ตอนที่ 19

***บทที่ 19: ถังทองถังแรก***

บุรุษร่างยักษ์กวาดสายตาดุดันมองฝูงชนรอบด้าน ก่อนจะหันขวับมาจ้องหน้าหลินเหม่ยหลินด้วยดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าคุ้มคลั่ง เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว!

ทว่าสิ่งที่ถูกกระชากออกมาหาใช่อาวุธมีคมแต่อย่างใด หากแต่เป็นพวงเหรียญทองแดงที่ร้อยด้วยเชือกป่านเส้นเขื่อง!

"เคร้ง!"

เสียงเหรียญทองแดงกระแทกลงบนโต๊ะไม้ไผ่ดังสนั่น บุรุษผู้เป็นหัวหน้าคนงานหอบหายใจแรง ชี้พวงเงินในมือพร้อมประกาศกร้าว "แม่นาง! ข้าขอเหมา! ไม่ว่าจะกี่อีแปะ ข้าขอซื้อน้ำพริกเทวดานี่ทั้งหมด! เอามาจิ้มกับหมั่นโถวแห้งๆ ของข้าประเดี๋ยวนี้!"

คำประกาศนั้นราวกับหยดน้ำมันที่สาดลงบนกองเพลิง ฝูงชนที่ล้อมรอบอยู่พลันได้สติและระเบิดเสียงโวยวายขึ้นมาทันที

"เดี๋ยวก่อนสิพี่ชาย! ท่านจะเหมาผู้เดียวได้อย่างไร แบ่งให้พวกข้าบ้าง!"

"ใช่ๆ! ข้ามีเงิน ข้าก็มีเงิน! แม่นาง ขายให้ข้าเถิด ข้าให้ราคาสูงกว่า!"

"ข้ามารอก่อนนะ! ข้าต้องได้ซื้อก่อน!"

หลินเหม่ยหลินมองภาพความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาหงส์ทอประกายแห่งความสำเร็จ ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนการที่นางวางไว้ไม่มีผิดเพี้ยน หญิงสาวใช้กระบวยไม้เคาะลงบนขอบหม้อดินเผาเบาๆ เพื่อเรียกสติทุกคน

"ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบเจ้าค่ะ!" เสียงหวานใสทว่าแฝงไปด้วยพลังอำนาจดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามอง "น้ำพริกพริกเผาเห็ดหูหนูของข้าทำมามากพอสมควร ข้าขอตั้งราคายุติธรรม กระปุกเล็กสิบห้าอีแปะ กระปุกใหญ่สามสิบอีแปะ ทว่า... หากท่านใดไม่มีกระปุกมา และต้องการเพียงตักราดลงบนหมั่นโถวหรือข้าวสวย ข้าคิดเพียงช้อนละสองอีแปะเท่านั้นเจ้าค่ะ!"

สิ้นคำประกาศของหญิงสาว ความเงียบงันพลันปกคลุมไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงเฮจะดังกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งท่าเรือแม่น้ำหยก!

ช้อนละสองอีแปะ! นี่มันราคาสวรรค์โปรดชัดๆ! แม้แต่กรรมกรแบกหามที่หาเงินได้เพียงวันละไม่กี่สิบอีแปะ ก็ยังสามารถเจียดเงินมาลิ้มรสความอร่อยล้ำเลิศนี้ได้โดยไม่สะเทือนกระเป๋า

"ข้าเอาสองช้อน! ราดลงบนหมั่นโถวข้าเลยแม่นาง!"

"ข้าเอากระปุกเล็กหนึ่งกระปุก! เอาไปกินที่บ้าน!"

"ของข้าราดข้าวสามช้อนพูนๆ เลย!"

ภาพฝูงชนที่ยื่นมือสลอนพร้อมเหรียญทองแดง ช่างเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก หลินเหม่ยหลินขยับมือเป็นระวิง กระบวยไม้ตักน้ำพริกสีแดงอำพันที่มีน้ำมันพริกหอมกรุ่น ราดลงบนหมั่นโถวสีขาวซีดและข้าวสวยแห้งๆ ของเหล่าคนงาน

ทันทีที่น้ำพริกสูตรลับจากมิติลับสวนวิเศษ ซึ่งผ่านการ 'เร่งกระบวนการหมัก' ด้วยระบบเสี่ยวชุ่ย สัมผัสกับแป้งหมั่นโถว รสชาติอันจืดชืดก็พลันถูกยกระดับขึ้นสู่สวรรค์ชั้นฟ้า! ความเผ็ดร้อนที่กลมกล่อม ความเค็มหวานที่ลงตัว และความกรุบกรอบของเห็ดหูหนูภูเขาและหน่อไม้ฤดูหนาว ทำให้กรรมกรหลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาขณะเคี้ยวตุ้ยๆ

"อร่อย... อร่อยเหลือเกิน! สวรรค์! ข้าไม่เคยพานพบสิ่งใดเลิศรสปานนี้มาก่อน!"

"หมั่นโถวแห้งๆ ที่ข้าเกลียดชัง บัดนี้กลับกลายเป็นของวิเศษไปแล้ว!"

ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เถ้าแก่สวี พ่อค้าขายผักดองแผงข้างๆ ที่เคยมองหลินเหม่ยหลินด้วยสายตาดูแคลนและพ่นคำเยาะเย้ย บัดนี้ยืนเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ขากรรไกรของเขาอ้าค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปทำรังได้

แผงผักดองของเขาที่เคยมีลูกค้าประปราย บัดนี้ร้างผู้คนราวกับป่าช้า ลูกค้าประจำของเขาล้วนไปยืนต่อแถวเบียดเสียดอยู่ที่แผงไม้ไผ่ซอมซ่อของสตรีชุดปะชุนผู้นั้น!

"เป็น... เป็นไปได้อย่างไร..." เถ้าแก่สวีพึมพำเสียงสั่น ใบหน้าเหี่ยวย่นเปลี่ยนจากสีซีดเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความริษยาที่แผดเผาในอก "ของพรรค์นั้น... ผักป่าไร้ค่าพวกนั้น กลับขายได้ช้อนละสองอีแปะเชียวหรือ! แถมคนยังแย่งกันซื้อราวกับคนบ้า!"

เขามองดูเหรียญทองแดงที่ไหลหลั่งราวกับสายน้ำลงสู่ถุงผ้าของหลินเหม่ยหลินด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ ความอิจฉาริษยาจุกแน่นอยู่ที่ลำคอจนแทบกระอักเลือด เมื่อตระหนักได้ว่า สตรีที่เขาเพิ่งสบประมาทไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน บัดนี้กำลังกอบโกยความมั่งคั่งที่เขาหาไม่ได้แม้จะขายนานนับเดือน!

'ติ๊ง! ตรวจพบกระแสเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ยินดีด้วยโฮสต์ ท่านกำลังก้าวสู่เส้นทางเศรษฐีนี!' เสียงของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นในหัวอย่างร่าเริง

เวลาไหลผ่านไปเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม หม้อดินเผาใบใหญ่สองใบที่บรรจุน้ำพริกมาจนเต็มเปี่ยม บัดนี้ถูกขูดจนเกลี้ยงเกลาไม่มีเหลือแม้แต่น้ำมันหยดเดียว!

"หมดแล้วเจ้าค่ะ! น้ำพริกของวันนี้หมดเกลี้ยงแล้ว!" หลินเหม่ยหลินประกาศพร้อมกับยกหม้อเปล่าให้ฝูงชนดู

"โธ่เอ๊ย! ข้าเพิ่งมาถึงเองนะแม่นาง!"

"พรุ่งนี้ท่านต้องมาอีกนะ! ข้าจะมารอตั้งแต่ไก่โห่เลย!"

ชาวบ้านและคนงานที่ซื้อไม่ทันต่างโอดครวญด้วยความเสียดาย ทว่าก็ยอมจำนนและล่าถอยไปพร้อมกับคำมั่นสัญญาจากเหม่ยหลินว่าพรุ่งนี้จะนำมาขายอีก

เมื่อฝูงชนสลายตัว หลินเหม่ยหลินทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ไผ่ หอบหายใจเบาๆ ด้วยความเหนื่อยล้า ทว่ารอยยิ้มงดงามกลับประดับอยู่บนใบหน้า นางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ดึงถุงผ้าฝ้ายสีซีดออกมา

น้ำหนักที่ถ่วงอยู่ในมือทำให้หัวใจของอดีตเชฟมิชลินสตาร์เต้นรัว นี่คือ 'ถังทองถังแรก' ของนางในโลกใบนี้! แม้จะเป็นเพียงเหรียญทองแดงหลายร้อยอีแปะ แต่มันคือหยาดเหงื่อแรงกายและจุดเริ่มต้นแห่งอิสรภาพจากขุมนรกตระกูลหลี่

ภาพใบหน้ามอมแมมซูบผอมของ 'หลี่เสี่ยวเป่า' ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ดวงตาของหญิงสาวทอประกายอ่อนโยนและมุ่งมั่น

'รอแม่ก่อนนะเสี่ยวเป่า วันนี้แม่จะซื้อเนื้อหมูติดมันนุ่มๆ ข้าวสารขาวบริสุทธิ์ และจะตัดชุดใหม่ให้เจ้าด้วย' นางคิดในใจ พลางจัดการเก็บหม้อดินและตะกร้าไม้ไผ่เตรียมตัวมุ่งหน้าสู่ย่านการค้าใจกลางตลาดตำบลชิงจู๋

ทว่าในจังหวะที่หลินเหม่ยหลินสะพายตะกร้าขึ้นหลังและก้าวเดินออกจากตรอกแคบๆ บริเวณท่าเรือนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงอย่างประหลาด

เงาร่างของบุรุษสามคนก้าวพรวดออกมาจากมุมมืดของซอกตึก ขวางเส้นทางสัญจรของนางไว้มิดชิด พวกมันสวมอาภรณ์ขาดวิ่นทว่ามีมัดกล้ามกำยำ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ดวงตาโลภโมโทสันของพวกมันไม่ได้จับจ้องมาที่ใบหน้าของนาง แต่มันจ้องเขม็งไปยังตำแหน่งหน้าอกเสื้อ... ตรงจุดที่ถุงผ้าบรรจุเหรียญทองแดงอันหนักอึ้งซุกซ่อนอยู่!

หนึ่งในนั้นก้าวเท้าเข้ามาใกล้ มือหยาบกร้านดึงมีดสั้นที่ทำจากเหล็กขึ้นสนิมออกมาจากเอว แววตาของมันทอประกายอำมหิตพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเยียบเย็น

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: จับจ่ายซื้อของ]**