ตอนที่ 23
***บทที่ 23: ระบบอัปเกรด***
แสงสีทองสาดส่องวาบกลืนกินสรรพสิ่งภายในมิติลับจนสว่างโร่ประดุจเวลากลางวัน หลินเหม่ยหลินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง สองแขนเรียวโอบกอดร่างเล็กของหลี่เสี่ยวเป่าเอาไว้แนบอกโดยสัญชาตญาณความเป็นแม่ พลางหลับตาแน่นเพื่อหลบหลีกแสงเจิดจ้าที่บาดลึกถึงโสตประสาท เสียงกัมปนาทอื้ออึงดังก้องสะท้านราวกับผืนฟ้าและแผ่นดินกำลังถูกพลิกกลับด้าน ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น กลับไม่มีสัมผัสแห่งอันตรายใดๆ คุกคามเข้าหาตัวนาง มีเพียงกระแสลมปราณบริสุทธิ์ที่พัดวนรอบกายอย่างอ่อนโยน คอยปกป้องคุ้มครองสองแม่ลูกเอาไว้
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ แสงสว่างจ้าและแรงสั่นสะเทือนค่อยๆ สงบลง หลินเหม่ยหลินลืมตาขึ้นช้าๆ กวาดสายตามองไปรอบบริเวณ สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คืออากาศภายในมิติลับที่บริสุทธิ์และสดชื่นยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว กลิ่นหอมจางๆ ของไอดินและละอองน้ำลอยแตะจมูก บ่อน้ำทิพย์ที่เคยมีขนาดเล็กกะทัดรัด บัดนี้ได้ขยายกว้างขึ้นอีกหลายชุ่น ผิวน้ำใสกระจ่างดุจกระจกสะท้อนแสงระยิบระยับ ละอองปราณสีขาวจางๆ ลอยกรุ่นอยู่เหนือผิวน้ำ ราวกับเป็นสระน้ำแห่งแดนเซียน
[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบ!]
เสียงของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นในห้วงคำนึง หากแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงแหลมเล็กที่แห้งแล้งและแข็งกระด้างดั่งที่เคยเป็น กลับแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงกังวานใส นุ่มนวล และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาราวกับดรุณีแรกรุ่น
"ยินดีด้วยเจ้าค่ะนายหญิง! การดูดซับพลังงานเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว!" เสี่ยวชุ่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี "เมื่อครู่นี้ รสชาติอันล้ำเลิศไร้ที่ติของหมูสามชั้นตุ๋นที่ผสานเข้ากับหยาดน้ำทิพย์บริสุทธิ์ ได้ไปกระตุ้นอารมณ์ความสุขและความพึงพอใจอย่างล้นปรี่ของท่านและนายน้อยเสี่ยวเป่า คลื่นความรู้สึกอันแรงกล้านั้นได้แปรเปลี่ยนเป็น 'พลังงานความพึงพอใจระดับสูงสุด' ซึ่งเป็นเสบียงหล่อเลี้ยงชั้นยอดของระบบครัวสวรรค์ ส่งผลให้แกนกลางพลังงานทะลวงขีดจำกัด และนำไปสู่การอัปเกรดระบบได้สำเร็จเจ้าค่ะ!"
หลินเหม่ยหลินผ่อนลมหายใจยาวอย่างโล่งอก มือบางลูบศีรษะบุตรชายที่ยังคงกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง นางคลี่ยิ้มบางๆ พลางเอ่ยถามในใจ "การอัปเกรดครั้งนี้ มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเสี่ยวชุ่ย?"
แผงหน้าต่างโปร่งแสงปรากฏขึ้นเบื้องหน้านางอีกครั้ง คราวนี้กรอบหน้าต่างล้อมรอบด้วยลวดลายเถาวัลย์สีทองวิจิตรตระการตา ตัวอักษรที่ปรากฏก็ส่องแสงเรืองรองเด่นชัด
[ระบบครัวสวรรค์ได้รับการยกระดับ! ปลดล็อกรางวัลพิเศษ: ตำราเทคนิคการถนอมอาหารระดับกลาง!]
"เทคนิคการถนอมอาหารระดับกลาง?" หลินเหม่ยหลินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจประหลาดใจ
"ถูกต้องเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุ่ยอธิบายเจื้อยแจ้ว "ตำราเล่มนี้บรรจุเคล็ดวิชาการถนอมอาหารสูตรลับจากยุคโบราณกาล ครอบคลุมถึงกรรมวิธีการทำผักดองวิเศษ และของป่าหมักเกลือสูตรพิเศษที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่จะรักษาสภาพวัตถุดิบให้คงความสดใหม่และเก็บไว้ได้ยาวนานข้ามปี แต่เทคนิคเหล่านี้ยังสามารถดึงรสชาติความกลมกล่อมล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ภายในพืชผักและเนื้อสัตว์ออกมาได้อย่างถึงขีดสุด หากนำไปผสานกับทักษะ 'เร่งกระบวนการหมัก' ที่ท่านมีอยู่แล้ว ของหมักดองของท่านจะกลายเป็นของล้ำค่าที่หาผู้ใดเปรียบเทียบมิได้ในใต้หล้า!"
ดวงตาของอดีตเชฟสาวทอประกายวาววับราวกับได้พบเจอขุมทรัพย์ล้ำค่า ความคิดในหัวของนางแล่นฉิวราวกับสายน้ำเชี่ยว สมองอันปราดเปรื่องเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ทางการค้าในปัจจุบันอย่างรวดเร็ว
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ธุรกิจน้ำพริกของนางเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดก็จริง แต่ในฐานะผู้ที่เคยผ่านสมรภูมิธุรกิจอาหารอันดุเดือดในโลกก่อน นางย่อมรู้ซึ้งถึงสัจธรรมข้อหนึ่งเป็นอย่างดี นั่นคือ 'ของอร่อยย่อมมีคนจ้องจะเลียนแบบ' แม้น้ำพริกของนางจะมีเคล็ดลับอยู่ที่การเร่งกระบวนการหมักในมิติลับ แต่ส่วนผสมหลักอย่างพริก กระเทียม และเครื่องเทศ ล้วนเป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไปในตลาดตำบลชิงจู๋
หากปล่อยเวลาเนิ่นนานออกไป บรรดาพ่อค้าหัวใสหรือคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง 'เหลาอาหารฝูหรง' ย่อมต้องพยายามแกะสูตรและเสาะหาเครื่องเทศมาผสมเลียนแบบรสชาติ แม้พยายามร้อยครั้งก็มิอาจเทียบเคียงรสชาติที่แท้จริงได้ ทว่าหากพวกเขาเลือกใช้กลยุทธ์หั่นราคาเพื่อแย่งชิงลูกค้า ก็อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของนางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การมีสินค้าเพียงชนิดเดียวในมือ จึงเปรียบเสมือนการนำไข่ไก่ทั้งหมดใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียวกัน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจยอมรับได้
"นับว่ามาได้ถูกจังหวะเสียจริง" หลินเหม่ยหลินแย้มยิ้มมุมปาก "ข้ากำลังคิดหาลู่ทางขยายสินค้าตัวใหม่อยู่พอดี หากมีผักดองรสเลิศและของป่าหมักเกลือเพิ่มเข้ามาเป็นสินค้าชนิดที่สอง ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกลอกเลียนแบบสูตรน้ำพริก แต่สินค้าประเภทของหมักดองนี้ ยังเก็บรักษาได้นาน ทนทานต่อการขนส่ง หากในอนาคตข้าสามารถติดต่อค้าขายกับกลุ่มพ่อค้าเร่ หรือขบวนคุ้มกันสินค้าที่ต้องเดินทางไกลข้ามเมืองได้ สินค้าเหล่านี้ย่อมกลายเป็นเสบียงกรังชั้นยอดที่พวกเขายินดีทุ่มเงินก้อนโตเพื่อรับซื้อ!"
วิสัยทัศน์ของนางทอดยาวไปไกลแสนไกล การแยกบ้านออกจากตระกูลหลี่ที่เน่าเฟะ คงไม่ใช่เพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ อีกต่อไป
เมื่อออกจากมิติลับในค่ำคืนนั้น หลินเหม่ยหลินนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับเสียงไก่ขันและสายหมอกที่ปกคลุมหมู่บ้านชิงสุ่ย นางตื่นแต่เช้าตรู่ จัดเตรียมอาหารง่ายๆ ให้เสี่ยวเป่า พร้อมกับกำชับให้บุตรชายตัวน้อยเล่นอยู่แต่ในห้อง ห้ามออกไปเผชิญหน้ากับความร้ายกาจของซุนเหมยฮวาหรือจ้าวกุ้ยเซียนโดยเด็ดขาด
จากนั้นนางจึงสะพายตะกร้าสานไม้ไผ่ขึ้นหลัง ก้าวเดินออกจากบ้านตระกูลหลี่ มุ่งหน้าสู่ 'ภูเขาหมอกคราม' ทันที
บรรยากาศยามเช้าบนภูเขาหมอกครามเต็มไปด้วยความชุ่มชื้น หยาดน้ำค้างเกาะพราวบนใบไม้สะท้อนแสงแดดอ่อนๆ หลินเหม่ยหลินสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะกระตุ้นพลังในร่างและเปิดใช้งานความสามารถ 'เนตรวิเคราะห์' ทันที
ดวงตาของนางเปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าพลันแปรเปลี่ยนไป ต้นไม้ใบหญ้าและพืชพรรณต่างๆ ปรากฏละอองแสงสีสันแตกต่างกันออกไปลอยล้อมรอบตัวพวกมัน แสงสีขาวขุ่นบ่งบอกถึงวัชพืชไร้ค่า แสงสีเหลืองนวลบ่งบอกถึงผักป่าคุณภาพดี
นางเดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ มือเรียวคอยเด็ดเก็บผักกาดป่าอวบอ้วน หัวไชเท้าภูเขาเนื้อแน่น และหน่อไม้ฤดูหนาวที่เพิ่งแทงยอดพ้นดินใส่ลงในตะกร้าอย่างคล่องแคล่ว วัตถุดิบชั้นเลิศเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะนำไปทดลองวิชาถนอมอาหารระดับกลางที่เพิ่งได้มาใหม่
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในเขตป่า ต้นไม้ก็ยิ่งขึ้นหนาทึบ บรรยากาศรอบด้านเริ่มเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของนางเหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้ง
ขณะที่หลินเหม่ยหลินกำลังเพลิดเพลินกับการเก็บวัตถุดิบอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง หางตาของนางก็สะดุดเข้ากับประกายแสงบางอย่าง เนตรวิเคราะห์จับจ้องไปยังหลังโขดหินขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ระโยงระยาง ณ ตรงนั้น มีออร่าแสงสีเขียวมรกตประกายทองสว่างวาบเจิดจ้า แตกต่างจากพืชพรรณทุกชนิดที่นางเคยพบเห็นมา!
แสงสีเขียวมรกตเจิดจรัสเช่นนี้ เสี่ยวชุ่ยเคยบอกไว้ว่ามันคือสัญลักษณ์ของ 'สมุนไพรวิเศษหายาก' ที่มีสรรพคุณล้ำเลิศ!
หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น ขาทั้งสองข้างก้าวตรงเข้าไปหาโขดหินก้อนนั้นอย่างลืมตัว มือบางเอื้อมออกไปหมายจะแหวกพุ่มเถาวัลย์เพื่อทอดทัศนาสมุนไพรล้ำค่าเบื้องหน้า
ทว่าในชั่วพริบตาที่ปลายนิ้วของนางกำลังจะสัมผัสกับใบไม้ พลันมีเงาร่างสายหนึ่งพุ่งทะยานพรวดพราดออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบด้านข้างอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ!
"แม่นาง ระวัง! หมอบลงเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนแหบพร่าทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจดังลั่น พร้อมกับฝ่ามือหยาบกร้านของบุรุษผู้หนึ่งที่คว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ของนาง แล้วออกแรงกดร่างบางให้ทรุดตัวหมอบลงกับพื้นดินอย่างรวดเร็ว
ฟุ่บ!
เพียงเสี้ยวลมหายใจที่ร่างของนางร่วงลงสู่พื้น เงาดำทะมึนของสิ่งมีชีวิตบางอย่างก็พุ่งฉกวูบผ่านเหนือศีรษะนางไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด! กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะทะจมูก พร้อมกับเสียงขู่คำรามฟ่อๆ ที่ชวนให้ขนลุกซู่ดังมาจากเบื้องบน
หลินเหม่ยหลินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับร่างอันใหญ่โตของอสรพิษเกล็ดนิลตัวเขื่องที่กำลังชูคอแผ่แม่เบี้ย นัยน์ตาสีแดงฉานของมันจ้องเขม็งมาราวกับมัจจุราชที่หมายจะเอาชีวิต!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: พบหมอจาง]**