ตอนที่ 3

***บทที่ 3: เนตรวิเคราะห์และภูเขาหมอกคราม***

โลกเบื้องหน้าหลินเหม่ยหลินแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้นหญ้าวัชพืชริมรั้วลานบ้านที่เคยดูแห้งแล้งไร้ค่า บัดนี้กลับมีละอองแสงสีเทาหม่นลอยวนอยู่เหนือยอดใบ พร้อมกับอักษรเรืองแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงอย่างลี้ลับ

*(หญ้าหางสุนัข - คุณภาพ: ต่ำต้อย ไร้ประโยชน์ทางโภชนาการ)*

เสียงกระดิ่งแก้วของเสี่ยวชุ่ยดังเจื้อยแจ้วกังวานในหัว *‘นายหญิง นี่คือความสามารถของทักษะเนตรวิเคราะห์ มันจะช่วยประเมินคุณภาพและคุณสมบัติของพืชพรรณทุกชนิดในรัศมีสายตาของท่าน ท่านไม่ต้องกลัวว่าจะหยิบจับเห็ดพิษหรือสมุนไพรไร้ค่าอีกต่อไปเจ้าค่ะ!’*

หลินเหม่ยหลินกะพริบตาปริบๆ พยายามปรับตัวรับภาพซ้อนทับอันน่าอัศจรรย์เหล่านี้ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนมุมปาก อดีตแม่ครัวระดับยอดฝีมืออย่างนาง หากได้สุดยอดวัตถุดิบและดวงตาที่สามารถแยกแยะของดีของเลวได้ราวกับเทพเซียน การจะพลิกฟื้นชีวิตที่แร้นแค้นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็น นางกระชับตะกร้าไม้ไผ่สานและมีดทำครัวที่บิ่นไปครึ่งหนึ่งในมือให้แน่นขึ้น ก่อนจะก้าวเดินออกจากลานบ้านตระกูลหลี่ มุ่งหน้าสู่ภูเขาหมอกครามที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังหมู่บ้านชิงสุ่ย

ทว่า ทุกย่างก้าวของนางล้วนตกอยู่ในสายตาของซุนเหมยฮวา สะใภ้ใหญ่ผู้ซ่อนตัวอยู่หลังบานหน้าต่างไม้ของเรือนหลัก ใบหน้าอวบอูมของซุนเหมยฮวาบิดเบี้ยวด้วยความหมั่นไส้ ดวงตาหรี่แคบมองแผ่นหลังบอบบางของสะใภ้รองด้วยความอาฆาตมาดร้าย

"ถุย! ทำเป็นขยันขันแข็งอ้างว่าจะไปหาฟืนหาของป่า" ซุนเหมยฮวาสบถในลำคอ พลางหยิบเมล็ดแตงโมเข้าปากเคี้ยวอย่างเกียจคร้าน ถ่มเปลือกทิ้งลงบนพื้นอย่างไร้สกุล "หน้าหนาวใกล้เข้ามาแล้ว ภูเขาหมอกครามอันตรายจะตายไป สัตว์ป่าหิวโซเพ่นพ่านไปทั่ว หากแกถูกหมาป่าขย้ำตายอยู่บนเขาครามก็ดี บ้านหลี่จะได้ประหยัดข้าวสารไปได้อีกปากหนึ่ง ส่วนนังเด็กเหลือขอเสี่ยวเป่านั่น ข้าจะยุให้ท่านแม่ขายเป็นทาสรับใช้จวนเศรษฐีเสียให้สิ้นเรื่อง!"

สะใภ้ใหญ่แค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ไม่คิดจะห้ามปรามหรือเตือนภัยแม้แต่น้อย กลับยินดีปรีดาที่จะเห็นน้องสะใภ้ไปทิ้งชีวิต เพื่อที่ตนจะได้เสวยสุขในบ้านและไม่ต้องแบ่งปันเสบียงอันน้อยนิดให้ใครอีก

ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม หลินเหม่ยหลินก็เดินลัดเลาะมาจนถึงตีนเขาหมอกคราม อากาศบริเวณนี้เย็นเยียบกว่าในหมู่บ้านอย่างเห็นได้ชัด ม่านหมอกสีขาวจางๆ ลอยอวลอยู่ตามแนวป่าสนและต้นไผ่สูงชะลูด บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงนกร้องแว่วมาจากที่ไกลๆ นางสูดลมหายใจเข้าลึก รับเอาปราณบริสุทธิ์ของธรรมชาติเข้าสู่ปอด

เนตรวิเคราะห์ถูกเปิดใช้งานอย่างเต็มกำลัง แสงสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายลึกซึ้งในดวงตาหงส์ของนาง ทัศนียภาพรอบด้านถูกประเมินค่าอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ ใบหญ้า ตะไคร่น้ำ ล้วนมีป้ายบอกคุณภาพปรากฏขึ้น นางเดินลัดเลาะเข้าไปในดงไม้รกชัฏ ใช้สายตาอันแหลมคมสอดส่ายหาวัตถุดิบ ไม่นานนักสายตาก็ปะทะเข้ากับกลุ่มละอองแสงสีเขียวอ่อนที่ซุกซ่อนอยู่ใต้โคนต้นสนเฒ่า

*(เห็ดหูหนูภูเขา - คุณภาพ: ทั่วไป สดใหม่ เหมาะแก่การทำน้ำแกง)*

"เจอของดีเข้าแล้ว" หลินเหม่ยหลินพึมพำด้วยความยินดี นางย่อตัวลง ใช้มีดบิ่นๆ ค่อยๆ แซะโคนเห็ดอย่างเบามือเพื่อไม่ให้ช้ำ เห็ดป่าเหล่านี้ดอกใหญ่และอวบอิ่มกว่าที่นางเคยเห็นในชีวิตก่อนเสียอีก เนื้อสัมผัสคงจะกรุบกรอบและหวานตามธรรมชาติน่าดู

หลังจากเก็บเห็ดจนได้ค่อนตะกร้า นางก็เดินลึกเข้าไปในป่าอีกหน่อยจนพบกับพุ่มไม้เตี้ยๆ ที่มีผลสีแดงสดเม็ดเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ใต้ใบสีเขียวเข้ม ละอองแสงสีเขียวทอประกายสว่างวาบขึ้นในคลองจักษุ

*(พริกชี้ฟ้าป่า - คุณภาพ: ทั่วไป รสชาติเผ็ดร้อนดุดัน เหมาะแก่การถนอมอาหารและทำเครื่องจิ้ม)*

ดวงตาของแม่ครัวยอดฝีมือลุกวาวขึ้นมาทันที "พริกป่า! ยอดเยี่ยมยิ่งนัก นี่แหละคือหัวใจสำคัญของการทำน้ำพริกและของหมักดอง"

นางไม่รอช้า รีบเด็ดพริกป่าเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นว่าตะกร้าใบเก่าเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว นางจึงนึกถึงความสามารถพิเศษอีกอย่างของตนเอง เพียงตั้งจิตปรารถนา วัตถุดิบในตะกร้า ทั้งเห็ดป่าและพริกสดจำนวนมาก ก็อันตรธานหายไปในพริบตา ปรากฏไปกองรวมกันอยู่อย่างเป็นระเบียบในพื้นที่มิติลับสวนวิเศษอันปลอดภัยไร้กังวล

นางเก็บของป่าสลับกับลักลอบนำเก็บเข้ามิติอย่างเพลิดเพลินจนลืมสังเกตเวลาและสภาพแวดล้อมรอบกาย ทว่า ในขณะที่นางกำลังเอื้อมมือไปเด็ดพริกป่ากอสุดท้ายนั่นเอง...

ลมหนาวระลอกหนึ่งพลันพัดกรรโชกมาปะทะใบหน้า หอบเอากลิ่นคาวสาบสางที่รุนแรงจนชวนสะอิดสะเอียนมาด้วย เสียงพุ่มไม้ทึบด้านหลังหักลั่น 'กรอบแกรบ' คล้ายมีบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่โตกำลังก้าวเดินย่ำใบไม้แห้งเข้ามาใกล้อย่างเงียบเชียบ

หลินเหม่ยหลินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก เหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมขึ้นตามแผ่นหลัง เนตรวิเคราะห์ของนางที่เคยกวาดมองพืชพรรณอย่างสงบ บัดนี้กลับสะท้อนภาพกรอบแสงสีแดงฉานสว่างวาบทิ่มแทงสายตา ปรากฏขึ้นทะลุม่านหมอกเบื้องหลังพุ่มไม้ทึบ!

*(คำเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบสิ่งมีชีวิตอันตราย... ดุร้ายและหิวโซ!)*

ยังไม่ทันที่ข้อความแจ้งเตือนในหัวจะจบประโยคดี เสียงคำรามต่ำลึกที่ทำให้สั่นสะท้านไปถึงกระดูกก็ดังก้องป่า พร้อมกับเงาดำทมึนขนาดใหญ่ที่กระโจนพรวดออกมาจากพุ่มไม้ พุ่งตรงเข้าหาแผ่นหลังบอบบางของนางด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: มื้ออาหารแห่งความหวัง]**