ตอนที่ 20
***บทที่ 20: จับจ่ายซื้อของ***
ประกายของมีดสั้นขึ้นสนิมสะท้อนแสงสลัวในตรอกแคบ บรรยากาศรอบด้านบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น อดีตเชฟมิชลินสตาร์ผู้ผ่านแรงกดดันในครัวระดับโลกมานับไม่ถ้วนกลับเบิกตากว้าง สติปัญญาทำงานอย่างเฉียบขาด นางรู้ดีว่าสตรีร่างผอมบางเช่นนางไม่มีทางสู้แรงบุรุษฉกรรจ์สามคนได้
"ส่งถุงเงินมาให้พวกข้าแต่โดยดี แม่นางน้อย แล้วเจ้าจะปลอดภัย" เสียงแหบพร่าของหัวหน้านักเลงเอ่ยข่มขู่ พลางก้าวเท้าเข้ามาประชิด
ทว่าแทนที่หลินเหม่ยหลินจะกรีดร้องหรือคุกเข่าอ้อนวอน มือเรียวบางกลับล้วงลึกเข้าไปในตะกร้าไม้ไผ่ด้านหลังอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ในก้นตะกร้านั้น นางได้ซุกซ่อน 'พริกป่นผสมพริกไทยดำ' คั่วบดละเอียดที่เหลือจากการทำน้ำพริกสูตรพิเศษเอาไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน!
"รับไปซะ!"
สิ้นเสียงตวาดก้อง หญิงสาวสะบัดข้อมือสุดแรง ผงเครื่องเทศสีแดงฉานฟุ้งกระจายขึ้นกลางอากาศราวกับหมอกพิษ พุ่งเข้าปะทะใบหน้าและดวงตาของกลุ่มอันธพาลอย่างจัง
"อ๊ากกก! ตาข้า! ร้อนเหลือเกิน!"
พวกมันกรีดร้องโหยหวนพร้อมกับยกมือขึ้นกุมใบหน้า มีดสั้นร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้ง หลินเหม่ยหลินไม่รอช้า นางอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นพุ่งตัวหลบหนีออกจากตรอกมืดราวกับลูกธนูหลุดจากแล่ง วิ่งตะบึงฝ่าฝูงชนออกมาจนถึงถนนสายหลักของตลาดตำบลชิงจู๋ที่จอแจไปด้วยผู้คน
เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว นางจึงหยุดยืนหอบหายใจพิงกำแพงอิฐ เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมชื้นแผ่นหลัง ทว่ามือที่กุมถุงผ้าฝ้ายบริเวณหน้าอกยังคงกำแน่น รอยยิ้มโล่งอกผุดขึ้นบนริมฝีปากบาง ภัยพาลเมื่อครู่เป็นดั่งเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า โลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงความเรียบง่าย แต่ยังแฝงไว้ด้วยภยันตราย นางจำต้องแข็งแกร่งขึ้นและรู้จักวางแผนให้รัดกุมกว่าเดิม
หลังจากปรับลมหายใจจนเป็นปกติ หลินเหม่ยหลินก็เริ่มเดินลัดเลาะเข้าสู่ย่านการค้าใจกลางตลาด นางหาสถานที่เงียบสงบใต้ต้นหลิวริมน้ำเพื่อจัดการบริหารเงินก้อนแรก ถุงผ้าถูกเปิดออก เผยให้เห็นเหรียญทองแดงหลายร้อยอีแปะที่ส่องประกายวาววับ หญิงสาวนับจำนวนอย่างระมัดระวัง พลางคำนวณรายจ่ายในหัวอย่างถี่ถ้วน
"วันนี้ต้องซื้อของสำคัญเพื่อบำรุงร่างกายให้เสี่ยวเป่า และเตรียมเสบียงเข้ามิติลับ" นางพึมพำกับตนเอง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังร้านขายเนื้อเป็นอันดับแรก
แผงขายเนื้อของเขียงหมูสกุลเฉินมีเนื้อแขวนเรียงราย หลินเหม่ยหลินหรี่ตามองพลางเรียกใช้งานระบบในใจ *'เสี่ยวชุ่ย ช่วยข้าตรวจสอบคุณภาพเนื้อพวกนี้ที'*
[รับทราบโฮสต์!] เสียงสดใสของระบบเอไอเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นในหัว พร้อมกับภาพหน้าจอโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า [เนื้อหมูสามชั้นชิ้นนั้นเป็นเกรดทั่วไป แต่มีสัดส่วนของชั้นไขมันและเนื้อแดงที่สมบูรณ์แบบมาก เหมาะสำหรับการทำเมนูตุ๋นหรือสกัดน้ำมันเจ้าค่ะ!]
"เถ้าแก่ ข้าเอาหมูติดมันชิ้นนั้นสองชั่ง" หญิงสาวชี้ไปยังเนื้อหมูสามชั้นชิ้นโตที่มีไขมันสีขาวแทรกตัวสวยงาม เถ้าแก่ร้านรับคำด้วยรอยยิ้มกว้าง จัดการหั่นเนื้อและห่อด้วยใบใบบัวอย่างทะมัดทะแมง เหม่ยหลินจ่ายเงินไปอย่างไม่นึกเสียดาย เพราะนางจินตนาการไปถึงกลิ่นหอมหวนของ 'หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว' ที่จะทำให้บุตรชายตัวน้อยได้ลิ้มรสเนื้อสัตว์เป็นครั้งแรกในรอบปี
จากนั้น นางก็เดินทางต่อไปยังร้านขายธัญพืช ซื้อข้าวสารขาวบริสุทธิ์ที่ไม่มีกรวดทรายเจือปนมาอีกหนึ่งถุงเล็ก พร้อมกับเกลือเม็ดหยาบซึ่งเป็นเครื่องปรุงสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการทำของป่าหมักเกลือและการถนอมอาหารในอนาคต
เมื่อได้เสบียงอาหารครบถ้วน สองเท้าของนางก็ก้าวไปยังร้านขายผ้าที่ตั้งอยู่สุดหัวมุมถนน เหม่ยหลินเลือกซื้อผ้าฝ้ายสีครามเนื้อหยาบที่ราคาถูก ทว่ามีความทนทานและให้ความอบอุ่นได้ดี นางลูบเนื้อผ้าอย่างแผ่วเบา นึกถึงใบหน้ามอมแมมและเรือนร่างผ่ายผอมของหลี่เสี่ยวเป่าที่ต้องทนสวมใส่เสื้อผ้าขาดวิ่นประดุจผ้าขี้ริ้วมาเนิ่นนาน
'แม่จะตัดชุดใหม่ให้เจ้าเอง เสี่ยวเป่าของแม่' ความอบอุ่นสายหนึ่งอาบไล้ในหัวใจ
ระหว่างทางที่กำลังจะเดินออกจากตลาด สายตาของอดีตยอดแม่ครัวก็เหลือบไปเห็นแผงลอยเล็กๆ ที่ขายเครื่องประดับสตรีสลักจากไม้ มีปิ่นปักผมลวดลายเรียบง่ายวางเรียงรายอยู่ นางชะงักเท้าเล็กน้อย ก่อนจะหยิบปิ่นไม้ท้อราคาถูกที่ไร้ลวดลายวิจิตรขึ้นมาหนึ่งอัน ราคาของมันเพียงแค่สามอีแปะ ทว่าสำหรับนางแล้ว นี่คือของขวัญชิ้นแรกที่นางมอบให้แก่ตนเองในโลกใบใหม่
หลินเหม่ยหลินจ่ายเงิน ปลดเศษผ้าเก่าซอมซ่อที่มัดผมของตนเองออก แล้วรวบเส้นผมสีดำขลับที่แม้จะแห้งกระด้างแต่ก็ยังดกดำขึ้นเป็นมวย ก่อนจะปักปิ่นไม้ท้อลงไปอย่างมั่นคง แม้จะเป็นเพียงปิ่นไม้ธรรมดา แต่มันกลับขับเน้นให้ใบหน้าที่เคยซีดเซียวดูมีสง่าราศีและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงทุกที หญิงสาวสะพายตะกร้าที่บัดนี้อัดแน่นไปด้วยเนื้อหมู ข้าวสารขาว เกลือ และผ้าฝ้าย เดินเลี่ยงออกจากเส้นทางหลัก มุ่งหน้าไปยังป่าไผ่รกร้างแถบชานเมืองที่ไร้ผู้คนสัญจร
เมื่อแน่ใจว่าปลอดคน หลินเหม่ยหลินก็สื่อสารกับระบบทันที "เสี่ยวชุ่ย นำของทั้งหมดในตะกร้าเก็บเข้าไปในพื้นที่เก็บของของมิติลับสวนวิเศษที"
[รับทราบเจ้าค่ะโฮสต์! ทำการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบเข้าสู่มิติลับเสร็จสิ้น!]
เพียงชั่วพริบตา ข้าวของอันหนักอึ้งในตะกร้าไม้ไผ่ก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงตะกร้าที่ว่างเปล่าและเบาหวิว หญิงสาวจัดการล้วงเหรียญทองแดงสองอีแปะสุดท้ายที่จงใจเหลือทิ้งไว้ ซุกซ่อนลงในอกเสื้ออย่างแนบเนียน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนมุมปาก เมื่อของทุกอย่างอยู่ในมิติลับ ต่อให้คนบ้านหลี่ค้นตัวนางจนพลิกแผ่นดินก็ย่อมไม่มีทางพบสิ่งใด
หลินเหม่ยหลินเดินตัวเปล่ากลับมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านชิงสุ่ย สองเท้าก้าวเดินอย่างมั่นคงด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ทว่าเมื่อนางเดินมาถึงหน้าประตูไม้ผุพังของเรือนตระกูลหลี่ ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวก็ถูกแทนที่ด้วยเงาทะมึนยามสนธยา
เบื้องหน้าประตูเรือน ร่างอวบอ้วนของจ้าวกุ้ยเซียนยืนตระหง่านขวางทางเข้าออกราวกับยักษ์ปักหลั่น ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่สามีบิดเบี้ยวด้วยความถมึงทึง ดวงตาดุดันจ้องเขม็งมาที่ตะกร้าไม้ไผ่บนหลังของลูกสะใภ้ราวกับแร้งที่รอคอยการตะครุบเหยื่อ ในมือของนางเฒ่ากำไม้ตะพดแน่นจนข้อปูดโปน พร้อมกับเสียงตวาดกร้าวที่แฝงไปด้วยความโลภและโทสะที่สะสมมาทั้งวันดังลั่นทะลุความเงียบสงัดของหมู่บ้าน!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ข้ออ้างอันแนบเนียน]**