ตอนที่ 26

***บทที่ 26: คำขอที่ไร้ยางอาย***

"สองตำลึงเงิน?"

น้ำเสียงของหลินเหม่ยหลินราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าดวงตาเรียวหงส์กลับหรี่แคบลงจนแผ่ซ่านไอเย็นเยือก สองตำลึงเงินสำหรับชาวไร่ชาวนาในหมู่บ้านชิงสุ่ย ถือเป็นทรัพย์สินก้อนโตที่ครอบครัวหนึ่งใช้กินอยู่ได้อย่างสุขสบายถึงครึ่งปี! ทว่าบุรุษตรงหน้ากลับเรียกร้องหน้าตาเฉย ราวกับว่าเงินทองเหล่านี้สามารถเด็ดดอมได้จากใบไม้บนเขาหมอกคราม

"พี่ใหญ่ช่างเปิดปากได้กว้างเสียจริง" หญิงสาวเหยียดยิ้มหยัน "กระดาษสวียนจื่อชั้นยอด? หมึกฮุยโจว? สิ่งเหล่านั้นคือเครื่องเขียนระดับบรรณาการหรือของล้ำค่าประจำจวนคหบดีใหญ่ บัณฑิตที่สอบตกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนอายุล่วงเลยป่านนี้ ยังกล้าฝันเฟื่องใช้ของสูงส่งปานนั้นเชียวหรือ?"

"นังแพศยาปากดี!" หลี่ต้าเหอหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธเกรี้ยว ถูกจี้ใจดำเรื่องสอบตกจนเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ "ข้าคือปัญญาชน! คือความหวังของตระกูลหลี่! สตรีโง่งมเช่นเจ้าจะไปรู้อันใด งานชุมนุมกวีครานี้รวมยอดคนจากทั่วสารทิศ หากข้าไม่มีอุปกรณ์ชั้นเลิศ จะรังสรรค์บทกวีที่คู่ควรให้หลงจู๊หรือคหบดีในเมืองยอมรับได้อย่างไร!"

จ้าวกุ้ยเซียนที่ยืนกอดอกอยู่ด้านข้างรีบถลึงตาใส่ลูกสะใภ้รอง สนับสนุนบุตรชายคนโปรดสุดลิ่มทิ่มประตู "ต้าเหอพูดถูก! ในเมื่อเจ้ามีปัญญาขึ้นเขาไปหาสมุนไพรมาขายจนได้เงินตรามาบ้างแล้ว ก็ถือเป็นหน้าที่ที่เจ้าต้องนำเงินเหล่านั้นมาสนับสนุนพี่ใหญ่ของเจ้า! หากต้าเหอสอบผ่านได้เป็นขุนนางเมื่อใด พวกเราตระกูลหลี่ย่อมได้เสวยสุข เจ้าเองก็จะได้พึ่งใบบุญไปด้วย มีแต่รุ่งเรืองกับรุ่งเรือง!"

คำอ้างเรื่อง 'พึ่งใบบุญ' และ 'ความหวังของตระกูล' ทำเอาหลินเหม่ยหลินแทบจะหลุดหัวเราะเยาะออกมา หญิงชราผู้นี้ช่างหน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมือง ช่างกล้าพูดเรื่องบุญคุณ ทั้งที่ยึดเบี้ยหวัดที่หลี่จงผู้เป็นสามีของนางส่งมาให้จากขบวนคุ้มกันสินค้าไปจนหมดสิ้น ปล่อยให้สะใภ้รองและหลานชายตัวน้อยต้องทนหิวโซจนแทบสิ้นใจอยู่ในห้องซอมซ่อ

ระหว่างที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด เสียงหัวเราะแหลมเล็กก็ดังแทรกขึ้นมา ซุนเหมยฮวา สะใภ้ใหญ่ของบ้านที่ยืนแทะเมล็ดแตงโมพิงกรอบประตูเรือนหลัก ค่อยๆ เดินกรีดกรายเข้ามาสมทบ ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มจอมปลอมที่ดูน่าสะอิดสะเอียน

"น้องสะใภ้รอง เจ้าอย่าได้อกตัญญูและเห็นแก่ตัวนักเลย" ซุนเหมยฮวาแสร้งทอดถอนใจ ทำทีเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่ง "สตรีแต่งเข้าบ้านสามี ย่อมต้องถือผลประโยชน์ของตระกูลสามีเป็นที่ตั้ง พี่ใหญ่กำลังจะไปสร้างชื่อเสียงให้ตระกูลหลี่ เจ้ามีหน้าที่ต้องเสียสละก็สมควรทำมิใช่หรือ? แค่ขึ้นเขาหมอกครามไปขุดสมุนไพรมาขายอีกสักสองสามรอบ จะลำบากยากเย็นอันใดนักหนา หากเจ้าไม่ทำ ก็เท่ากับเนรคุณต่อบรรพชนตระกูลหลี่ที่ให้ที่ซุกหัวนอน!"

*[นายท่าน... ข้าทนฟังตรรกะวิบัติของคนพวกนี้ไม่ไหวแล้ว ขอข้าปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตพวกหน้าไม่อายให้ผมหงิกงอเลยได้หรือไม่!]* เสียงของเสี่ยวชุ่ย ปัญญาประดิษฐ์ในระบบครัวสวรรค์ดังขึ้นในหัวของหลินเหม่ยหลินด้วยความเดือดดาล

'เงียบก่อนเสี่ยวชุ่ย' หลินเหม่ยหลินตอบกลับในใจ ขณะใช้เนตรวิเคราะห์กวาดตามองชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังหลี่ต้าเหอ

เพียงปราดเดียวระบบก็ประมวลผลออกมาว่า *[ชายฉกรรจ์ทั่วไป พละกำลังระดับต่ำ ไร้วรยุทธ์ เป็นเพียงนักเลงหัวไม้ปลายแถวในหมู่บ้าน]*

เมื่อรู้เช่นนั้น หญิงสาวก็คลายความกังวลลง นางกระชับอ้อมกอดที่โอบหลี่เสี่ยวเป่าให้แน่นขึ้น เด็กน้อยตัวสั่นเทาแต่ดวงตากลมโตกลับจ้องมองกลุ่มคนใจร้ายอย่างไม่ลดละ ไม่มีแววตาของเด็กขี้ขลาดที่ยอมให้ใครมารังแกมารดาอีกต่อไป

"เสียสละเพื่อตระกูล?" หลินเหม่ยหลินเชิดปลายคางขึ้น ดวงตาฉายแววเย้ยหยันถึงขีดสุด "พี่สะใภ้ใหญ่กล่าวได้ดีนัก หากการสนับสนุนพี่ใหญ่เป็นเรื่องสำคัญถึงปานนั้น เหตุใดท่านไม่มอบปิ่นเงินที่ซ่อนอยู่ในหีบใต้เตียงของท่านให้พี่ใหญ่ไปจำนำเล่า? หรือเหตุใดท่านแม่ไม่นำเงินของสามีข้าที่ส่งมากว่าสามตำลึงเมื่อเดือนก่อนออกมาใช้จ่าย? กลับมาบีบบังคับให้ข้าที่เพิ่งรอดตายจากพิษงู ขึ้นเขาไปเสี่ยงชีวิตเพียงเพื่อซื้อกระดาษเปื้อนหมึกให้บัณฑิตจอมปลอม!"

"นัง... นังตัวดี! เจ้ากล้าย้อนข้าเรอะ!" ซุนเหมยฮวาหน้าถอดสีเมื่อถูกแฉเรื่องปิ่นเงินที่แอบซุกซ่อนไว้

จ้าวกุ้ยเซียนยิ่งโกรธเกรี้ยวราวกับถูกไฟสุม นางกระทืบเท้าพร้อมชี้หน้าด่าทอ "นังตัวซวย! เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนข้า! วันนี้ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องหาเงินมาให้ต้าเหอ! หากขัดขืน ข้าจะให้คนของต้าเหอพังห้องนี้ทิ้ง แล้วไล่เจ้าระเห็จออกจากตระกูลหลี่ไปเป็นขอทานข้างถนนเสีย!"

หลี่ต้าเหอเชิดหน้าขึ้นสูง กางพัดในมือออกโบกเบาๆ แสร้งทำท่าทีราวกับบัณฑิตผู้ทรงภูมิ ทั้งที่กิริยาช่างดูขัดตาราวกับลิงสวมมงกุฎ "เห็นแก่ที่เจ้าโง่เขลา ข้าจะอธิบายให้ฟังเป็นวิทยาทาน บทกวีของข้านั้นลึกล้ำหาผู้ใดเปรียบ ในงานชุมนุมกวีครานี้ ข้าเตรียมบทกวีบรรยายทิวทัศน์ขุนเขาอันยิ่งใหญ่ไว้แล้ว หากได้เขียนลงบนกระดาษสวียนจื่อ ย่อมต้องเป็นที่เลื่องลือ! ฟังให้ดี... 'ภูเขาตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้า นกน้อยบินมาเกาะกิ่งไม้ น้ำจืดไหลรินเย็นชื่นใจ บัณฑิตยิ่งใหญ่ยืนทอดถอน' ...เป็นอย่างไร! สละสลวยและทรงพลังจนเจ้าถึงกับพูดไม่ออกเลยใช่หรือไม่!"

สิ้นเสียงท่องกวีที่แบนราบราวกับน้ำล้างจาน ทั่วทั้งบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบงัน หลินเหม่ยหลินถึงกับเบิกตากว้าง มิใช่เพราะความตื่นตะลึงในความงามของบทกวี ทว่านางกำลังทึ่งในความไร้ยางอายและพรสวรรค์อันตื้นเขินของบุรุษผู้นี้ต่างหาก!

บทกวีขยะที่เด็กสามขวบยังแต่งได้คล้องจองกว่านี้ เขากลับกล้าเรียกมันว่าผลงานชิ้นเอก และจะใช้เงินถึงสองตำลึงเพื่อซื้อมันไปประจานความโง่เขลาของตนเอง!

หลินเหม่ยหลินค่อยๆ ปล่อยมือจากหลี่เสี่ยวเป่า นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากค่อยๆ ขยายกว้างขึ้น แววตาที่มองหลี่ต้าเหอเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาอย่างปิดไม่มิด

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ตอกหน้าบัณฑิตจอมปลอม]**