ตอนที่ 28
***บทที่ 28: กลับสู่ตลาดอีกครั้ง***
หลินเหม่ยหลินยืนนิ่งงันอยู่ชั่วอึดใจ แววตาที่เบิกกว้างเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายระยับดุจดวงดาวในคืนเดือนแรม ท่ามกลางแสงสีทองเรื่อเรืองของยามอุษา รอยยิ้มมุมปากของนางลึกล้ำขึ้น... ผสานพลังหยินหยางขั้นสุดยอด? ยกระดับคุณภาพทะลวงขีดจำกัด?
นางลอบสื่อสารกับเสี่ยวชุ่ยในห้วงคำนึง *‘เสี่ยวชุ่ย ทะลวงขีดจำกัดที่เจ้าว่า หมายความว่ารสชาติของมันจะล้ำเลิศยิ่งกว่าเดิมกระนั้นหรือ?’*
*[ถูกต้องแล้วนายหญิง!]* น้ำเสียงของปัญญาประดิษฐ์เจื้อยแจ้วตอบกลับมาอย่างภาคภูมิใจ *[ด้วยพลังวิญญาณแห่งมิติลับที่หล่อหลอมเข้ากับเทคนิคการหมักขั้นสูง วัตถุดิบในตะกร้าของท่านยามนี้ ไม่เพียงแต่มีรสชาติที่ผสานความเผ็ดร้อนและกลมกล่อมอย่างสมบูรณ์แบบ แต่กลิ่นหอมของมันยังถูกดึงออกมาจนถึงขีดสุด นี่คือสุดยอดเครื่องปรุงที่แม้แต่พ่อครัวยอดฝีมือในเหลาอาหารอันดับหนึ่งยังต้องหลั่งน้ำตา!]*
เมื่อได้รับคำยืนยัน หลินเหม่ยหลินก็หัวเราะแผ่วเบาในลำคอ นางกระชับสายตะกร้าไม้ไผ่บนบ่าให้แน่นขึ้น ก่อนจะก้มลงส่งยิ้มอ่อนโยนให้หลี่เสี่ยวเป่าที่กำลังเงยหน้ามองมารดาด้วยดวงตากลมโตใสกระจ่าง
"ไปกันเถิดเป่าเอ๋อร์ วันนี้มารดาจะพาเจ้าไปเปิดหูเปิดตาที่ตลาดตำบลชิงจู๋ เราจะไปกอบโกยเงินทองให้เต็มกระเป๋า!"
"ขอรับท่านแม่!" เด็กน้อยรับคำเสียงใส กระชับมือที่จับกับมารดาแน่นขึ้น ฝีเท้าเล็กๆ ก้าวตามอย่างกระตือรือร้น
สองแม่ลูกเดินทอดน่องไปตามเส้นทางดินลูกรังที่ทอดยาวสู่ตัวตำบล ทิ้งเรือนตระกูลหลี่อันเสื่อมโทรมไว้เบื้องหลังอย่างไม่ไยดี สำหรับหลินเหม่ยหลินแล้ว จ้าวกุ้ยเซียนและหลี่ต้าเหอก็เป็นเพียงกรวดทรายริมทาง บัดนี้นางกุมจุดอ่อนของพวกมันไว้แน่น หากพวกมันยังกล้าแส่หาเรื่อง นางก็พร้อมจะบดขยี้ให้จมดิน ทว่ายามนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างรากฐานความมั่งคั่งของตนเองต่างหาก
ใช้เวลาเดินเท้าเพียงครึ่งชั่วยาม ผ่านทิวทัศน์ของทุ่งนาและภูเขาหมอกครามที่ทอดตัวยาวสลับซับซ้อน สองแม่ลูกก็เดินทางมาถึงตลาดตำบลชิงจู๋
ยามเฉินตลาดประจำตำบลกำลังคึกคักถึงขีดสุด เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเร่ขายสินค้าดังระงมแข่งกับเสียงเกือกม้าและล้อรถเข็นที่บดเบียดพื้นถนนดินเผา กลิ่นอายของวิถีชีวิตชาวบ้านกรุ่นกำจายไปทั่วบริเวณ
หลินเหม่ยหลินเลือกทำเลเดิมที่เคยมาวางขายเมื่อคราวก่อน บริเวณหัวมุมถนนใกล้กับต้นหลิวใหญ่ ทว่าครั้งนี้นางเพิ่งจะวางตะกร้าไม้ไผ่ลงบนแคร่ไม้ที่เช่ามา ยังไม่ทันจะได้ปลดผ้าคลุมออกเสียด้วยซ้ำ เสียงทักทายอย่างตื่นเต้นก็ดังขึ้นเบื้องหน้า
"แม่นางหลิน! ในที่สุดเจ้าก็มา ข้ามารอเจ้าตั้งแต่ตลาดยังไม่เปิดเสียอีก!"
สตรีร่างท้วมผู้หนึ่งรีบจ้ำอ้าวเข้ามาหา พร้อมกับตะกร้าจ่ายตลาดในมือ นางคือหนึ่งในลูกค้าที่ได้ชิมน้ำพริกสูตรพิเศษไปเมื่อครั้งก่อน "น้ำพริกของเจ้าหมดไปตั้งแต่สามวันก่อน ขาดมันไป ข้าวปลาที่บ้านก็จืดชืดจนสามีข้าบ่นไม่หยุด วันนี้ข้าต้องเหมาไปสักสองกระปุกใหญ่!"
"ใช่ๆ ข้าด้วย! วันก่อนข้าซื้อไปแค่นิดเดียว นึกเสียดายจนถึงบัดนี้" ชายวัยกลางคนอีกคนรีบแทรกตัวเข้ามา "เพื่อนบ้านข้าได้กลิ่นตอนข้าผัดข้าวกับน้ำพริกของเจ้า ถึงกับมาเคาะประตูขอแบ่ง วันนี้ข้าก็ต้องเอาไปฝากพวกเขากระปุกหนึ่ง!"
หลินเหม่ยหลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนยินดี ชื่อเสียงน้ำพริกของนางกระจายไปเร็วกว่าที่คิดไว้มาก!
"พี่สาว ท่านลุง โปรดใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ วันนี้ข้าเตรียมน้ำพริกมามากกว่าคราวก่อน รับรองว่าเพียงพอต่อทุกท่านแน่นอน"
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส พร้อมกับค่อยๆ เปิดฝาครอบกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำพริกลอตใหม่ออก
พริบตาที่ฝาถูกเปิดออก...
*พรึ่บ!*
กลิ่นหอมหวนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผ่านการผสานพลังหยินหยางและทะลวงขีดจำกัดจากมิติลับ ก็ระเบิดออกมาราวกับคลื่นพายุที่มองไม่เห็น!
มันไม่ใช่แค่กลิ่นเผ็ดร้อนของเครื่องเทศหมักอีกต่อไป ทว่ากลับมีความหอมล้ำลึกที่ยากจะอธิบาย คล้ายกลิ่นอายของแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงบนป่าลึก ผสมผสานกับความกลมกล่อมของวัตถุดิบที่หมักบ่มจนได้ที่ กลิ่นนั้นกำจายลอยล่องไปตามสายลม พุ่งทะลวงเข้าสู่โสตประสาทการรับกลิ่นของผู้คนในรัศมีหลายสิบจั้ง!
เสียงจอแจในบริเวณนั้นเงียบกริบลงชั่วขณะ ผู้คนนับสิบชีวิตที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดชะงักสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน
"กะ... กลิ่นอันใดกัน? หอมถึงเพียงนี้เชียวรึ!"
"สวรรค์! แค่ได้กลิ่น น้ำลายข้าก็สอจนแทบจะหยดลงพื้นแล้ว นี่ยังใช่อาหารของมนุษย์อยู่หรือ?"
ฝูงชนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาล้อมแผงของหลินเหม่ยหลินราวกับฝูงผึ้งที่ได้กลิ่นเกสรดอกไม้สวรรค์ จากลูกค้าประจำเพียงไม่กี่คน บัดนี้แผงเล็กๆ ของนางถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนนับร้อยที่เบียดเสียดกันจนแทบไม่มีที่ยืน
"ข้าเอาหนึ่งกระปุก!"
"ข้าเอาสามกระปุก! เท่าไหร่ข้าก็จ่าย!"
มือเรียวบางของอดีตเชฟสาวตักน้ำพริกใส่กระบอกไม้ไผ่ใบเล็กส่งให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่วว่องไว เงินอีแปะจำนวนมากถูกโยนลงในตะกร้าจนส่งเสียงดังกริ๊งๆ ไม่ขาดสาย หลี่เสี่ยวเป่าที่ทำหน้าที่ช่วยมารดารับเงินถึงกับยิ้มจนแก้มปริ แม้จะเหงื่อซึมแต่แววตาของเด็กน้อยกลับทอประกายแห่งความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ในขณะเดียวกัน ที่อีกฟากหนึ่งของถนนสายหลัก รถม้าคันหรูหราที่สลักลวดลายตระกูลผู้ดีกำลังเคลื่อนผ่านอย่างช้าๆ
ชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ท่าทางภูมิฐานและมีสง่าราศี นั่งอยู่บนตำแหน่งคนขับคู่กับบ่าวรับใช้ เขาคือพ่อบ้านแห่งคฤหาสน์คหบดีใหญ่ในตัวเมือง วันนี้เขาเดินทางมาที่ตำบลชิงจู๋เพื่อเสาะหาวัตถุดิบชั้นเลิศไปจัดเตรียมงานเลี้ยงสำคัญของนายท่าน
ทันใดนั้น สายลมระลอกหนึ่งก็หอบเอากลิ่นหอมประหลาดลอยมาปะทะจมูก
พ่อบ้านชะงัก รูม่านตาหดเล็กลงด้วยความตกตะลึง เขาเป็นถึงผู้ดูแลเรื่องอาหารการกินให้ตระกูลเศรษฐี อาหารเลิศรสจากทั่วสารทิศล้วนเคยผ่านตาผ่านจมูกมาหมดสิ้น ทว่ากลิ่นหอมที่ปลุกเร้าความอยากอาหารอย่างรุนแรงเช่นนี้... เขาไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิต!
"หยุดรถ!" พ่อบ้านตวาดสั่งเสียงหลง ก่อนจะกระโดดลงจากรถม้าโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ จมูกของเขาขยับฟุดฟิดราวกับสุนัขล่าเนื้อที่ได้กลิ่นเหยื่อชั้นยอด สายตาพุ่งตรงไปยังฝูงชนที่มุงดูกันมืดฟ้ามัวดินที่หัวมุมถนน
เขาออกแรงแหวกฝูงชนที่เบียดเสียดเข้าไปอย่างยากลำบาก กลิ่นหอมนั้นยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระเพาะอาหารของเขาส่งเสียงร้องครางประท้วง เมื่อแทรกตัวมาถึงด้านหน้าสุด นัยน์ตาของเขาก็จับจ้องไปยังกระบอกไม้ไผ่ใบใหญ่ที่บรรจุน้ำพริกสีสันจัดจ้าน กลิ่นหอมที่แทบจะช่วงชิงวิญญาณคนลอยวนอยู่เหนือแผงไม้นั้น
"นี่คือสิ่งใดกัน?" พ่อบ้านพึมพำด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะเงยหน้ามองสตรีหน้าตางดงามที่กำลังตักของสิ่งนั้นขายด้วยความรวดเร็ว
หลินเหม่ยหลินปาดเหงื่อที่หน้าผาก น้ำพริกลอตใหญ่ที่คิดว่าจะขายได้ทั้งวัน บัดนี้พร่องไปกว่าครึ่งในเวลาเพียงไม่ถึงชั่วยาม!
พ่อบ้านกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัญชาตญาณความเฉียบแหลมของเขาตระหนักได้ทันทีว่า หากนำสิ่งนี้ไปขึ้นโต๊ะจัดเลี้ยงในคฤหาสน์ นายท่านจะต้องตกรางวัลให้อย่างงามแน่! แต่ทว่าเมื่อเขามองไปยังปริมาณน้ำพริกที่ร่อยหรอลงทุกที และฝูงชนที่ยังคงตะโกนแย่งชิงกันอยู่ ความร้อนรนก็ปะทุขึ้นในอก
ชายวัยกลางคนสูดลมหายใจลึก ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ ชูถุงเงินที่ปักดิ้นทองขึ้นฟ้า แล้วแผดเสียงตวาดลั่นที่สยบความวุ่นวายของคนทั้งตลาด!
"แม่นางหยุดก่อน! น้ำพริกที่เหลือทั้งหมดในแผงของเจ้า... ข้าขอเหมาเรียบ!!"
เสียงตวาดนั้นดังกึกก้อง ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวชะงักงัน หลินเหม่ยหลินชะงักมือที่กำลังตักน้ำพริก ค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองบุรุษแปลกหน้าผู้มาเยือนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ...
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เข้าตาหลงจู๊]**