ตอนที่ 35

***บทที่ 35: ทดลองทำของป่าหมักเกลือ***

แสงสีแดงฉานที่แผ่ซ่านออกมาจากชิ้นเนื้อหมูป่าบนเขียงเบื้องหน้า ทำเอาหลินเหม่ยหลินนิ่งงันไปชั่วขณะ นัยน์ตาหงส์หรี่ลงอย่างใช้ความคิด เสียงเตือนของเสี่ยวชุ่ยที่ดังก้องอยู่ในหัวบ่งบอกถึงอันตรายจากความผันผวนของมิติลับ ทว่าสำหรับอดีตยอดแม่ครัวระดับตำนานผู้รังสรรค์อาหารมาแล้วทุกรูปแบบ สัญชาตญาณในสายเลือดกลับร้องบอกว่า นี่มิใช่วิกฤต แต่เป็นโอกาสทองที่จะได้สรรค์สร้างวัตถุดิบชั้นเลิศที่หาจากที่ใดไม่ได้อีกแล้ว!

"เสี่ยวชุ่ย หากข้าฝืนใช้ทักษะเร่งกระบวนการหมักในตอนนี้ มิติสวนวิเศษแห่งนี้จะพังทลายลงหรือไม่?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอันยากจะหยั่งถึง

[เรียนนายหญิง มิติจะไม่ถึงขั้นพังทลายขอรับ ทว่าพลังงานปราณวิญญาณที่อัดแน่นในเนื้อหมูป่าตัวนี้มีมากเกินไป หากแปรสภาพอย่างฉับพลันในรวดเดียว อาจเกิดแรงอัดกระแทกจนวัตถุดิบแหลกเหลว หรือเลวร้ายที่สุดคือทำให้แปลงสมุนไพรและบ่อน้ำทิพย์โดยรอบได้รับผลกระทบจากคลื่นกระแทก!] เสี่ยวชุ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงร้อนรน แสงสีแดงในระบบกะพริบถี่รัว

หลินเหม่ยหลินยกยิ้มมุมปากบางเบา "ในเมื่อพลังงานมันล้นทะลักนัก เช่นนั้นก็แค่หาวัตถุดิบอื่นมาดูดซับและเจือจางความเกรี้ยวกราดของมันเสียก็สิ้นเรื่อง แม่ครัวชั้นยอดมิเคยหวาดหวั่นต่อวัตถุดิบ มีแต่จะหาทางสยบมันให้จงได้"

นางหมุนตัวกลับไปหยิบหน่อไม้ฤดูหนาวอวบอ้วนที่เพิ่งขุดมาได้ หน่อไม้เหล่านี้ถือกำเนิดและเติบโตท่ามกลางความหนาวเหน็บใต้ผืนดิน ซึมซับไอเย็นและมีคุณสมบัติในการอุ้มชูรสชาติเป็นเลิศ นางยังหยิบสมุนไพรป่าที่มีกลิ่นหอมระรื่นและมีฤทธิ์ปรับสมดุลธาตุมาอีกหลายชนิด

มีดทำครัวในมือของหลินเหม่ยหลินพลิ้วไหวราวกับร่ายรำ คมมีดเฉือนผ่านเนื้อหมูป่าเพื่อแล่เอากระดูกชิ้นใหญ่ออกอย่างหมดจด เหลือเพียงเนื้อแดงที่แทรกชั้นไขมันสวยงามราวกับลายหินอ่อน นางหั่นหน่อไม้ฤดูหนาวเป็นชิ้นแฉลบพอดีคำ คลุกเคล้าเข้ากับเกลือสมุทรบดละเอียดและสมุนไพรป่าอย่างเบามือ จากนั้นจึงนำส่วนผสมทั้งหมดไปนวดทับลงบนชิ้นเนื้อหมูป่าที่กำลังเรืองแสง นิ้วมือเรียวงามกดนวดอย่างมีจังหวะ เพื่อเปิดทางให้ความเค็มและกลิ่นหอมแทรกซึมผ่านเส้นใยกล้ามเนื้อ

"เอาล่ะ... เริ่มการหมักได้!"

สิ้นคำประกาศิต หลินเหม่ยหลินเรียกใช้ทักษะ 'เร่งกระบวนการหมัก' ในทันที

พลันบังเกิดแสงสีทองอ่อนโยนแผ่ซ่านออกจากจิตวิญญาณของนาง ห่อหุ้มชิ้นเนื้อและวัตถุดิบทั้งหมดบนโต๊ะไม้เอาไว้ แสงสีแดงดุดันที่เคยเกรี้ยวกราดปะทะเข้ากับแสงสีทอง เกิดเป็นระลอกคลื่นพลังงานบางเบา ทว่าในจังหวะที่คลื่นพลังงานกำลังจะปะทุออกไปรอบทิศทาง ความเย็นเยียบจากหน่อไม้ฤดูหนาวก็ทำหน้าที่เป็นดั่งฟองน้ำชั้นดี มันดูดซับปราณวิญญาณอันร้อนแรงแห่งขุนเขาหมอกครามเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม

ภายใต้สายตาอันเบิกกว้างของนาง เกลือสมุทรค่อยๆ ละลายซึมลึกถึงแก่นเนื้อ กระบวนการที่ต้องใช้เวลาหมักบ่มข้ามเดือนข้ามปี บัดนี้ถูกย่นระยะเวลาให้เกิดขึ้นภายในชั่วอึดใจ สมุนไพรป่าผสานกลิ่นหอมเข้ากับความหวานของเนื้อหมูและหน่อไม้

กลิ่นหอมล้ำลึกที่ยากจะบรรยายโชยแตะจมูก มันมิใช่เพียงกลิ่นเนื้อหมักธรรมดาดาษดื่นทั่วไป แต่เป็นความหอมหวนที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติอันกลมกล่อมล้ำลึก รสโอชาที่สัมผัสได้แม้เพียงสูดดม หรือที่ในภพก่อนนางมักเรียกว่า 'รสอูมามิ' ทว่าในยุคสมัยโบราณกาลแห่งนี้ มันคือรสชาติแห่งสรวงสวรรค์ที่สามารถทำให้ผู้คนกลืนน้ำลายสอได้อย่างไร้สติ

เมื่อแสงสว่างจางลง ปรากฏชิ้นเนื้อหมักเกลือที่มีลักษณะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงอยู่บนเขียง ชั้นไขมันที่เคยเป็นสีขาวขุ่นบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นใสกระจ่างราวกับผลึกหยกชั้นดี ส่วนเนื้อแดงก็มีสีแดงอมน้ำตาลเข้ม 윤เงางาม ส่งกลิ่นหอมหวนยั่วยวนใจเกินต้านทาน หน่อไม้ฤดูหนาวที่เคียงคู่กันก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำระเหยแห่งเนื้อหมัก

[ติ๊ง! ยินดีด้วยนายหญิง! ท่านได้ทดลองและให้กำเนิดสินค้าตัวใหม่ 'เนื้อเค็มพันปี' สำเร็จ!]

เสียงของเสี่ยวชุ่ยดังกังวานขึ้น พร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นพร่าไปด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด [เนตรวิเคราะห์ประเมินผล: วัตถุดิบชิ้นนี้ได้รับการยกระดับข้ามขั้นจนกลายเป็นของระดับ 'เกรดสูง' อย่างสมบูรณ์แบบ! รสชาติล้ำเลิศเกินจินตนาการ ปราณวิญญาณในเนื้อถูกหน่อไม้ปรับสมดุลจนสม่ำเสมอ หากผู้ใดได้ลิ้มลองจะช่วยบำรุงกำลังและฟื้นฟูร่างกาย หากนายหญิงนำไปส่งให้เหลาอาหารใหญ่ ย่อมสามารถเรียกราคาได้แพงลิบลิ่วอย่างแน่นอนขอรับ! ถือเป็นสุดยอดของป่าหมักเกลือโดยแท้!]

หลินเหม่ยหลินมอง 'เนื้อเค็มพันปี' ผลงานชิ้นเอกตรงหน้าด้วยแววตาพึงพอใจอย่างยิ่งยวด สินค้าตัวที่สองของนางถือกำเนิดขึ้นแล้ว ด้วยคุณภาพระดับนี้ หลงอวี้แห่งเหลาอาหารในตัวตำบลย่อมต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเป็นแน่ เงินทองก้อนใหญ่กำลังรอทักทายนางอยู่เบื้องหน้า

นางจัดการนำเนื้อเค็มพันปีและหน่อไม้หมักบรรจุลงในโถกระเบื้องเคลือบใบใหญ่ ปิดผนึกอย่างแน่นหนาเพื่อรักษากลิ่นและรสชาติ ก่อนจะชำระล้างมือทำความสะอาดร่างกาย และเตรียมตัวพาดวงจิตออกจากมิติลับสวนวิเศษ

ทว่า... ทันทีที่จิตวิญญาณของนางกลับคืนสู่ร่างเนื้อซึ่งกำลังนอนหลับตาพักผ่อนอยู่บนเตียงแข็งๆ ในห้องซอมซ่อของบ้านตระกูลหลี่ หูของนางพลันได้ยินเสียงหวีดหวิวของสายลมที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรงผิดปกติ

หลินเหม่ยหลินลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิด อากาศภายในห้องที่เคยเย็นสบายบัดนี้กลับหนาวเหน็บยะเยือกจนจับขั้วหัวใจ เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังกึกก้องมาจากแดนไกล บ่งบอกว่าพายุฝนห่าใหญ่ที่รุนแรงที่สุดในรอบปี กำลังจะพัดถล่มหมู่บ้านชิงสุ่ยในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า หลังคาฟางที่เก่าผุพังด้านบนเริ่มสั่นไหวและส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่าหวาดเสียว

นางรีบลุกขึ้นนั่ง กวาดตามองหาเสี่ยวเป่าเพื่อจะดึงผ้าห่มผืนบางมาคลุมกายให้บุตรชาย ทว่าในจังหวะที่แสงอสนีบาตแลบปลาบ สาดส่องทะลุผ่านรอยแยกของหน้าต่างกระดาษเข้ามาในห้องนั้นเอง...

ดวงตาของหลินเหม่ยหลินพลันเบิกกว้าง เมื่อพบว่ามีเงาดำสายหนึ่งกำลังทาบทับอยู่บนบานประตูไม้หน้าห้องของนาง พร้อมกับเสียง 'กุกกัก' แผ่วเบา คล้ายกับมีคนกำลังใช้ของมีคมพยายามงัดแงะสลักประตูจากด้านนอกเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางเสียงคำรามของพายุฝน!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: คืนพายุฝนและหม้อไฟ]**