ตอนที่ 32
***บทที่ 32: ความเปลี่ยนแปลงที่ปิดไม่มิด***
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านลานเรือนตระกูลหลี่ หอบเอาใบเหมยแห้งกรอบให้ปลิวว่อน หลินเหม่ยหลินยืนหยัดอย่างมั่นคง ฝีเท้าของนางไม่ขยับเขยื้อน ทว่าดวงตาหงส์กลับทอประกายเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในเหมันตฤดู จ้องทะลุผ่านความมืดมิดไปยังร่างที่สั่นเทิ้มด้วยความริษยาของซุนเหมยฮวา
รอยเท้าเปื้อนดินโคลนหน้าบานประตูห้องครัวนั้น ช่างพอดีกับรองเท้าผ้าฝ้ายสีมอซอที่ซุนเหมยฮวากำลังสวมใส่อยู่ไม่มีผิดเพี้ยน!
"พี่สะใภ้ใหญ่..." น้ำเสียงของหลินเหม่ยหลินราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยพลังกดดันที่มองไม่เห็น "ลมพัดแรงเพียงนี้ ท่านมายืนหลบมุมทำลับๆ ล่อๆ อันใดอยู่หลังต้นเหมย หรือว่ากำลังฝึกฝนวิชาโจรขโมยของกระนั้นหรือ?"
เมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา ซุนเหมยฮวาก็สะดุ้งโหยง ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด นางก้าวฉับๆ ออกมาจากเงามืด สองมือเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นอย่างเอาเรื่อง ทว่าเมื่อแสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าของหลินเหม่ยหลินอย่างชัดเจน หัวใจของซุนเหมยฮวาก็ยิ่งถูกแผดเผาด้วยไฟริษยาจนแทบคลุ้มคลั่ง
มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ปิดไม่มิด!
แต่ก่อนสะใภ้รองผู้นี้มีผิวพรรณหยาบกร้านราวกับเปลือกไม้แห้ง ซูบผอมจนเห็นกระดูก ใบหน้าหมองคล้ำไร้ราศี ทว่าบัดนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ผิวพรรณของนางนวลเนียนผุดผ่องราวกับหยกหิมะ แก้มซับสีเลือดฝาดดูมีน้ำมีนวล เปล่งประกายความงามที่แม้แต่คุณหนูในตัวตำบลยังต้องชิดซ้าย มิหนำซ้ำ รูปร่างที่เคยผอมแห้งก็กลับมามีทรวดทรงองเอว ดูงดงามสะกดสายตาจนไม่อาจละสายตาได้
"ข้า... ข้าจะเดินไปที่ใดในเรือนตระกูลหลี่ มันก็เรื่องของข้า!" ซุนเหมยฮวาแผดเสียงแหลมปรี๊ดเพื่อกลบเกลื่อนความผิดปกติของตนเอง ก่อนจะชี้หน้าหลินเหม่ยหลินอย่างจับผิด "เจ้าต่างหาก! วันๆ เอาแต่แบกตะกร้าขึ้นเขาลงเขา บอกว่าไปหาของป่า แต่ไฉนผิวพรรณเจ้าถึงได้เต่งตึงผุดผ่องปานนี้? เสี่ยวเป่าลูกของเจ้าก็อ้วนท้วนสมบูรณ์จนแก้มแทบจะปริแตกอยู่แล้ว!"
ดวงตาของซุนเหมยฮวาหรี่แคบลง กวาดตามองตะกร้าไผ่ใบใหญ่บนหลังของน้องสะใภ้ด้วยความหวาดระแวงปนโลภ "เจ้ายักยอกเงินที่หลี่จงส่งมา แอบไปซื้อของบำรุงราคาแพงมากินเองใช่หรือไม่! หรือว่า... หรือว่าเจ้าแอบคบชู้ ซุกซ่อนบุรุษอื่นไว้ในห้องครัวถึงได้ดูเปล่งปลั่งเยี่ยงสตรีที่ได้รับการปรนนิบัติเช่นนี้!"
ข้อกล่าวหาอันไร้ยางอายและสกปรกโสมมทำให้บรรยากาศรอบกายหลินเหม่ยหลินเย็นเยียบลงหลายส่วน นางก้าวเข้าไปหาซุนเหมยฮวาช้าๆ ท่วงท่าสง่างามทว่าแฝงความน่าเกรงขามจนสะใภ้ใหญ่ต้องก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"พี่สะใภ้ใหญ่ ระวังปากของท่านไว้บ้าง" หลินเหม่ยหลินเอ่ยเสียงต่ำ "สามีข้าทำงานเป็นผู้คุ้มกันขบวนสินค้าเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่แดนไกล เงินที่เขาส่งมาก็ถูกท่านแม่ยึดไปจนหมดสิ้น เรื่องนี้ท่านย่อมรู้ดีกว่าใคร ส่วนเรื่องที่ข้ากับเสี่ยวเป่ามีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้าง ก็เพราะข้ารู้จักหาผักหาหญ้ากินประทังชีวิต ไม่เหมือนผู้บางคนที่วันๆ เอาแต่ประจบสอพลอ หลบเลี่ยงงานบ้าน รอคอยแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อผู้อื่น!"
"นี่เจ้าด่าข้าหรือ!" ซุนเหมยฮวาหน้าดำหน้าแดง
"ข้าเพียงพูดความจริง" หลินเหม่ยหลินปรายตามองรองเท้าเปื้อนโคลนของอีกฝ่าย "และหากข้าพบว่ามีผู้ใดแอบงัดแงะประตูห้องครัวของข้าอีก ข้าจะไม่เกรงใจนำมีดบังตอมาสับมือที่สอดรู้สอดเห็นนั้นทิ้งเสีย!"
คำขู่ที่แฝงจิตสังหารทำให้ซุนเหมยฮวาลอบกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ นางเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตา ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินกระแทกกระทั้นกลับเรือนของตนไป ปากก็สบถด่าทอไม่หยุดหย่อน
เมื่อลานเรือนกลับมาเงียบสงบ หลินเหม่ยหลินจึงผลักบานประตูห้องครัวที่แง้มอยู่เข้าไป ภาพที่เห็นทำให้จิตใจของนางผ่อนคลายลง หลี่เสี่ยวเป่าตัวน้อยกำลังนั่งสัปหงกอยู่ข้างเตาไฟที่ดับมอดแล้ว ทันทีที่ได้ยินเสียงประตู เด็กน้อยก็สะดุ้งตื่น ขยี้ตาป้อมๆ ก่อนจะยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวสะอาด
"ท่านแม่! ท่านกลับมาแล้ว" เสี่ยวเป่าวิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขาของนาง
หลินเหม่ยหลินลูบศีรษะทุยๆ ของบุตรชายด้วยความรักใคร่ แก้มของเสี่ยวเป่าตอนนี้ยุ้ยและมีสีชมพูระเรื่อ ร่างกายที่เคยผอมโซบัดนี้อวบอิ่มแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงมาจากการที่นางแอบนำ 'น้ำทิพย์' จากบ่อน้ำวิเศษในมิติลับมาผสมลงในอาหารและน้ำดื่มทุกมื้อนั่นเอง สรรพคุณของน้ำทิพย์นั้นล้ำเลิศนัก ไม่เพียงแต่ช่วยชำระล้างสิ่งตกค้างในร่างกาย แต่ยังช่วยบำรุงกระดูกและผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
*‘ติ๊ง! ปัญญาประดิษฐ์เสี่ยวชุ่ยรายงาน: ตรวจพบร่องรอยการพยายามงัดแงะบริเวณกลอนประตูหน้า ทว่าไม่มีสิ่งของใดในห้องถูกแตะต้อง นายท่านโปรดวางใจ’* เสียงกลไกคุ้นเคยดังขึ้นในหัว
*‘ขอบใจเจ้ามาก เสี่ยวชุ่ย’* หลินเหม่ยหลินตอบกลับในใจ นางรู้ดีว่าซุนเหมยฮวาเพียงแค่พยายามสอดแนม แต่ไม่กล้าบุกรุกเข้ามาเต็มตัว ทว่าความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของนางและเสี่ยวเป่าที่ชัดเจนขึ้นทุกวัน ย่อมดึงดูดความสนใจและความริษยาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"คืนนี้แม่ทำของอร่อยให้กินดีหรือไม่" นางอุ้มเสี่ยวเป่าขึ้นมา ก่อนจะนำของที่ซ่อนไว้ในมิติออกมาเตรียมทำอาหารค่ำอย่างเงียบเชียบ
ในขณะเดียวกัน ที่หลังหน้าต่างกระดาษเก่าๆ ของเรือนหลัก ซุนเหมยฮวายังคงแอบมองลอดช่องโหว่ออกมายังห้องครัวซอมซ่อ ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความโลภและริษยาที่สุมสุมอยู่ในอก นางไม่เชื่อเด็ดขาดว่าหลินเหม่ยหลินเพียงแค่กินผักกินหญ้าแล้วจะงดงามเปล่งปลั่งได้ถึงเพียงนี้
*‘นังแพศยา! เจ้าต้องแอบไปขุดเจอของดี หรือเจอโสมป่าบนเขาหมอกครามเป็นแน่ ถึงได้เอาไปขายแล้วนำเงินมาบำรุงตนเองเยี่ยงนี้!’* ซุนเหมยฮวากัดฟันกรอด สองมือจิกเข้าที่ขอบหน้าต่างจนเล็บแทบหัก
พรุ่งนี้เช้า... ใช่แล้ว พรุ่งนี้เช้าเมื่อนังสะใภ้รองสะพายตะกร้าออกจากบ้าน นางจะแอบตามติดไปให้รู้ดำรู้แดง หากนังนั่นมีแหล่งสมุนไพรล้ำค่า หรือแอบซ่อนเงินทองไว้ที่ใดบนภูเขา นางนี่แหละที่จะแย่งชิงมันมาเป็นของตนให้จงได้!
สายลมพัดหวีดหวิวในยามค่ำคืนราวกับเสียงกระซิบของปีศาจร้าย ซุนเหมยฮวาแสยะยิ้มชั่วร้ายในเงามืด โดยหารู้ไม่ว่า ภายในห้องครัวที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว หลินเหม่ยหลินที่กำลังต้มน้ำแกงอยู่ ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินวนเวียนอยู่หน้าเรือนหลักได้อย่างชัดเจน ริมฝีปากอวบอิ่มของอดีตเชฟสาวเหยียดยิ้มเย็นเยียบแฝงความหมายลึกล้ำ... ดูเหมือนพรุ่งนี้บนเขาหมอกคราม คงมีเรื่องสนุกให้ทำเสียแล้ว
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สะกดรอยตาม]**