ตอนที่ 17

***บทที่ 17: แม่ค้าเสื้อผ้าซอมซ่อ***

เงาดำทะมึนของคนผู้หนึ่งทาบทับลงมาบดบังแสงแดดที่สาดส่องมายังแผงลอยของนาง!

"เฮอะ! กลิ่นเหม็นสาบคนจนมาจากที่ใดกัน?" เสียงทุ้มแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสดังตะคอกขึ้นเหนือหัว "นี่เจ้าขอทานน้อย! ใครอนุญาตให้เจ้าเอาเศษผ้าขี้ริ้วกับไหกากๆ พวกนี้มาวางเกะกะหน้าร้านผ้าไหมของข้า? ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะให้คนรับใช้ทุบตีเจ้าให้กระดูกหัก!"

เสียงตวาดอันเกรี้ยวกราดนั้นดึงดูดสายตาของผู้คนทั้งถนนให้หันขวับมามองเป็นตาเดียว สายตานับสิบๆ คู่จับจ้องมาที่อาภรณ์อันซอมซ่อเก่าขาดของหลินเหม่ยหลินด้วยแววตาดูแคลนและเวทนา บรรยากาศรอบด้านพลันเย็นเยียบลงในพริบตา!

หลินเหม่ยหลินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง เบื้องหน้าของนางคือเถ้าแก่ร่างอ้วนฉุในชุดผ้าไหมสีแดงปักดิ้นทองอร่าม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยก้อนไขมันย่นเข้าหากันด้วยความรังเกียจราวกับว่านางเป็นมูลสุนัขบนพื้นถนน ด้านหลังของเขามีชายฉกรรจ์สองคนยืนถมึงทึงเตรียมพร้อมจะลงมือ หากเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดาคงลนลานกราบกรานขออภัยไปแล้ว ทว่าแววตาของอดีตเชฟระดับตำนานกลับนิ่งสงบดุจบ่อน้ำลึก

นางรู้ดีว่ากฎข้อแรกของการค้าขายในถิ่นที่ไม่คุ้นเคยคือการไม่สร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น อีกทั้งนางเป็นเพียงสตรีตัวคนเดียว การปะทะกับผู้มีอิทธิพลในตลาดตำบลชิงจู๋ย่อมมีแต่เสียกับเสีย หลินเหม่ยหลินจึงมิได้ปริปากตอบโต้ เพียงรวบปลายผ้าฝ้ายที่ปูลาดไว้ แล้วอุ้มไหดินเผาทั้งหมดลุกขึ้นยืน ก่อนจะถอยร่นออกไปตามแนวกำแพงอิฐเก่าๆ จนพ้นรัศมีหน้าร้านผ้าไหมไปไกลถึงสิบจั้ง

"ถุย! เสนียดสายตาเสียจริง!" เถ้าแก่ร่างอ้วนพ่นน้ำลายลงพื้นอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินกลับเข้าร้านไป ฝูงชนที่มุงดูเมื่อเห็นว่าไม่มีงิ้วฉากใหญ่ให้ชมก็เริ่มสลายตัวแยกย้ายกันไป

ทว่าสายตาแห่งความเหยียดหยามเหล่านั้นหาได้จางหายไปพร้อมกับฝูงชนไม่ หลินเหม่ยหลินสูดลมหายใจลึก ปูผ้าฝ้ายผืนเก่าลงบนพื้นดินที่มุมกำแพงซึ่งห่างไกลออกไปอีกครั้ง จัดวางไหดินเผาบรรจุน้ำพริกและของป่าหมักเกลืออย่างระมัดระวัง แต่ยิ่งเวลาผ่านไป นางก็ยิ่งตระหนักได้ว่า อุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดในการค้าขายครั้งแรกนี้ หาใช่ทำเลที่ตั้งที่ถูกไล่ที่มาไม่ ทว่ากลับเป็นตัวของนางเอง!

อาภรณ์ที่นางสวมใส่นั้นซีดจางจนมองไม่ออกว่าสีเดิมคือสีใด ซ้ำยังเต็มไปด้วยรอยปะชุนด้วยด้ายหลากสีนับไม่ถ้วนตามข้อศอกและหัวเข่า ขากางเกงสั้นเต่อเผยให้เห็นข้อเท้าที่เปื้อนฝุ่นดิน รองเท้าฟางที่สวมอยู่ก็หลุดลุ่ยราวกับจะขาดออกจากกันได้ทุกเมื่อ เส้นผมแม้จะรวบเป็นมวยเรียบร้อยแต่ก็มีเพียงปิ่นไม้หยาบๆ ปักไว้ ท่าทางของนางยามนี้นั้น ไม่ต่างอันใดกับยาจกหรือผู้ลี้ภัยที่เพิ่งหลบหนีความอดอยากมา

'อุปสรรคแรกในการค้าขายคือรูปลักษณ์ภายนอกสินะ...' หลินเหม่ยหลินรำพึงในใจอย่างขมขื่น

เสียงของปัญญาประดิษฐ์เสี่ยวชุ่ยดังขึ้นในห้วงความคิด *[นายหญิง ท่านแต่งกายเยี่ยงนี้ ผู้คนย่อมหวาดระแวงว่าอาหารในไหของท่านจะไม่สะอาดขอรับ ในยุคสมัยนี้ ความน่าเชื่อถือของแม่ค้ามีความสำคัญเทียบเท่ากับรสชาติอาหาร การแต่งกายที่ซอมซ่อทำให้ท่านดูไร้สุขอนามัยในสายตาพวกเขา]*

เหม่ยหลินถอนหายใจยาว ชาติก่อนเพียงแค่นางประกาศว่าจะรังสรรค์เมนูใหม่ มหาเศรษฐีมากมายต่างก็ยอมต่อคิวจองโต๊ะข้ามปี ทว่าชาตินี้ นางกลับต้องมานั่งทนให้ผู้คนใช้สายตารังเกียจราวกับนางเป็นตัวแพร่เชื้อโรค นางเองก็อยากจะสวมใส่เสื้อผ้าแพรพรรณที่สะอาดสะอ้านงดงาม ทว่าเงินในกระเป๋ามีเพียงหยิบมือ ความอยู่รอดของนางและเสี่ยวเป่ายังแขวนอยู่บนเส้นด้าย นางจะเอาเงินที่ไหนไปตัดอาภรณ์ชุดใหม่ได้เล่า

ในขณะที่นางกำลังนั่งเงียบๆ รอคอยลูกค้าอยู่นั้น เสียงหัวเราะเยาะหยันก็ดังมาจากแผงลอยข้างๆ

พ่อค้าวัยกลางคนผู้มีใบหน้าแหลมเสี้ยมราวกับหนู สวมชุดผ้าฝ้ายสีครามที่แม้จะไม่หรูหราแต่ก็ดูสะอาดสะอ้าน เขากำลังนั่งจัดเรียงตะกร้าเห็ดและหน่อไม้ป่าอยู่ เมื่อเห็นสภาพของเหม่ยหลินที่ไร้ผู้คนเหลียวแล เขาก็อดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงหยันออกมา

"แม่นางน้อย เจ้าคิดจะมาแย่งข้าค้าขายกระนั้นรึ? ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย!" พ่อค้าหน้าหนูชี้นิ้วมาที่นาง "ดูสารรูปเจ้าสิ เสื้อผ้าขาดวิ่นราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว ซ้ำยังเอาไหกากๆ สกปรกๆ พวกนั้นมาวางขาย คิดว่าของป่าธรรมดากระจอกๆ เหล่านี้จะขายได้ราคาหรืออย่างไร? คนในตลาดตำบลชิงจู๋มิใช่พวกคนโง่เขลานะ ที่จะยอมควักเงินอีแปะซื้อของจากแม่ค้าเสื้อผ้าซอมซ่อเช่นเจ้า! ขืนกินเข้าไปคงได้ท้องร่วงกันพอดี!"

ถ้อยคำนั้นจงใจพูดให้ดังพอที่จะทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้ยิน หลายคนหันมามองและพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา สายตาที่มองมายังหลินเหม่ยหลินเต็มไปด้วยความรังเกียจเพิ่มทวีคูณ สตรีบางคนถึงกับยกมือขึ้นปิดจมูกพร้อมกับดึงแขนบุตรหลานให้เดินห่างออกไป ราวกับกลัวว่าความยากจนของนางจะติดต่อได้

หากเป็นหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป โดนวาจาถากถางท่ามกลางฝูงชนเช่นนี้คงอับอายจนหน้าแดงก่ำ และต้องม้วนเสื่อเก็บของกลับหมู่บ้านไปแล้ว ทว่าหลินเหม่ยหลินคือผู้ที่เคยผ่านสมรภูมิในครัวอันแสนกดดันมานับไม่ถ้วน คำดูถูกของพ่อค้าชั้นปลายแถวแค่นี้ ไม่อาจระคายผิวหน้าอันหนาเตอะของนางได้แม้แต่น้อย

นางไม่ปริปากโต้ตอบแม้แต่ครึ่งคำ เพียงแค่ปรายตามองพ่อค้าหน้าหนูผู้นั้น แล้วกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความมั่นใจที่ลึกล้ำและยากจะหยั่งถึง ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังทอดทิ้งสายตามองสุนัขจรจัดเห่าหอน

พ่อค้าหน้าหนูเมื่อเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันนั้นก็ยิ่งรู้สึกขัดใจ ใบหน้าแหลมเสี้ยมของเขาบิดเบี้ยว "เฮอะ! ทำเป็นหยิ่งผยอง! ข้าจะคอยดูว่าวันนี้เจ้าจะขายของป่านั่นได้สักกี่อีแปะ! หากดวงอาทิตย์ตกดินแล้วยังขายไม่ออก ก็อย่ามาร้องไห้คร่ำครวญกราบกรานขอเศษข้าวข้ากินก็แล้วกัน!"

หลินเหม่ยหลินยังคงนั่งนิ่ง ดุจขุนเขาที่ไม่สะท้านต่อสายลมพายุ นางรู้ดีว่าของในไหดินเผาเหล่านี้มิใช่ของป่าธรรมดา แต่มันคือผลิตผลที่ปลูกในมิติลับสวนวิเศษ รดด้วยน้ำทิพย์บริสุทธิ์ และผ่านทักษะการเร่งกระบวนการหมักด้วยสูตรลับระดับปรมาจารย์! เพียงแค่กลิ่นของมันหลุดรอดออกมา ก็เพียงพอที่จะสยบผู้คนได้ทั้งถนนแล้ว

เวลาล่วงเลยไปจนดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยขึ้นสู่กลางศีรษะ อากาศเริ่มร้อนอบอ้าว ผู้คนในตลาดที่มาจับจ่ายซื้อของเริ่มบางตาลง ในขณะที่เหล่ากรรมกรแบกหามและคนงานจากท่าเรือแม่น้ำหยกเริ่มทยอยเดินออกมาหาอาหารมื้อเที่ยงเพื่อประทังความหิว ทว่าแผงของหลินเหม่ยหลินยังคงเงียบเหงา ไร้ซึ่งเงาของผู้ซื้อ แม้แต่ผู้ที่หยุดแวะดูก็ยังไม่มี

ในขณะที่พ่อค้าแผงข้างๆ สามารถขายหน่อไม้ป่าออกไปได้ถึงสองตะกร้าแล้ว เขายิ่งยิ้มเยาะอย่างได้ใจพลางส่งสายตาถากถางมาเป็นระยะ

หลินเหม่ยหลินหรี่ตาลง พลางประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็น หากปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไป สินค้าชั้นเลิศของนางคงไม่ได้ขายออกเป็นแน่ นางจำต้องทำลายกำแพงอคติเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกของชาวเมืองทิ้งเสีย ในเมื่อพวกเขาตาบอดด้วยการตัดสินคนจากเสื้อผ้า นางก็จะใช้ 'กลิ่น' และ 'รสชาติ' เป็นตัวเปิดทาง!

มือเรียวที่แม้จะหยาบกร้านแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นคง ค่อยๆ เลื่อนไปจับจุกไม้ก๊อกที่ปิดปากไหดินเผาใบแรก นางกำลังจะงัดกลยุทธ์การค้าที่บ้าบิ่นที่สุดออกมาใช้ ทว่าในวินาทีที่มือของนางกำลังจะออกแรงดึงจุกไม้ออกนั้นเอง...

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะเทือนพื้นดิน เงาร่างสูงใหญ่บึกบึนสามร่างเดินตรงดิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแผงของหลินเหม่ยหลิน ชายฉกรรจ์ทั้งสามสวมเสื้อกั๊กเปิดอก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่ากลัวและกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ท่าทางดุดันราวกับโจรป่า ใบหน้าถมึงทึงของพวกเขาจ้องมองมาที่ไหดินเผาของนางอย่างไม่คลาดสายตา

มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านแข็งของชายผู้เป็นหัวหน้า เอื้อมลงไปชักมีดสั้นเล่มวาววับที่เอวออกมาดังกริ๊ก! บรรยากาศรอบด้านพลันตึงเครียดขึ้นมาจนแทบจะหยุดหายใจ พ่อค้าหน้าหนูแผงข้างๆ ถึงกับหน้าถอดสี ถอยกรูดไปซุกหลังตะกร้าของตนเองด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา!

"เจ้า... เจ้ากำลังจะทำอะไร!" ชายฉกรรจ์ผู้นั้นตวาดเสียงกร้าว พร้อมกับก้าวเท้าสืบเข้ามาประชิดแผงของหลินเหม่ยหลินอย่างคุกคาม!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: กลยุทธ์ให้ชิมฟรี]**