ตอนที่ 25

***บทที่ 25: รายได้เสริมจากสมุนไพร***

ประกายโลหะเย็นเยียบสะท้อนแสงอาทิตย์อัสดง พุ่งแวกอากาศด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน โสตประสาทของหลินเหม่ยหลินได้ยินเสียงเตือนภัยจากระบบเสี่ยวชุ่ยดังก้อง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักผสานกับร่างกายที่ได้รับการฟื้นฟูจากน้ำทิพย์ในมิติลับ ทำให้นางตอบสนองได้รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ

ร่างระหงทิ้งน้ำหนักลงสู่พื้นดินอย่างฉับพลัน พร้อมกับเบี่ยงศีรษะหลบไปด้านข้างเพียงเสี้ยวลมหายใจ!

"ฉึก!"

มีดสั้นเล่มจิ๋วพุ่งถากปอยผมของนางไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะปักลึกเข้าที่ลำต้นของต้นสนใหญ่ด้านหลังจนมิดด้าม เสียงสั่นสะเทือนของใบมีดดังบาดหู หมอจางที่เพิ่งรู้ตัวเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าวัยกลางคนซีดเผือดไร้สีเลือด

"ผู้ใดกัน! บังอาจลอบทำร้ายผู้คนกลางวันแสกๆ ในเขตหมู่บ้านชิงสุ่ย!" หมอจางตวาดลั่นป่า สายตาเกรี้ยวกราดกวาดมองไปยังดงหญ้าสูงทึบ

เสียงสวบสาบของฝีเท้าที่เหยียบย่ำกิ่งไม้แห้งดังห่างออกไปอย่างรวดเร็ว บ่งบอกว่าผู้ลอบโจมตีเห็นท่าไม่ดีจึงเร้นกายหนีหายไปในความมืดที่เริ่มโรยตัวลงมา หลินเหม่ยหลินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ดวงตาหงส์หรี่ลงอย่างเย็นชา

*[รายงานโฮสต์... ศัตรูหลบหนีพ้นรัศมีตรวจจับแล้ว ไม่พบร่องรอยของปราณสังหารเพิ่มเติม]* เสียงของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นในหัวเพื่อยืนยันความปลอดภัย

นางรู้ดีว่าความมั่งคั่งและพรสวรรค์ย่อมนำมาซึ่งความริษยา ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดที่ส่งคนมาข่มขู่ อาจเป็นอัธพาลในตลาด หรือสายสืบจากร้านยาเหิงเตี้ยนที่เสียผลประโยชน์ แต่นางจะไม่ยอมให้เรื่องนี้มาขัดขวางเส้นทางรอดของครอบครัว

"แม่นางหลิน เจ้าเป็นอันใดหรือไม่!" หมอจางรีบก้าวเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

"ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ลมภูเขาคงพัดแรงไปเสียหน่อย" หลินเหม่ยหลินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทว่าความเยือกเย็นของนางกลับยิ่งทำให้หมอจางรู้สึกเลื่อมใสในตัวสตรีผู้นี้มากยิ่งขึ้น

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาและเสี่ยงอันตรายไปมากกว่านี้ หมอจางจึงรีบหยิบก้อนเงินตำลึงแวววาวและพวงทองแดงออกมาจากอกเสื้อ ยัดใส่มือของหลินเหม่ยหลินอย่างรวดเร็ว

"หนึ่งตำลึงเงินกับอีกห้าร้อยอีแปะ รับไปเถิดแม่นางหลิน! สมุนไพรในตะกร้านี้ ทั้งโสมตังกุยป่าแดงและเห็ดหูหนูภูเขา ล้วนเป็นของล้ำค่าที่ถูกเก็บรักษามาอย่างสมบูรณ์แบบ ข้าให้ราคาตามความเป็นจริง ไม่เอาเปรียบเจ้าแม้แต่ทองแดงแดงเดียว" หมอจางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "และหากวันหน้า เจ้าขึ้นเขาแล้วได้พบเจอสมุนไพรชั้นยอดเช่นนี้อีก ไม่ต้องนำไปขายที่ร้านยาในตำบลให้ถูกกดราคา จงนำมาหาข้าโดยตรง ข้ารับซื้อไม่อั้น!"

หลินเหม่ยหลินก้มมองเงินในมือ มุมปากยกยิ้มบางๆ "เช่นนั้นก็ขอบคุณหมอจางมากเจ้าค่ะ ข้าจะจดจำคำของท่านไว้"

ข้อเสนอนี้เปรียบเสมือนแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในแผนการของนาง เงินจากการขายน้ำพริกหมูกรอบวิเศษและของป่าหมักเกลือนั้นมากมายก็จริง แต่นางไม่สามารถนำเงินเหล่านั้นออกมาใช้จ่ายในเรือนสกุลหลี่ได้อย่างเปิดเผย หากจ้าวกุ้ยเซียนผู้เป็นแม่สามีทราบเรื่อง ย่อมต้องเกิดความโลภและหาทางริบเงินทั้งหมดไปบำรุงบำเรอหลี่ต้าเหอเป็นแน่ ทว่าบัดนี้ นางมี 'รายได้เสริมจากสมุนไพร' เป็นข้ออ้างบังหน้าชั้นเยี่ยมแล้ว การหาของป่าเป็นสิ่งที่ชาวบ้านทำกันทั่วไป ยิ่งมีหมอจางเป็นพยานรับรอง ใครเล่าจะกล้าสงสัยถึงที่มาของทรัพย์สินเหล่านี้

เมื่อแยกย้ายกับหมอจาง หลินเหม่ยหลินเร่งฝีเท้ากลับสู่ลานเรือนสกุลหลี่ ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีรัตติกาลเรียบร้อยแล้ว ทันทีที่นางก้าวเท้าข้ามธรณีประตู เสียงตวาดแหลมสูงก็ดังแหวกอากาศมาต้อนรับ

"นังตัวดี! หายหัวไปร่อนเร่ที่ใดมาจนป่านนี้! ข้าวปลาในครัวก็ไม่รู้จักเตรียม ปล่อยให้แม่ผัวอย่างข้าต้องทนหิว รอให้เจ้ามาปรนนิบัติ หรือเจ้าคิดว่าสามีเจ้าส่งเงินมาให้แล้ว เจ้าจะทำตัวขี้เกียจสันหลังยาวเช่นไรก็ได้!"

จ้าวกุ้ยเซียนยืนท้าวเอวชี้นิ้วด่าทออยู่หน้าเรือนหลัก ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโทสะ โดยมีซุนเหมยฮวา สะใภ้ใหญ่ยืนลอยหน้าลอยตา แสร้งทำเป็นพัดวีให้แม่สามีอยู่ด้านข้าง

หลินเหม่ยหลินมิได้สะทกสะท้าน นางเพียงเดินเข้าไปใกล้ แกล้งล้วงมือเข้าไปในตะกร้าไม้ไผ่ที่ว่างเปล่า (แท้จริงแล้วแอบหยิบเงินจากมิติลับ) ก่อนจะโยนพวงทองแดงจำนวนสามร้อยอีแปะลงบนโต๊ะหินกลางลานเรือน เสียงเหรียญทองแดงกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งกังวานใส

"นั่นอะไรน่ะ?" จ้าวกุ้ยเซียนชะงักคำผรุสวาท ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างเมื่อเห็นประกายของเงินทองแดง

"วันนี้ข้าขึ้นเขาหมอกคราม บังเอิญเก็บสมุนไพรได้จำนวนหนึ่ง จึงนำไปขายให้หมอจาง ทานหมอเห็นว่าข้าลำบากจึงรับซื้อไว้ในราคาที่ยุติธรรม... นี่คือเงินสามร้อยอีแปะ ข้ามอบให้ท่านแม่เพื่อเป็นค่าอาหารและค่าบำรุงเรือนเจ้าค่ะ" หลินเหม่ยหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อมจอมปลอม

แม้สามร้อยอีแปะจะเป็นเพียงเศษเงินเมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมดของนาง แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ครอบครัวชาวนาทั่วไปตื่นตะลึง สำหรับจ้าวกุ้ยเซียนผู้ตระหนี่ถี่เหนียว เงินก้อนนี้เปรียบดั่งลาภลอยก้อนโต หญิงชรารีบตะครุบพวงทองแดงมากอดไว้ในอกทันที ราวกับกลัวว่ามันจะบินหนีไป

"ฮึ! ถือว่าเจ้ายังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง ไม่เสียแรงที่สกุลหลี่เลี้ยงดูเจ้ากับไอ้เด็กอมโรคนั่น" จ้าวกุ้ยเซียนแค่นเสียง แม้ในใจจะยังหวาดระแวงและอคติ แต่ความโลภก็บดบังความสงสัยไปจนสิ้น หญิงชราคิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว หากนังสะใภ้รองหาเงินได้มากเพียงนี้ แสดงว่าบนภูเขาหมอกครามย่อมมีสมุนไพรล้ำค่าซุกซ่อนอยู่อีกมาก

ทางด้านซุนเหมยฮวาที่เห็นเงินก็ตาลุกวาว ลอบกัดริมฝีปากด้วยความริษยาจนแทบห้อเลือด

หลินเหม่ยหลินไม่สนใจสายตาของคนทั้งสอง นางขอตัวกลับเข้าห้องซอมซ่อของตนเองเพื่อดูแลหลี่เสี่ยวเป่า ปล่อยให้จ้าวกุ้ยเซียนลูบคลำเหรียญทองแดงด้วยความปีติ หารู้ไม่ว่าการโยนเศษเนื้อให้สุนัขหิวโซในครั้งนี้ แม้จะลดความหวาดระแวงลงได้ แต่กลับไปกระตุ้นความโลภอันไร้ที่สิ้นสุดของพวกมันแทน

ค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบในห้องของสะใภ้รอง ทว่าในเรือนหลักกลับมีเสียงกระซิบกระซาบวางแผนการร้าย

รุ่งอรุณของวันใหม่เพิ่งจะสาดแสงสีทองจับขอบฟ้า เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ย่ำตึงตังมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของหลินเหม่ยหลิน

"ปัง! ปัง! ปัง!"

บานประตูไม้ผุพังถูกทุบอย่างรุนแรงจนบานพับแทบจะหลุดกระเด็น หลินเหม่ยหลินที่เพิ่งตื่นจากการทำสมาธิในมิติลับ รีบดึงตัวเสี่ยวเป่ามากอดไว้ด้านหลัง ดวงตาเรียวหงส์ทอประกายเย็นเยียบ ทันทีที่บานประตูเปิดออก นางก็พบกับใบหน้าหยิ่งยโสของหลี่ต้าเหอ บัณฑิตสอบตกผู้เป็นพี่ใหญ่ของสามี ยืนเชิดหน้าอยู่เคียงข้างจ้าวกุ้ยเซียน

ทว่าสิ่งที่ทำให้นางต้องหรี่ตาลง คือเงาร่างของชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่เบื้องหลังหลี่ต้าเหอ พวกมันมีท่าทีคุกคามราวกับนักเลงทวงหนี้!

"นังสะใภ้รอง! มัวแต่นอนกินบ้านกินเมืองอยู่ได้ ออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงของหลี่ต้าเหอตวาดกร้าว แววตาเต็มไปด้วยความละโมบและไร้ยางอาย "อีกสามวันข้าต้องไปร่วมงานชุมนุมกวีที่ตัวอำเภอ ข้าต้องการเงินไปซื้อกระดาษสวียนจื่อชั้นยอดและหมึกฮุยโจว! ในเมื่อเจ้าหาเงินได้ ท่านแม่ก็ตกลงแล้วว่า... วันนี้เจ้าจงขึ้นเขาไปขุดสมุนไพรมาขายอีกประเดี๋ยวนี้ หากหาเงินมาให้ข้าไม่ได้สองตำลึงเงิน ก็อย่าหวังว่าจะได้ซุกหัวนอนในเรือนสกุลหลี่อีกต่อไป!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: คำขอที่ไร้ยางอาย]**