ตอนที่ 34

***บทที่ 34: ตกหลุมพรางบ่อโคลน***

ซวบ... พรวด!

เสียงพื้นดินเหนียวหนืดทรุดตัวลงอย่างฉับพลัน พร้อมกับร่างอวบอัดของซุนเหมยฮวาที่ร่วงหล่นลงไปเบื้องล่างอย่างไม่อาจตั้งตัว ความรู้สึกนุ่มหยุ่นยวบยาบที่ปลายเท้าเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความเหลวเละและเย็นเฉียบที่กลืนกินท่อนขาของนางลงไปอย่างรวดเร็ว

"กรี๊ดดด!"

เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังก้องไปทั่วราวป่า เมื่อร่างของสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลี่จมดิ่งลงไปจนถึงระดับเอว สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้นางดิ้นรนตะเกียกตะกาย ทว่ายิ่งขยับตัวมากเท่าใด โคลนตมสีดำสนิทก็ยิ่งดูดกลืนร่างของนางให้จมลึกลงไปจนถึงระดับหน้าอก

กลิ่นเหม็นสาบสางที่โชยเตะจมูกในคราแรก บัดนี้รุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี มันคือกลิ่นของเศษซากใบไม้เน่าเปื่อย ผสมปนเปกับมูลสัตว์และน้ำปัสสาวะที่หมักหมมมาเนิ่นนาน ที่แท้พงหญ้าสูงทึบแห่งนี้หาใช่จุดซ่อนสมบัติล้ำค่าอันใดไม่ แต่มันคือ ‘บ่อโคลนหมูป่า’ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่เหล่าหมูป่าบนภูเขาหมอกครามโปรดปราน มักจะมานอนคลุกเคล้าเพื่อคลายร้อนและกำจัดเห็บหมัดบนผิวหนัง!

"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยข้าที! อึก... แค่กๆ!"

ซุนเหมยฮวาอ้าปากตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ แต่ความตื่นตระหนกทำให้นางเผลอสูดเอากลิ่นเหม็นเน่าเข้าไปเต็มปอดจนสำลัก หน้าตาท่าทางของนางในยามนี้ดูไม่ต่างอันใดกับภูตผีตกส้วม เส้นผมที่เคยเกล้ามวยอย่างดีบัดนี้หลุดลุ่ยเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนสีดำขลับ ใบหน้าที่เคยมองเหยียดผู้อื่นบัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความหวาดกลัวและขยะแขยง ทว่ากลางป่าเขาลึกเช่นนี้ ต่อให้นางแหกปากจนคอหอยแตก ก็หามีผู้ใดได้ยินไม่

เหนือขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่ที่ปกคลุมด้วยใบไม้หนาทึบ ห่างออกไปไม่ไกลนัก ร่างระหงของหลินเหม่ยหลินยืนพิงลำต้นไม้อย่างสงบนิ่ง นางยกมือขึ้นปิดจมูกเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นที่ลอยตามลมมา ทว่านัยน์ตาหงส์กลับทอประกายพึงพอใจ มุมปากยกยิ้มเย็นชาขณะมองลงไปยังเบื้องล่าง

[นายหญิง ท่านช่างร้ายกาจนัก! บ่อโคลนแห่งนี้มีระดับความเข้มข้นของมูลสัตว์และซากพืชหมักหมมถึงแปดส่วน หากประเมินจากสายตา กลิ่นเหม็นสะอิดสะเอียนนี้คงฝังแน่นติดผิวหนังและเส้นผมของนางไปอีกไม่ต่ำกว่าเจ็ดวันเจ็ดคืนเป็นแน่ขอรับ!] เสียงของเสี่ยวชุ่ย ปัญญาประดิษฐ์ผู้ช่วยประจำระบบดังขึ้นในห้วงคำนึง น้ำเสียงของมันคล้ายจะเจือไปด้วยความขบขัน

‘สมควรแล้ว’ เหม่ยหลินตอบกลับในใจด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ‘ใครใช้ให้นางโลภมาก คิดจะสะกดรอยตามเพื่อขโมยความลับของข้าเล่า หากข้าไม่ดัดหลังนางเสียบ้าง วันหน้านางคงได้ใจและสร้างความวุ่นวายให้ข้ากับเสี่ยวเป่าไม่รู้จักจบสิ้น’

อดีตเชฟมิชลินสตาร์ทอดสายตามองดูซุนเหมยฮวาที่กำลังใช้สองมือตะกุยตะกายโขดหินริมบ่ออย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อเห็นว่าระดับความลึกของบ่อโคลนนั้นไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต เป็นเพียงหลุมพรางที่สร้างความอัปยศอดสูและสั่งสอนให้หลาบจำ เหม่ยหลินก็หมดความสนใจ นางไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าไปกับคนพรรค์นี้อีก

"เอาล่ะ หมดเวลาสนุกแล้ว ข้ายังมีวัตถุดิบชั้นเลิศที่ต้องจัดการ" เหม่ยหลินพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเรียกใช้งานระบบ ร่างของนางพลันเลือนหายไปจากกิ่งไม้ใหญ่ เข้าสู่มิติลับสวนวิเศษอันเงียบสงบและบริสุทธิ์ ทิ้งให้ซุนเหมยฮวาดิ้นรนอยู่ในบ่ออาจมเพียงลำพัง

กว่าซุนเหมยฮวาจะรวบรวมเรี่ยวแรงและใช้กิ่งไม้แห้งๆ ช่วยพยุงร่างอันหนักอึ้งและเหม็นหึ่งของตนเองขึ้นมาจากบ่อโคลนได้ ดวงตะวันก็คล้อยต่ำลงจนเกือบจะลับขอบฟ้าแล้ว สภาพของสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลี่ยามนี้ดูน่าอนาถจนไม่อาจหาคำใดมาบรรยาย เสื้อผ้าเนื้อดีที่นางมักสวมใส่เพื่อโอ้อวดบัดนี้กลายเป็นสีดำสนิทและเปียกชุ่มไปด้วยโคลนเหนียวหนืด ทุกย่างก้าวที่เดินกลับหมู่บ้านล้วนทิ้งรอยเท้าสีดำและกลิ่นเหม็นเน่าเอาไว้เป็นทางยาว

"นังสะใภ้รอง... นังตัวดี! เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของมันแน่ๆ ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!" ซุนเหมยฮวากัดฟันกรอด น้ำตาแห่งความคับแค้นใจไหลอาบแก้มเปื้อนโคลน นางเดินโซเซฝ่าลมหนาวที่พัดมาปะทะร่างจนหนาวสั่นสะท้าน กลับสู่หมู่บ้านชิงสุ่ยอย่างยากลำบาก

ณ ลานบ้านตระกูลหลี่

จ้าวกุ้ยเซียนกำลังนั่งแทะเมล็ดแตงโมอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ พลางบ่นกระปอดกระแปดถึงลูกสะใภ้ทั้งสองคนอยู่ในใจ ทันใดนั้น สายลมยามเย็นก็หอบเอากลิ่นเหม็นรุนแรงบางอย่างพัดเข้ามาในลานบ้าน กลิ่นนั้นฉุนกึกจนหญิงชราถึงกับสำลักเมล็ดแตงโม หน้าดำหน้าแดง

"โอ๊ก! แค่กๆ... กลิ่นบัดซบอันใดกันเนี่ย! บ้านไหนมันลืมปิดฝาบ่อส้วมหรืออย่างไร!" จ้าวกุ้ยเซียนผุดลุกขึ้นยืน มือเหี่ยวย่นยกขึ้นปิดจมูกแน่น สองตาเบิกกว้างเมื่อเห็น 'ก้อนโคลนเดินได้' รูปร่างคุ้นตากำลังผลักประตูรั้วไม้เข้ามา

"ท่านแม่... ข้า... ข้าเองเจ้าค่ะ" เสียงแหบพร่าและสั่นเทาดังออกมาจากก้อนโคลนนั้น

จ้าวกุ้ยเซียนเพ่งมองจนแน่ใจว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร โทสะที่สุมอยู่ในอกก็ระเบิดออกมาราวกับภูเขาไฟปะทุ นางชี้หน้าด่าทอสะใภ้ใหญ่ด้วยเสียงอันดังลั่น ไม่เกรงใจเพื่อนบ้านที่อาจจะได้ยิน

"ซุนเหมยฮวา! นังสะใภ้โง่เง่า! นังตัวไร้ค่า! เจ้าไปตกบ่อส้วมที่ใดมาฮะ! ข้าให้เจ้าไปจับตาดูนังสะใภ้รอง เผื่อจะได้เบาะแสเรื่องเงินทองของมัน แต่เจ้ากลับไปคลุกอาจมจนตัวเหม็นโฉ่เช่นนี้! เจ้าตั้งใจจะทำให้บ้านตระกูลหลี่ของข้าต้องแปดเปื้อนและอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านไปถึงไหน!"

"ท... ท่านแม่ ฟังข้าก่อน นังสะใภ้รองมันทำร้ายข้า มันหลอกให้ข้า..." ซุนเหมยฮวาพยายามจะอธิบายทั้งน้ำตา

"หุบปากเดี๋ยวนี้! ข้าไม่อยากฟังข้อแก้ตัวของคนโง่เขลาเยี่ยงเจ้า! สภาพดูไม่จืดเช่นนี้ยังมีหน้ามาโยนความผิดให้ผู้อื่นอีก! ไสหัวไปอาบน้ำที่ลำธารหลังหมู่บ้านเดี๋ยวนี้ หากยังล้างความสกปรกโสมมนี่ออกไม่หมด ก็อย่าได้เหยียบย่างเข้ามาในบ้านของข้าอีก!" จ้าวกุ้ยเซียนตวาดกร้าว สายตาที่มองซุนเหมยฮวาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด นางสะบัดชายแขนเสื้อแล้วเดินหนีเข้าห้องไป ปิดประตูเสียงดังปัง ทิ้งให้ซุนเหมยฮวายืนตัวสั่นเทาอยู่กลางลานบ้าน พร้อมกับความเคียดแค้นที่ฝังรากลึกลงไปในจิตใจ

ในขณะเดียวกัน ภายในมิติลับสวนวิเศษ

หลินเหม่ยหลินชำระล้างร่างกายจนสะอาดสะอ้าน นางเปลี่ยนมาสวมชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนที่เบาสบาย ยืนอยู่หน้าโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่ใช้สำหรับเตรียมอาหารเบื้องหน้าคือเนื้อหมูป่าชิ้นโตสีแดงสดที่นางนำไปแลกเปลี่ยนมา และหน่อไม้ฤดูหนาวอวบอ้วนที่เพิ่งขุดมาได้

นัยน์ตาหงส์ทอประกายมุ่งมั่น อดีตเชฟยอดฝีมือเตรียมเกลือสมุทรบดละเอียดและสมุนไพรป่าหลากหลายชนิดเอาไว้พร้อมสรรพ นางตั้งใจจะนำวัตถุดิบเหล่านี้มาทำ 'ของป่าหมักเกลือ' เพื่อเป็นสินค้าตัวใหม่ ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะโรยเกลือลงบนเนื้อหมูป่า และเตรียมเรียกใช้ทักษะเร่งกระบวนการหมักอยู่นั้น...

[ติ๊ง! แจ้งเตือนด่วนจากระบบ!]

เสียงของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับแสงสีแดงเจิดจ้าที่สว่างวาบขึ้นในหัว

[เนตรวิเคราะห์ตรวจพบความผิดปกติ! เนื้อหมูป่าชิ้นนี้ซึมซับปราณวิญญาณแห่งขุนเขาหมอกครามมาอย่างหนาแน่น หากนายหญิงใช้ทักษะ 'เร่งกระบวนการหมัก' ในตอนนี้ วัตถุดิบจะเกิดการแปรสภาพข้ามขั้นอย่างรุนแรง! คำเตือน: พลังงานในมิติอาจเกิดความผันผวนขั้นสูงสุด!]

มือที่กำลังถือชามเกลือของเหม่ยหลินชะงักค้าง นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองไปยังเนื้อหมูป่าบนเขียง บัดนี้... ภายใต้การมองเห็นของเนตรวิเคราะห์ เส้นใยกล้ามเนื้อสีแดงสดกำลังเปล่งแสงเรืองรองดุจเพลิงที่กำลังลุกโชน!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ทดลองทำของป่าหมักเกลือ]**