ตอนที่ 36

***บทที่ 36: คืนพายุฝนและหม้อไฟ***

มือเรียวบางของหลินเหม่ยหลินคว้าท่อนฟืนท่อนใหญ่ที่วางอยู่ข้างเตียงมาไว้ในมืออย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ดวงตากลมโตหรี่ลง เพ่งมองเงาดำที่ทาบทับอยู่บนบานประตูไม้ซึ่งกำลังสั่นคลอนกุกกัก ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของพายุฝนและเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง นางเกร็งลมหายใจ เตรียมพร้อมรับมือกับผู้บุกรุกที่อาจเป็นโจรชั่วหรือแม้กระทั่งคนในบ้านตระกูลหลี่ที่คิดมิดีมิร้าย

เปรี้ยง!

แสงอสนีบาตสายหนึ่งฟาดฟันลงมาสว่างวาบ อาบย้อมทั่วบริเวณให้สว่างไสวชั่วขณะ แสงนั้นสาดส่องทะลุรอยแยกของหน้าต่างกระดาษ เผยให้เห็นต้นตอของเงาดำและเสียงน่าหวาดเสียวแท้จริงแล้วมิใช่มือสังหารหรือโจรผู้ร้าย หากแต่เป็นกิ่งไม้ใหญ่จากต้นอู๋ถงหลังเรือนที่หักโค่นลงมาตามแรงลมพายุ และปลายกิ่งของมันกำลังฟาดกระแทกเข้ากับสลักประตูอย่างต่อเนื่อง

หลินเหม่ยหลินลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าความโล่งใจนั้นคงอยู่ได้เพียงชั่วจิบชา พายุฝนห่าใหญ่ที่รุนแรงที่สุดในรอบปีเริ่มแผลงฤทธิ์อย่างเกรี้ยวกราด แรงลมพัดกระหน่ำจนบานประตูไม้เก่าผุพังเริ่มปริแตก น้ำฝนเย็นยะเยือกสาดกระเซ็นเข้ามาตามรอยแยก ผสมโรงกับหลังคาฟางด้านบนที่ไม่อาจต้านทานหยาดพิรุณได้อีกต่อไป น้ำฝนหยดแหมะๆ ลงมาบนพื้นดินอัดแข็งจนกลายเป็นแอ่งโคลนขนาดย่อม และหยดหนึ่งก็ร่วงเผาะลงบนปลายเตียงอย่างพอดิบพอดี

"ท่านแม่... ข้าหนาวขอรับ" เสียงเล็กๆ ของหลี่เสี่ยวเป่าดังขึ้นท่ามกลางความมืด ร่างน้อยๆ ขดตัวกลมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ริมฝีปากซีดเซียวจนน่าสงสาร

ดวงตาของหลินเหม่ยหลินทอประกายเด็ดเดี่ยว นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้ต่อไป เสี่ยวเป่าที่เพิ่งจะฟื้นฟูสุขภาพได้ไม่นานย่อมต้องล้มป่วยลงด้วยความหนาวเหน็บเป็นแน่ นางไม่รอช้า ขยับตัวเข้าไปโอบกอดบุตรชายไว้แนบอก ก่อนจะรวบรวมสมาธิเพ่งจิตวิญญาณ

"เสี่ยวชุ่ย เปิดมิติลับ!"

วูบ!

เพียงพริบตาเดียว ร่างของสองแม่ลูกที่เคยกอดรัดกันอยู่บนเตียงแข็งๆ ท่ามกลางความมืดมิดและหนาวเหน็บ พลันอันตรธานหายไปจากเรือนซอมซ่อ ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง สัมผัสแรกที่โอบล้อมกายคือความอบอุ่นละมุนละไมราวกับแสงตะวันในฤดูใบไม้ผลิ อากาศภายในมิติลับสวนวิเศษช่างบริสุทธิ์และสดชื่น กลิ่นอายของปราณวิญญาณและกลิ่นหอมของพรรณไม้พัดโชยมาเตะจมูก ขับไล่ความหนาวเย็นจนหมดสิ้น

[ติ๊ง! ยินดีต้อนรับนายหญิงและนายน้อยเข้าสู่พื้นที่หลบภัยระดับสูงสุดขอรับ! ภายนอกพายุระดับห้า แต่ภายในมิติของเราคือสรวงสวรรค์ที่ปลอดภัยร้อยส่วน!] เสียงของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นในหัวอย่างร่าเริง

เสี่ยวเป่าขยี้ตาน้อยๆ มองไปรอบๆ แปลงผักกาดหิมะที่ทอประกายระยิบระยับและสมุนไพรที่เติบโตอย่างงดงาม ความงุนงงแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น "ท่านแม่! ที่นี่อุ่นจังเลยขอรับ ฝนไม่ตกแล้วหรือ?"

"ฝนยังตกอยู่ด้านนอกจ้ะลูกรัก แต่ที่นี่คือความลับของพวกเรา สวนสวรรค์แห่งนี้จะปกป้องเจ้าเอง" หลินเหม่ยหลินลูบศีรษะบุตรชายด้วยความรัก "คืนนี้อากาศข้างนอกหนาวจับใจ แม่จะทำอาหารร้อนๆ ให้เจ้ากินบำรุงร่างกายดีหรือไม่?"

"ดีขอรับ! ข้าหิวแล้ว!" เด็กน้อยยิ้มกว้างจนตาหยี

วิญญาณเชฟมิชลินสตาร์ในร่างหญิงสาวไม่รอช้า นางเดินไปที่บริเวณพื้นที่ปรุงอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ คืนพายุฝนเช่นนี้ ไม่มีสิ่งใดจะเยียวยาร่างกายและจิตใจได้ดีไปกว่า 'หม้อไฟรสแซ่บ' อีกแล้ว!

นางนำหม้อทองแดงใบเล็กที่เคยซื้อตุนไว้มาตั้งบนเตาไฟ จุดไฟด้วยฟืนไม้ชั้นดี นำ 'น้ำพริกสูตรพิเศษ' ที่หมักด้วยปราณวิญญาณลงไปผัดในหม้อจนน้ำมันสีแดงสดแตกตัว ส่งกลิ่นหอมเผ็ดร้อนยั่วน้ำลาย จากนั้นจึงเติมน้ำทิพย์จากบ่อบาดาลวิเศษลงไปเคี่ยวจนเดือดปุดๆ

วัตถุดิบชั้นเลิศถูกจัดเตรียมอย่างรวดเร็ว ผักกาดหิมะที่กรอบหวาน เห็ดหูหนูภูเขาดอกใหญ่ที่อวบอิ่ม หน่อไม้ฤดูหนาวที่ฝานเป็นแผ่นบางๆ และเนื้อหมูสไลด์บางเฉียบที่นางแอบซื้อเก็บไว้ในมิติ ทุกอย่างล้วนสดใหม่ไร้ที่ติ เมื่อนำวัตถุดิบเหล่านี้ลงไปแกว่งในน้ำซุปหม้อไฟสีแดงเข้มที่กำลังเดือดพล่าน เพียงไม่กี่อึดใจก็สุกส่งกลิ่นหอมฉุย

"มาเถิดเป่าเอ๋อร์ ระวังร้อนนะ" หลินเหม่ยหลินคีบเนื้อหมูที่เคลือบด้วยน้ำซุปสีแดงจัดจ้าน วางลงในชามของบุตรชาย

เสี่ยวเป่าเป่าลมฟู่ๆ ก่อนจะนำเข้าปาก ทันทีที่เนื้อสัมผัสลิ้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง "อื้อหือ! อร่อยเหลือเกินขอรับท่านแม่! เผ็ดนิดๆ แต่อุ่นไปถึงท้องเลย!" สองแม่ลูกนั่งล้อมวงกินหม้อไฟกันอย่างเอร็ดอร่อย หยาดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามใบหน้า ร่างกายที่เคยเย็นเฉียบกลับมาร้อนผ่าวและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต เสียงหัวเราะและรอยยิ้มเบ่งบานในมิติลับ ราวกับโลกภายนอกที่กำลังบ้าคลั่งไม่เกี่ยวอันใดกับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

...

ในขณะเดียวกัน ณ เรือนใหญ่ของบ้านตระกูลหลี่ สถานการณ์กลับแตกต่างราวกับฟ้าและเหว

"สวรรค์ลำเอียง! ฝนตกบ้าบออันใดหนักหนาเพียงนี้!" เสียงแหบพร่าของจ้าวกุ้ยเซียนตวาดลั่นแข่งกับเสียงสายฟ้า หญิงชรานั่งขดตัวอยู่มุมห้องพร้อมกับหลี่ต้าเหอและซุนเหมยฮวา

หลังคาเรือนใหญ่ที่มิได้ซ่อมแซมมานานปีถูกพายุพัดจนกระเบื้องหลุดลอย น้ำฝนสาดเทลงมาประหนึ่งรอยรั่วของสวรรค์ เตียงนอนและผ้าห่มเปียกชุ่มจนไม่อาจล้มตัวลงนอนได้ อากาศหนาวเหน็บเสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกดำ

"นังสะใภ้ใหญ่! เจ้ามัวนั่งทำบื้อใบ้อันใดอยู่! รีบไปต้มน้ำแกงร้อนๆ มาให้ข้ากับต้าเหอกินคลายหนาวเดี๋ยวนี้!" จ้าวกุ้ยเซียนใช้ไม้เท้ากระทุ้งพื้นอย่างเกรี้ยวกราด

ซุนเหมยฮวาหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก "ท่านแม่... ฟืนในครัวเปียกชื้นไปหมดแล้วเจ้าค่ะ ข้าก่อไฟติดเพียงน้อยนิด อีกทั้งข้าวสารก็เหลือเพียงก้นกะบุง ข้าทำได้เพียงข้าวต้มใสๆ เท่านั้น..."

เมื่อชาม 'ข้าวต้มใสๆ' ถูกยกมาวางตรงหน้า หลี่ต้าเหอก็มองด้วยสายตารังเกียจ น้ำสีขุ่นที่มีเม็ดข้าวลอยคออยู่ไม่ถึงยี่สิบเม็ด ไร้รสชาติ ไร้ความอบอุ่น เมื่อซดเข้าไปก็มิได้ช่วยให้ความหนาวเหน็บทุเลาลงแม้แต่น้อย

"มารดามันเถอะ! นี่มันอาหารหมูชัดๆ!" หลี่ต้าเหอสบถอย่างหัวเสีย ห่อตัวในเสื้อคลุมที่ชื้นแฉะ "ป่านนี้นังสะใภ้รองกับลูกของมันคงหนาวตายคาเรือนซอมซ่อนั่นไปแล้วกระมัง หลังคาผุพังปานนั้น!"

"หึ! ตายไปเสียได้ก็ดี ตัวซวยขัดลาภ!" จ้าวกุ้ยเซียนแค่นเสียงลอดไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย โดยหารู้ไม่ว่าในขณะที่พวกตนกำลังนั่งตัวสั่นงันงก ซดน้ำข้าวต้มรสชาติจืดชืดและด่าทอโชคชะตาอยู่นั้น... หญิงสาวที่พวกตนตราหน้าว่าเป็นตัวซวย กำลังอิ่มหนำสำราญกับหม้อไฟรสเลิศในแดนสวรรค์ส่วนตัวอย่างมีความสุข

...

กาลเวลาล่วงเลยจนกระทั่งรุ่งสาง เสียงคำรามของพายุฝนค่อยๆ สงบลง เปลี่ยนเป็นสายลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านหมู่บ้านชิงสุ่ย

ภายในมิติลับ หลินเหม่ยหลินพาดวงจิตและบุตรชายที่นอนหลับสนิทกลับออกมายังเรือนซอมซ่ออย่างเงียบเชียบ เสี่ยวเป่านอนหลับปุ๋ยด้วยใบหน้าสีชมพูระเรื่อ บ่งบอกถึงสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง หลินเหม่ยหลินจัดการทำความสะอาดเนื้อตัว ขยับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะตรวจสอบโถกระเบื้องบรรจุ 'เนื้อเค็มพันปี' สินค้าลอตสำคัญที่นางเตรียมไว้ส่งมอบให้หลงอวี้แห่งเหลาอาหารฝูหรง ทุกอย่างยังคงปิดสนิทและปลอดภัยดี

หญิงสาวสูดลมหายใจลึก เตรียมตัวเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกและเริ่มต้นวันใหม่ของการค้าขาย ทว่าทันทีที่บานประตูไม้ที่สั่นคลอนถูกเปิดออก ภาพลานบ้านตระกูลหลี่ที่เต็มไปด้วยโคลนตมและกิ่งไม้หักโค่นก็ปรากฏแก่สายตา

แต่สิ่งที่ทำให้นางต้องหยุดชะงัก มิใช่สภาพอันเละเทะของลานบ้าน หากแต่เป็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนขวางทางเดินสู่ประตูใหญ่ของจวน

หลี่ต้าเหอ!

บัณฑิตสอบตกยืนอยู่ตรงนั้น สภาพเปียกปอนและหนาวสั่นจนหน้าเขียวคล้ำ ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกต้อนให้จนตรอก มันจ้องมองหลินเหม่ยหลินที่มีใบหน้าอิ่มเอิบสดใสผิดมนุษย์มนาที่เพิ่งผ่านคืนพายุฝน ก่อนที่สายตาละโมบของมันจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่โถกระเบื้องเคลือบใบใหญ่ในอ้อมแขนของนาง... พร้อมกับรอยยิ้มแสยะที่เย็นเยียบยิ่งกว่าสายลมในฤดูเหมันต์!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ส่งมอบสินค้าลอตใหญ่]**