ตอนที่ 21

***บทที่ 21: ข้ออ้างอันแนบเนียน***

"นังตัวดี! หายหัวไปทั้งวัน ได้อันใดติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง! เอามาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"

เสียงตวาดแหลมปรี๊ดของจ้าวกุ้ยเซียนดังก้องกังวานไปทั่วลานบ้านซอมซ่อ หญิงชรายืนเท้าสะเอว มืออีกข้างกำไม้ตะพดแน่นจนข้อต่อขาวซีด ดวงตาขุ่นมัวที่เต็มไปด้วยความโลภโมโทสันเบิกกว้าง จ้องเขม็งไปยังตะกร้าไม้ไผ่บนแผ่นหลังของลูกสะใภ้รองราวกับสุนัขจิ้งจอกจ้องตะครุบเหยื่อ ท่าทางของนางเต็มไปด้วยความคุกคาม คล้ายกับพร้อมจะพุ่งเข้ามาฉีกกระชากเนื้อหนังของหลินเหม่ยหลินได้ทุกเมื่อหากไม่ได้ดั่งใจ

หลินเหม่ยหลินชะงักฝีเท้า นางลอบสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับเปลี่ยนสีหน้าและแววตาที่เคยมั่นคงให้กลายเป็นหวาดกลัวและอ่อนล้าในชั่วพริบตา ไหล่ที่เคยตั้งตรงบัดนี้ลู่ตกลงราวกับคนหมดอาลัยตายอยาก นางก้มหน้าลงต่ำ ปล่อยให้ปอยผมหลุดลุ่ยลงมาปรกใบหน้าเพื่อบดบังรอยยิ้มเย็นเยียบที่พาดผ่านมุมปาก

"ท่านแม่..." เสียงของหญิงสาวสั่นเครือ แฝงไปด้วยความรู้สึกผิดและหวาดหวั่นอย่างสมบทบาท นางค่อยๆ ปลดสายตะกร้าไม้ไผ่ออกจากไหล่ แล้ววางมันลงบนพื้นดินเบื้องหน้าแม่สามีด้วยท่าทีเชื่องช้า

จ้าวกุ้ยเซียนไม่รอช้า นางถลันตัวเข้าไปคว้าตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นมาอย่างตะกรุมตะกราม ทว่าทันทีที่ออกแรงยก หญิงชราก็แทบจะหน้าคะมำ เพราะตะกร้าใบนั้นเบาหวิวราวกับขนนก! เมื่อชะโงกหน้ามองเข้าไปด้านในก็พบเพียงความว่างเปล่า มีเพียงเศษใบไม้แห้งและคราบดินโคลนก้นตะกร้าเท่านั้น ไม่มีเนื้อหมู ไม่มีข้าวสาร ไม่มีแม้แต่เศษผักสักชิ้น!

"นี่มันอันใดกัน! ของไปไหนหมด! นังตัวซวย! เจ้าแอบเอาของไปซ่อนไว้ที่ใด!" จ้าวกุ้ยเซียนแผดเสียงลั่น โทสะพุ่งปรี๊ดจนหน้าดำหน้าแดง นางเงื้อไม้ตะพดขึ้นสูงหมายจะฟาดลงบนร่างของลูกสะใภ้

"ท่านแม่โปรดระงับโทสะก่อนเจ้าค่ะ!" หลินเหม่ยหลินแสร้งถอยร่นด้วยความหวาดกลัว มือเรียวยกขึ้นป้องศีรษะ น้ำตาจอมปลอมรื้นขึ้นมาคลอเบ้า "ข้ามิได้ซ่อนสิ่งใดไว้เลยเจ้าค่ะ วันนี้ข้าเดินเร่ขายผักป่าจนทั่วตลาดตำบลชิงจู๋ แต่ทว่า... ผักป่าช่วงนี้เหี่ยวเฉา รสชาติฝาดขม ชาวบ้านและเหลาอาหารล้วนเมินหน้าหนี ไม่มีผู้ใดอยากรับซื้อเลยเจ้าค่ะ ข้าเดินจนขาลาก ปากเปียกปากแฉะอ้อนวอนผู้คน ทั้งวัน... ขายได้เพียงเท่านี้จริงๆ เจ้าค่ะ"

พูดจบ หญิงสาวก็ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้ออย่างสั่นเทา หยิบเอาเหรียญทองแดงสองอีแปะที่จงใจเหลือทิ้งไว้แต่แรกออกมา แบมือยื่นให้แม่สามีด้วยท่าทางน่าเวทนา เหรียญทองแดงเก่าคร่ำคร่าสองเหรียญสะท้อนแสงสลัวของยามสนธยา ดูช่างน้อยนิดและน่าอดสูยิ่งนัก

จ้าวกุ้ยเซียนเห็นเงินเพียงสองอีแปะก็เบิกตากว้าง เลือดในกายเดือดพล่านประดุจน้ำเดือด นางปัดมือของหลินเหม่ยหลินอย่างแรงจนเหรียญทองแดงร่วงหล่น ก่อนจะรีบตะครุบเก็บขึ้นมาไว้ในกำมือตนเองอย่างหวงแหน

"สองอีแปะ! ถุย! นังไร้ประโยชน์! นังตัวกินล้างกินผลาญ!" หญิงชราถ่มน้ำลายลงบนพื้นด้วยความรังเกียจ ด่าทอสาดเสียเทเสียไม่ยั้ง "เลี้ยงสุนัขสักตัวมันยังรู้จักเฝ้าบ้าน เลี้ยงเจ้ามีแต่จะทำให้ตระกูลหลี่ของข้าล่มจม! เงินที่เจ้าหลี่จงส่งมาให้ตั้งมากมาย ข้าก็ต้องเก็บไว้ให้ต้าเหอไปสอบจอหงวน เจ้าคิดว่าบ้านนี้มีข้าวสารให้คนขี้เกียจอย่างเจ้ากินฟรีๆ หรืออย่างไร! หาเงินได้แค่นี้ ยังจะมีหน้าเดินกลับมาให้ข้าเห็นอีก!"

หลินเหม่ยหลินยังคงก้มหน้านิ่ง รับฟังถ้อยคำผรุสวาทที่พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ทว่าภายใต้ท่าทีอ่อนน้อมและสั่นกลัวนั้น ภายในใจของนางกลับกำลังเบิกบานอย่างหาที่สุดไม่ได้

'ด่าไปเถิดหญิงเฒ่าหน้าเลือด ด่าให้คอแตก สองอีแปะนั่นถือเป็นเศษเนื้อที่โยนให้สุนัขก็แล้วกัน' หญิงสาวลอบยิ้มเยาะในใจ รสชาติของการตบตาแม่สามีจอมตระหนี่ช่างหอมหวานยิ่งนัก หากจ้าวกุ้ยเซียนล่วงรู้ว่าบัดนี้ใน 'มิติลับสวนวิเศษ' ของนางอัดแน่นไปด้วยเนื้อหมูสามชั้นชิ้นโต ข้าวสารขาวบริสุทธิ์ เครื่องปรุงรสชั้นเลิศ และผ้าฝ้ายเนื้อดี มูลค่าหลายร้อยอีแปะ หญิงชราผู้นี้คงได้กระอักเลือดตายอยู่ตรงนี้เป็นแน่!

นี่คือความขัดแย้งที่หยั่งรากลึกในตระกูลหลี่ เงินทุกอีแปะที่หลี่จง ผู้เป็นสามีของนาง เอาชีวิตไปเสี่ยงภัยเป็นผู้คุ้มกันขบวนสินค้าส่งกลับมา ล้วนถูกจ้าวกุ้ยเซียนยึดไปบำรุงบำเรอหลี่ต้าเหอ ลูกชายคนโตที่เอาแต่หยิ่งยโสและสอบจอหงวนไม่ติดสักที ส่วนสะใภ้รองอย่างนางและเสี่ยวเป่าหลานชายแท้ๆ กลับถูกทิ้งให้หิวโหยและใช้แรงงานเยี่ยงทาส หลินเหม่ยหลินคนใหม่นี้จะไม่มีวันยอมให้หยาดเหงื่อแรงกายของตนตกไปอยู่ในมือของปลิงดูดเลือดเหล่านี้อีกเด็ดขาด!

"มัวยืนบื้ออยู่อีก! ไปตักน้ำผ่าฟืนสิ! คืนนี้หากทำงานไม่เสร็จ ไม่ต้องกินข้าว!" จ้าวกุ้ยเซียนเตะตะกร้าไม้ไผ่เปล่ากระเด็นไปชนขาของหลินเหม่ยหลิน ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าตึงตังกลับเข้าเรือนหลักไป พร้อมกับพึมพำด่าทอไม่หยุดปาก

หลินเหม่ยหลินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาหวาดกลัวจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชาและเฉียบขาด นางก้มลงเก็บตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นมาปัดฝุ่นอย่างใจเย็น ไม่สะทกสะท้านต่อคำขู่เรื่องงดข้าวเย็นแม้แต่น้อย เพราะคืนนี้นางมีแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่าเศษผักต้มเปื่อยๆ ของบ้านหลี่รออยู่

หญิงสาวก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนปีกซ้ายอันซอมซ่อของตนเอง ในใจนึกถึงใบหน้าเล็กๆ ที่ผอมแห้งของหลี่เสี่ยวเป่า ลูกชายตัวน้อยที่ป่านนี้คงหิวโซรอคอยแม่กลับบ้าน คืนนี้นางจะพาเสี่ยวเป่าเข้าไปในมิติลับ จะทำหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสูตรลับเฉพาะ ให้เด็กน้อยได้ลิ้มรสเนื้อสัตว์ที่ห่างหายไปเป็นปีให้จงได้!

หลินเหม่ยหลินผลักบานประตูไม้ที่ดังเอี๊ยดอ๊าดเข้าไปด้านใน แสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่สะท้อนให้เห็นร่างเล็กของเสี่ยวเป่าที่นั่งกอดเข่ารออยู่บนเตียงเตา นางส่งยิ้มอ่อนโยนให้บุตรชาย ก่อนจะหันกลับไปเพื่อลงดานประตูให้แน่นหนา เตรียมพร้อมจะเรียกใช้ระบบเสี่ยวชุ่ย

ทว่าในวินาทีที่มือของนางกำลังจะแตะท่อนไม้ขัดประตูนั้นเอง...

กุก... กุก...

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่หนักแน่นดังขึ้นจากด้านนอก ตามติดมาด้วยเงาดำทะมึนของใครบางคนที่ทาบทับลงบนบานหน้าต่างกระดาษที่ขาดวิ่น ลมหายใจฟืดฟาดและเสียงดมกลิ่นฟุดฟิดของคนผู้ที่กำลังแอบซุ่มดูอยู่ด้านนอก ทำเอาบรรยากาศในห้องที่เคยเงียบสงบพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ผู้ใดกันที่มาแอบซุ่มอยู่หน้าประตูในยามวิกาลเช่นนี้!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: หมูสามชั้นตุ๋นในมิติลับ]**