย่างเร่งร้อน ราวกับถูกมนต์สะกดให้เดินตามเส้นทางที่กลิ่นนั้นลากจูงไป
กลิ่นโอชารสนำพานางมาหยุดอยู่ริมกำแพงอิฐเตี้ยๆ ที่คั่นกลางระหว่างเรือนของนางกับบ้านของตระกูลหลี่ ทิศทางของกลิ่นลอยฟุ้งมาจากห้องครัวซอมซ่อของบ้านรองตระกูลหลี่อย่างมิต้องสงสัย แสงไฟสีส้มสลัวๆ ลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่า ป้าอู๋ขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ นางรู้ดีว่าเรือนรองนั้นเป็นที่อยู่ของหลินเหม่ยหลิน สะใภ้รองที่ชาวบ้านต่างร่ำลือกันว่าเกียจคร้านตัวเป็นขนและร้ายกาจเพียงใด ทว่ากลิ่นอาหารระดับเหลาชั้นเลิศเช่นนี้ จะมาจากฝีมือของสตรีผู้นั้นได้อย่างไร?
ความอยากรู้อยากเห็นผนวกกับความหิวที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด ทำให้ป้าอู๋ตัดสินใจชะโงกหน้าข้ามกำแพงเตี้ยไปอย่างเงียบเชียบ นางเห็นเงาร่างผอมบางของหลินเหม่ยหลินกำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟ ในมือถือแผ่นแป้งหยาบที่กำลังส่งควันกรุ่น ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาคืออ่างดินเผาใบเล็กที่วางอยู่ข้างกัน
"สะใภ้รองหลี่... นั่นเจ้าทำสิ่งใดอยู่รึ?" เสียงแหบพร่าของป้าอู๋ดังขึ้นเบาๆ ฝ่าความมืด ด้วยเกรงว่าจะทำให้จ้าวกุ้ยเซียน แม่สามีจอมโหดของบ้านหลี่ที่เรือนใหญ่ตื่นขึ้นมา
ภายในห้องครัว หลินเหม่ยหลินที่กำลังเคี้ยวแผ่นแป้งทาเสี้ยวของน้ำพริกอย่างเอร็ดอร่อยพลันชะงักงัน ในห้วงคำนึง เสียงใสกระจ่างของเสี่ยวชุ่ย ปัญญาประดิษฐ์ผู้ช่วยส่วนตัวก็ดังขึ้นทันควัน
*[ติ๊ง! ระบบตรวจพบผู้มาเยือนริมรั้ว หญิงม่ายสกุลอู๋ เพื่อนบ้านผู้มีจิตใจดีงามและมีเสบียงข้าวสารสำรองในครอบครอง โอกาสในการเจรจาการค้ามาถึงแล้วนายท่าน!]*
ดวงตาของหลินเหม่ยหลินทอประกายวาบวับราวกับจิ้งจอกน้อย นางรีบกลืนแผ่นแป้งลงคอ เช็ดมุมปากให้สะอาดสะอ้าน ก่อนจะเดินไปที่ริมหน้าต่างด้วยท่วงทีสงบนิ่ง รอยยิ้มบางๆ ที่ดูเป็นมิตรและจริงใจถูกประดับขึ้นบนใบหน้า ผิดแผกไปจากสะใภ้รองผู้มีใบหน้าบูดบึ้งคนเดิมราวฟ้ากับเหว
"ป้าอู๋ ตื่นเช้าเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ ลมหนาวพัดแรงนัก เหตุใดจึงออกมายืนตากน้ำค้างอยู่ตรงนี้" หลินเหม่ยหลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ป้าอู๋ชะงักไปครู่หนึ่งกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย แต่นางมิอาจละความสนใจไปจากกลิ่นหอมได้ "ข้า... ข้าได้กลิ่นหอมประหลาดลอยไปถึงเรือน หอมจนทนนอนต่อไปมิได้ ต้องตามหาต้นตอ เจ้าทำอาหารอันใดอยู่หรือสะใภ้รอง? กลิ่นช่างวิเศษนัก"
หลินเหม่ยหลินหัวเราะเบาๆ ในใจ นางรู้ดีว่าด้วยทักษะ 'เร่งกระบวนการหมัก' จากระบบสวรรค์ ทำให้น้ำพริกของป่าหมักเกลือที่เพิ่งปรุงเสร็จเมื่อคืน ดึงเอารสชาติอูมามิและกลิ่นหอมของวัตถุดิบออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับหมักบ่มมานานแรมปี นี่คือจังหวะอันดีที่จะโยนหินถามทาง!
"อ้อ... มิใช่อาหารหรูหราอันใดหรอกเจ้าค่ะป้าอู๋ เป็นเพียงของป่าที่ข้าเก็บมาจากภูเขาหมอกคราม นำมาสับผสมกับพริกและเกลือหยาบ หมักทำเป็น 'น้ำพริกสูตรพิเศษ' เอาไว้กินประทังความหิวกับแผ่นแป้งเท่านั้น" หลินเหม่ยหลินกล่าวถ่อมตน ก่อนจะหมุนตัวกลับไปหยิบช้อนไม้เล็กๆ ที่ลวกน้ำร้อนจนสะอาด ตักน้ำพริกสีแดงเข้มที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำมันพริกและเนื้อเห็ดสับละเอียด เพียงปลายช้อนเล็กๆ ยื่นส่งผ่านหน้าต่างข้ามรั้วไปให้นาง
"ป้าอู๋เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ หากไม่รังเกียจ ลองชิมฝีมืออันต่ำต้อยของข้าดูสักคำเถิดเจ้าค่ะ"
ป้าอู๋กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มืออวบยื่นไปรับช้อนไม้มาด้วยความสั่นเทาเล็กน้อย ทันทีที่น้ำพริกแตะลงบนปลายลิ้น ดวงตาของหญิงม่ายพลันเบิกกว้างราวกับเห็นไข่มุกราตรีส่องแสงกลางวันแสกๆ!
ความเผ็ดร้อนที่แสนจะกลมกล่อมพุ่งทะยานขึ้นจมูก ตามติดด้วยรสเค็มอมหวานที่ลึกล้ำเกินพรรณนา รสสัมผัสกรุบกรอบของสมุนไพรและของป่าที่ถูกหมักจนเข้าที่ แตกซ่านอยู่ในโพรงปาก มันกระตุ้นต่อมรับรสทุกอณูให้ตื่นตัวอย่างบ้าคลั่ง ความอร่อยล้ำเลิศนี้ทำให้น้ำตาของป้าอู๋รื้นขึ้นมาตรองเบ้า มันมิใช่น้ำตาแห่งความเผ็ดร้อน แต่มันคือน้ำตาแห่งความปีติที่ได้ลิ้มรสโอชารสปานอาหารทิพย์จากสวรรค์!
"นี่... นี่มัน..." ป้าอู๋ละล่ำละลัก รสชาติจัดจ้านยังคงอวลอยู่ในปาก "ข้ามีชีวิตมาจนป่านนี้ ไม่เคยได้ลิ้มรสน้ำพริกที่วิเศษเพียงนี้มาก่อน! หากได้กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือเพียงแค่โจ๊กธัญพืชหยาบๆ ก็คงเหมือนได้กินอาหารเหลาบนภัตตาคารในเมืองเป็นแน่!"
หญิงม่ายจ้องมองน้ำพริกในอ่างดินเผาฝั่งหลินเหม่ยหลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ในหัวคิดคำนวณถึงเสบียงที่บ้านตนเอง นางอยู่ตัวคนเดียว แม้มีข้าวสารและแป้งหยาบอยู่บ้าง แต่มักจะกินอาหารรสชาติจืดชืดจนเบื่อหน่าย หากได้น้ำพริกกระปุกนี้ไป ย่อมเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้เป็นงานเลี้ยงได้
หลินเหม่ยหลินลอบยิ้มมุมปาก ลูกค้าคนแรกติดเบ็ดแล้ว! รสชาติแห่งเชฟมิชลินสตาร์ผสานกับระบบครัวสวรรค์ ไม่มีทางที่ผู้ใดจะได้ชิมแล้วไม่หลงใหล
"หากป้าอู๋ชื่นชอบ..." หลินเหม่ยหลินกำลังจะเอ่ยปากสานต่อบทสนทนาเพื่อเจรจาการค้า ทว่าในจังหวะนั้นเอง!
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังแหลมแทรกผ่านความเงียบของยามเช้าตรู่ มาจากทิศทางของเรือนใหญ่ตระกูลหลี่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังย่ำลงบนพื้นลานดิน พร้อกับเสียงกระแอมไอกระแอมขากเสลดที่คุ้นหู อันเป็นเอกลักษณ์ของจ้าวกุ้ยเซียน แม่สามีจอมตระหนี่และดุร้าย!
ดวงตาของหลินเหม่ยหลินพลันหดแคบลง หากนางเฒ่าจ้าวมาเห็นว่านางกำลังตักของกินแจกจ่ายให้ผู้อื่น มีหวังบ้านรองคงถูกรื้อค้นจนพินาศ และน้ำพริกแห่งความหวังกระปุกนี้ต้องถูกยึดไปบำรุงเจ้าลูกชายคนโตจอมขี้เกียจนั่นเป็นแน่!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การแลกเปลี่ยนครั้งแรก]**