ตอนที่ 18
***บทที่ 18: กลยุทธ์ให้ชิมฟรี***
คมมีดสั้นสะท้อนแสงแดดวาบวับเข้าตาหลินเหม่ยหลิน ทว่าใบหน้างามกลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ผู้มีรอยแผลเป็นบากลึกบนใบหน้าจ่อปลายมีดมาทางแผงของนาง ก่อนจะตวาดซ้ำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าดุดัน
"ข้าถามว่าเจ้ากำลังจะทำอะไร! ไหดินเผานั่น... ซุกซ่อนสิ่งใดไว้ข้าได้กลิ่นประหลาดโชยออกมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว!"
แท้จริงแล้ว ชายผู้นี้คือหัวหน้าคนงานแบกหามจากท่าเรือแม่น้ำหยก ประสาทสัมผัสของเขาไวต่อกลิ่นยิ่งนัก กลิ่นเครื่องเทศจางๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากขอบจุกไม้ก๊อกดึงดูดพวกเขาให้เดินฝ่าฝูงชนมา ทว่าด้วยท่าทางหยาบกระด้างและคุ้นชินกับการใช้กำลังเบิกทาง จึงทำให้ดูราวกับโจรป่ากำลังปล้นชิงเสียมากกว่า
หลินเหม่ยหลินคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของสตรีผู้กุมอำนาจเหนือเตาไฟและวัตถุดิบทั้งปวง นางไม่ตอบคำถามในทันที แต่กลับใช้สองมือจับจุกไม้ก๊อกบนปากไหดินเผาให้แน่นขึ้น
"นายท่านโปรดใจเย็นลงก่อน สิ่งที่อยู่ภายในนี้มิใช่อาวุธร้ายแรงอันใด ทว่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่านั้น..."
สิ้นคำพูด มือเรียวก็ออกแรงดึงจุกไม้ออกดัง *ป๊อก!*
ทันใดนั้นเอง ราวกับมีพายุขนาดย่อมพัดออกจากปากไห!
*[ติง! ระบบปัญญาประดิษฐ์เสี่ยวชุ่ยรายงาน: กระบวนการหมักเร่งรัดเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ กลิ่นหอมระดับวิเศษกำลังกระจายตัว]* เสียงใสแจ๋วของระบบดังขึ้นในห้วงความคิด
กลิ่นหอมรัญจวนใจที่ถูกกักเก็บและบ่มเพาะด้วยพลังจากมิติลับสวนวิเศษ พวยพุ่งทะลักออกมาอย่างไม่อาจสกัดกั้น มันคือการผสมผสานอันสมบูรณ์แบบของพริกแห้งคั่วไฟอ่อนๆ จนหอมกรุ่น กระเทียมป่าและหอมแดงที่เจียวจนเหลืองกรอบ ตามด้วยกลิ่นอายความลึกล้ำของหน่อไม้ฤดูหนาวและเห็ดหูหนูภูเขาที่ผ่านการหมักเกลือจนได้ที่ กลิ่นอายความเผ็ดร้อนที่แฝงความกลมกล่อมลอยล่องไปตามสายลม พุ่งตรงเข้าปะทะจมูกของผู้คนรอบด้านอย่างจัง!
ชายฉกรรจ์ทั้งสามชะงักงัน ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งเกร็งโดยพลัน ดวงตาที่เคยดุดันแข็งกร้าวเบิกกว้างขึ้น มีดสั้นในมือของหัวหน้าคนงานถึงกับสั่นระริกก่อนที่เขาจะรีบเก็บมันเข้าฝักอย่างลืมตัว สัญชาตญาณความหิวโหยที่ถูกซ่อนไว้ลึกสุดในกระเพาะอาหารพลันตื่นตัว เสียงกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่ดังก้องออกมาจากลำคอของบุรุษร่างยักษ์
แม้แต่พ่อค้าหน้าหนูแผงข้างๆ ที่เคยมุดหัวซ่อนตัวอยู่หลังตะกร้า ยังต้องชะโงกหน้าออกมา จมูกบานฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมนั้นอย่างตะกละตะกลาม น้ำลายสอจนต้องยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดมุมปาก
เมื่อเห็นว่าปลาติดเบ็ดแล้ว หลินเหม่ยหลินไม่รอช้า นางหยิบช้อนไม้ไผ่ที่ล้างทำความสะอาดอย่างดีออกมาจุ่มลงไปในไหดินเผา ค่อยๆ คนส่วนผสมภายในอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลัง ทุกครั้งที่ช้อนไม้ขยับ น้ำมันพริกสีแดงสดใสที่ลอยเคลือบอยู่เบื้องบนก็พลิกตัว เผยให้เห็นเนื้อสัมผัสอันเข้มข้นของเครื่องเทศและของป่าที่อัดแน่นอยู่ภายใน กลิ่นหอมที่รุนแรงอยู่แล้วยิ่งทวีความยั่วยวนขึ้นเป็นสิบเท่า!
"เร่เข้ามา! เร่เข้ามาพี่น้องทั้งหลาย!"
เสียงหวานใสทว่ากังวานกึกก้องของหลินเหม่ยหลินดังแหวกอากาศ ดึงดูดสายตาของผู้คนในตลาดตำบลชิงจู๋ให้หันมามองเป็นตาเดียว
"นี่คือน้ำพริกสูตรลับตระกูลหลิน! รสชาติจัดจ้านล้ำลึก กินคู่กับหมั่นโถวร้อนๆ หรือข้าวสวยก็เลิศรสประดุจอาหารสวรรค์!" นางประกาศก้อง ก่อนจะงัดกลยุทธ์การค้าอันแยบยลที่ไม่มีผู้ใดในยุคสมัยนี้เคยกล้าทำมาก่อนออกมาใช้ "วันนี้ข้าเพิ่งมาตั้งแผงเป็นวันแรก จึงเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ **'ชิมฟรี!'**"
คำว่า 'ชิมฟรี' ราวกับอสุนีบาตฟาดลงกลางตลาด ชาวยุทธ์และพ่อค้าแม่ขายต่างเบิกตากว้าง ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนต่างหวงแหนอาหารยิ่งกว่าทองคำ การมอบของกินให้ผู้อื่นชิมโดยไม่คิดมูลค่านั้น นับเป็นเรื่องคนบ้าชัดๆ!
"ชิมฟรีรึ? แม่นาง เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ หากพวกข้ากินจนหมดแล้วไม่ซื้อเล่า!" ชายฉกรรจ์ผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า สองตายังคงจดจ้องอยู่ที่น้ำมันพริกสีแดงเดือดในไห
หลินเหม่ยหลินยิ้มกว้าง แววตาเปล่งประกายความมั่นใจถึงขีดสุด "หากท่านชิมแล้วรู้สึกว่าไม่อร่อย ไม่ถูกปาก ข้าหลินเหม่ยหลินจะไม่ขอรับเงินจากพวกท่านแม้แต่อีแปะเดียว! แต่หากมันอร่อยจนท่านแทบกลืนลิ้นตัวเอง... ค่อยควักเงินซื้อก็ยังไม่สาย!"
นางใช้ช้อนไม้ไผ่ตักน้ำพริกเนื้อข้นคลั่กขึ้นมาเล็กน้อย ยื่นส่งให้ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์เบื้องหน้า "เชิญนายท่านพิสูจน์ด้วยลิ้นของท่านเองเถิด"
หัวหน้าคนงานไม่รอช้า เขารับช้อนไม้ไผ่มาด้วยมือที่สั่นเทานิดๆ ก่อนจะส่งน้ำพริกเข้าปากโดยไม่ลังเล
วินาทีที่รสสัมผัสแรกแตะลงบนปลายลิ้น ดวงตาของบุรุษร่างยักษ์พลันเบิกโพลงจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า! รสชาติความเผ็ดร้อนที่แผ่ซ่าน ไม่ใช่ความเผ็ดที่บาดคอ แต่เป็นความเผ็ดที่ปลุกเร้าวิญญาณ ตามด้วยความเค็มกลมกล่อมและความหวานล้ำลึกของพืชผักวิเศษที่หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ ความกรุบกรอบของเห็ดหูหนูและหน่อไม้สร้างความเพลิดเพลินในการเคี้ยวจนหยุดไม่อยู่
ความเหนื่อยล้าจากการแบกหามกระสอบข้าวสารมาทั้งช่วงเช้า ราวกับถูกปัดเป่าให้มลายหายไปสิ้นด้วยรสชาติอันวิจิตรพิสดารนี้!
"สวรรค์! นี่มันรสชาติอันใดกัน!" หัวหน้าคนงานอุทานเสียงหลง มือหนากุมขมับตนเองราวกับไม่อยากจะเชื่อ "เกิดมาสามสิบปี ข้าไม่เคยพานพบของวิเศษที่เลิศรสปานนี้มาก่อน!"
ลูกน้องอีกสองคนที่เห็นปฏิกิริยาของลูกพี่ ต่างทนไม่ไหวแย่งกันขอชิมบ้าง และเมื่อได้ลิ้มรส อาการของพวกเขาก็ไม่ต่างกัน ต่างยืนเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ซึมซับความอร่อยที่ระเบิดซ่านในโพรงปาก
กลิ่นหอมที่ถูกสายลมพัดพาไปไกลถึงท่าเรือแม่น้ำหยก ประกอบกับเสียงอุทานดังกึกก้องของกลุ่มคนงาน ดึงดูดชาวบ้านและกรรมกรนับสิบชีวิตให้ละทิ้งงานในมือ แล้วพากันกรูเข้ามาล้อมแผงไม้ไผ่ของหลินเหม่ยหลินเอาไว้จนมืดฟ้ามัวดิน!
"ข้าขอชิมด้วย! ให้ข้าชิมบ้าง!"
"แม่นาง! ข้าขอชิมคำหนึ่ง!"
"หลีกไป ข้ามาก่อน ข้าต้องได้ชิมก่อน!"
ฝูงชนเบียดเสียดยัดเยียดกันเข้ามา ประหนึ่งฝูงซอมบี้ผู้หิวโหยที่ได้กลิ่นเลือดสดๆ กลยุทธ์ให้ชิมฟรีของนางเอกประสบความสำเร็จอย่างงดงามและบ้าคลั่งเกินความคาดหมาย บัดนี้ แผงที่เคยเงียบเหงากลับกลายเป็นศูนย์กลางความโกลาหลของตลาดตำบลชิงจู๋!
ท่ามกลางเสียงตะโกนแย่งชิงกันชิมนั้นเอง จู่ๆ หัวหน้าคนงานร่างยักษ์ที่เพิ่งได้สติกลับคืนมา ก็ตบโต๊ะไม้ไผ่ของนางเอกดังปัง! เสียงนั้นดังสนั่นจนชาวบ้านรอบข้างสะดุ้งสุดตัวและเงียบกริบลงในพริบตา
บุรุษร่างยักษ์กวาดสายตาดุดันมองฝูงชนรอบด้าน ก่อนจะหันขวับมาจ้องหน้าหลินเหม่ยหลินด้วยดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าคุ้มคลั่ง เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ถังทองถังแรก]**