ตอนที่ 11

***บทที่ 11: การแลกเปลี่ยนครั้งแรก***

เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงกระแอมไอดังใกล้เข้ามาทุกขณะ หลินเหม่ยหลินไม่รอช้า สัญชาตญาณการเอาตัวรอดในบ้านตระกูลหลี่ที่สั่งสมมาทำให้สตรีร่างผอมบางขยับตัวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ นางคว้าอ่างดินเผาที่บรรจุน้ำพริกสีแดงสดหอมฉุยหลบวูบเข้าไปหลังแนวกำแพงดินเตี้ยๆ ที่คั่นระหว่างเรือนของตนกับบ้านของป้าอู๋

ป้าอู๋เองก็เป็นหญิงม่ายที่ผ่านโลกมามาก ย่อมรู้กิตติศัพท์ความร้ายกาจของจ้าวกุ้ยเซียนเป็นอย่างดี หญิงชรารีบย่อตัวลงหลบหลังพุ่มตะไคร้ริมรั้วอย่างรู้กาลเทศะ สองสตรีกลั้นหายใจนิ่งงัน เงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของแม่สามีจอมตระหนี่ที่เดินย่ำตึงตังไปทางลานซักล้าง สบถด่าฟ้าดินและสะใภ้รองด้วยถ้อยคำหยาบคายตามความเคยชิน ก่อนจะเดินลับหายเข้าไปในครัวใหญ่

เมื่อเสียงบานประตูครัวปิดลง หลินเหม่ยหลินและป้าอู๋จึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก หญิงม่ายเพื่อนบ้านขยับเข้ามาชิดริมรั้ว ใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งวัยยังคงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและปรารถนาอย่างเปี่ยมล้น สายตาของนางจดจ้องไปยังอ่างดินเผาในอ้อมแขนของหลินเหม่ยหลินราวกับมองเห็นทองคำล้ำค่า

"เหม่ยหลินเอ๋ย..." ป้าอู๋กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า พยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้น "น้ำพริกของเจ้านี้ ช่างวิเศษวิโสเหลือเกิน ข้าเกิดมาจนผมหงอกป่านนี้ ยังไม่เคยพบพานรสชาติใดที่ทำให้ตาสว่างและชุ่มคอได้ถึงเพียงนี้!"

หญิงม่ายสูดดมกลิ่นหอมที่ยังคงอวลอยู่จางๆ ในอากาศ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยจุดประสงค์อันแรงกล้าออกมา "ข้าอยู่ตัวคนเดียว อาหารการกินก็มีแต่ของจืดชืดฝืดคอ หากเจ้าไม่รังเกียจ... ข้ามีข้าวสารซ้อมมือกับแป้งหยาบอยู่จำนวนหนึ่ง แม้มิใช่ของชั้นเลิศอันใด แต่ก็พอประทังความหิวโหยได้ ข้าขอแลกเสบียงเหล่านั้นกับน้ำพริกของเจ้าสักกระปุกเล็กๆ จะได้หรือไม่?"

ดวงตาของหลินเหม่ยหลินทอประกายวาบขึ้นมาทันที นางตอบตกลงในใจแทบจะในเสี้ยวลมหายใจ!

นี่คือสิ่งที่นางรอคอย! แม้ในมิติลับสวนวิเศษจะมีวัตถุดิบชั้นยอด มีระบบปัญญาประดิษฐ์คอยช่วยเหลือ และนางสามารถปรุงอาหารเลิศรสได้ดั่งใจนึก แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดในเวลานี้คือ 'ข้ออ้าง' ที่จะนำอาหารออกมาเลี้ยงดูเสี่ยวเป่าบุตรชายตัวน้อยต่างหาก

หากจู่ๆ บ้านรองที่ยากจนข้นแค้น ไร้ข้าวสารกรอกหม้อ กลับมีข้าวสวยร้อนๆ หรือหมั่นโถวเนื้อขาวเนียนให้กินทุกวัน ย่อมต้องเป็นที่ผิดสังเกตของจ้าวกุ้ยเซียนและสะใภ้ใหญ่ซุนเหมยฮวาอย่างแน่นอน พวกนางต้องบุกมาค้นเรือนและจับผิดเป็นแน่แท้ แต่หากนางมีเสบียงที่ได้มาจากการ 'แลกเปลี่ยน' อย่างเปิดเผยและมีพยานยืนยัน นางก็สามารถนำข้าวสารและแป้งหยาบเหล่านี้ไปบังหน้า ผสมผสานกับของดีในมิติเพื่อบำรุงร่างกายเสี่ยวเป่าได้อย่างแนบเนียนและปลอดภัย!

[ติ๊ง! ระบบตรวจพบข้อเสนอการค้าที่สมเหตุสมผล การมีเสบียงจากโลกภายนอกจะช่วยเพิ่มอัตราการเอาชีวิตรอดและลดความเสี่ยงในการถูกจับได้ถึงร้อยละแปดสิบ!] เสียงของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นในห้วงคำนึง

"ป้าอู๋มีน้ำใจช่วยเหลือ ข้าหรือจะกล้าปฏิเสธ" หลินเหม่ยหลินส่งยิ้มอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความจริงใจ "น้ำพริกนี่ข้าเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ รสชาติกำลังเข้าที่ หากได้กินคู่กับข้าวสารและแป้งหยาบของท่าน ย่อมต้องเป็นมื้ออาหารที่ประเสริฐยิ่ง ข้ายินดีแลกเปลี่ยนเจ้าค่ะ"

ป้าอู๋ได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนแทบเนื้อเต้น นางรีบหมุนตัวกลับเข้าไปในเรือนของตนอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับถุงผ้าป่านใบเล็กที่ดูมีน้ำหนัก ภายในบรรจุข้าวสารซ้อมมือสีหม่นและแป้งข้าวโพดหยาบๆ ซึ่งเป็นเสบียงหลักของชาวบ้านธรรมดา แต่สำหรับหลินเหม่ยหลินในยามนี้ มันคือสิ่งล้ำค่ายิ่งกว่าหยกหยูอี้

หญิงสาวรับถุงเสบียงมาถือไว้ สัมผัสถึงน้ำหนักที่กดทับลงบนฝ่ามือ นี่คือเสบียงจริงจากโลกภายนอกครั้งแรกที่นางหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง! นางจัดการตักน้ำพริกหอมกรุ่นใส่กระปุกกระเบื้องใบเล็กที่เตรียมไว้ ส่งมอบให้ป้าอู๋อย่างระมัดระวัง

ป้าอู๋รับกระปุกน้ำพริกมากอดไว้แนบอกราวกับของวิเศษ นางมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะยื่นมือเหี่ยวย่นมากุมมือของหลินเหม่ยหลินไว้แน่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและเห็นอกเห็นใจ

"เหม่ยหลิน เจ้าจงวางใจเถิด เรื่องที่เจ้าแอบทำของอร่อยและนำมาแลกเปลี่ยนกับข้าในวันนี้ ข้าจะปิดปากเงียบสนิท ไม่ให้พรายกระซิบถึงหูผู้ใดเป็นอันขาด" ป้าอู๋ทอดถอนใจยาว "เรื่องแม่สามีของเจ้านั้น... คนทั้งหมู่บ้านชิงสุ่ยต่างก็รู้ดีว่านางลำเอียงและหน้าเลือดเพียงใด หากนางเฒ่าจ้าวรู้ว่าเจ้ามีของดีเช่นนี้ มีหวังนางคงยึดเอาไปปรนเปรอเจ้าลูกชายคนโตจนหมดสิ้น เจ้ากับเสี่ยวเป่าคงไม่แคล้วต้องอดตาย ข้าสัญญากับฟ้าดิน จะไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ความลับนี้เด็ดขาด!"

"ขอบคุณป้าอู๋ที่เมตตาเจ้าค่ะ" หลินเหม่ยหลินค้อมศีรษะรับด้วยความซาบซึ้งใจ มิตรภาพเล็กๆ ในยามยากแค้นนี้ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นในอก

เมื่อการเจรจาและการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น หลินเหม่ยหลินจึงซ่อนถุงเสบียงไว้ใต้สาบเสื้อคลุมตัวเก่าที่หลวมโครก รวบรวมสติและค่อยๆ ย่องกลับเข้าไปในเขตลานบ้านตระกูลหลี่อย่างเงียบเชียบที่สุด บรรยากาศยามเช้าตรู่ยังคงขมุกขมัว หมอกบางๆ จากภูเขาหมอกครามยังคงลอยเรี่ยพื้นดิน ช่วยพรางตัวนางได้เป็นอย่างดี

นางก้าวเท้าหลบเลี่ยงกิ่งไม้แห้งและเศษกระเบื้องบนพื้นดินอย่างระมัดระวัง สายตาจับจ้องไปยังประตูไม้บานเก่าของเรือนรองที่ผุพัง นางใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว อีกเพียงไม่กี่ก้าว เสบียงก้อนแรกนี้ก็จะถูกนำไปเก็บซ่อนอย่างปลอดภัย และเสี่ยวเป่าจะได้กินโจ๊กข้าวซ้อมมืออุ่นๆ ผสมน้ำทิพย์ในเช้าวันนี้

ทว่า ในจังหวะที่หลินเหม่ยหลินกำลังจะผลักบานประตูเรือนของตนนั้นเอง สายลมเย็นยะเยือกพัดวูบผ่านมา หอบเอาความหนาวเหน็บทะลวงเข้าสู่กระดูก พร้อมกับความรู้สึกเสียวสันหลังวาบประหลาดที่ก่อตัวขึ้นโดยไร้สาเหตุ!

ณ มุมมืดหลังบานหน้าต่างกรุกระดาษของเรือนใหญ่ฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นห้องพักของบ้านสายหลัก ดวงตาเรียวเล็กคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความริษยาและเคลือบแคลงกำลังเบิกกว้าง ซุนเหมยฮวา สะใภ้ใหญ่ผู้ตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อปลดทุกข์ บังเอิญมองลอดช่องแตกของหน้าต่างออกมาเห็นภาพเหตุการณ์พอดี!

แม้หมอกจะหนา แต่แสงสลัวก็เพียงพอให้เห็นเงาร่างผอมบางของสะใภ้รองกำลังโอบกอด 'บางสิ่ง' ที่ดูหนักอึ้งและปูดโปนอยู่ใต้เสื้อคลุม ท่าทางหลบๆ ซ่อนๆ หวาดระแวงเช่นนั้น หากมิใช่การลอบขโมยของ หรือซุกซ่อนของดีไว้กินเอง ย่อมไม่มีทางเป็นอื่นไปได้!

มุมปากของซุนเหมยฮวากระตุกยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย ดวงตาของนางวาวโรจน์ราวกับอสรพิษที่ค้นพบเหยื่ออันโอชะ

"นังตัวดี... เจ้าซุกซ่อนอันใดไว้กันแน่" สะใภ้ใหญ่พึมพำเสียงเหี้ยมลอดไรฟัน "ครานี้ล่ะ ข้าจะให้ท่านแม่ฉีกหน้ากากสะใภ้ผู้เกียจคร้านของเจ้าออกมาให้จงได้!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การค้นห้องที่ว่างเปล่า]**