ตอนที่ 37

***บทที่ 37: ส่งมอบสินค้าลอตใหญ่***

รอยยิ้มแสยะของหลี่ต้าเหอที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บของยามรุ่งสาง ช่างดูน่าสะอิดสะเอียนและแฝงไปด้วยความละโมบอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาแดงก่ำของบัณฑิตสอบตกจ้องเขม็งไปยังโถกระเบื้องเคลือบใบใหญ่ในอ้อมแขนของหลินเหม่ยหลิน ราวกับสุนัขหิวโซที่เห็นชิ้นเนื้ออันโอชะ

"ส่งของในมือเจ้ามาให้ข้าเดี๋ยวนี้ นังสะใภ้รอง!" หลี่ต้าเหอเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายของมันสั่นเทาจากความหนาวเย็นของพายุที่เพิ่งพัดผ่าน ทว่าความโลภกลับผลักดันให้มันก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้า "ของทุกอย่างในบ้านตระกูลหลี่ล้วนเป็นของข้า ในฐานะบุตรชายคนโต ข้ามีสิทธิ์โดยชอบธรรม!"

หลินเหม่ยหลินมิได้ถอยหนี นางเพียงปรายตามองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาที่เย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งในเหมันต์ฤดู รังสีอำมหิตบางอย่างแผ่ซ่านออกจากร่างของหญิงสาว ผู้ที่เคยสยบแม่สามีและพี่สามีจนขวัญผวามาแล้ว นางกระชับโถกระเบื้องในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะหยัน

"พี่ใหญ่ ท่านคงจะหนาวจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วกระมัง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีด "สภาพท่านยามนี้ราวกับสุนัขตกน้ำ หากข้าเพียงแค่ร้องตะโกนให้ชาวบ้านชิงสุ่ยมาดูสภาพ 'บัณฑิตผู้สูงส่ง' ที่ดักปล้นน้องสะใภ้ตนเองแต่เช้าตรู่ ท่านคิดว่าชื่อเสียงของท่านที่ป่นปี้อยู่แล้ว จะยังเหลือเศษซากใดให้กอบกู้เพื่อไปสอบจวี้เหรินอีกหรือไม่?"

คำขู่ที่แทงใจดำอย่างจัง ทำให้ฝีเท้าของหลี่ต้าเหอชะงักกึก ความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกจากการถูกนางแฉความลับคราวก่อนแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ประกอบกับร่างกายที่ถูกลมหนาวพัดกระหน่ำจนไข้แทบจับ ทำให้มันไร้เรี่ยวแรงจะยื้อแย่ง ได้แต่ยืนสั่นงันงก กัดฟันกรอดมองหลินเหม่ยหลินที่เดินเชิดหน้าผ่านประตูใหญ่ของจวนออกไปอย่างสง่าผ่าเผย โดยมิอาจทำสิ่งใดได้เลย

หลังพายุสงบ ถนนหนทางสู่ตลาดตำบลชิงจู๋เต็มไปด้วยดินโคลน ทว่ามิอาจเป็นอุปสรรคต่อสองเท้าที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงของหลินเหม่ยหลิน ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม นางก็เดินทางมาถึงหน้าเหลาอาหารฝูหรง สถานที่ซึ่งบัดนี้กลายเป็นคู่ค้าหลักของนาง

หลงอวี้ หลงจู๊ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รีบออกมารอต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทันทีที่เห็นหญิงสาวก้าวเข้ามา เขาก็รีบสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ช่วยรับโถกระเบื้องและนำทางนางเข้าไปยังห้องรับรองส่วนตัวชั้นบนสุดอย่างทะนุถนอม

"แม่นางหลิน พายุฝนกระหน่ำรุนแรงเพียงนี้ ข้านึกว่าท่านจะเลื่อนการส่งมอบเสียแล้ว" หลงอวี้กล่าวพร้อมรินน้ำชาชั้นดีให้นางด้วยตนเอง

"สัจจะทางการค้าคือสิ่งสำคัญที่สุดเจ้าค่ะ หลงจู๊" หลินเหม่ยหลินรับจอกชามาจิบเบาๆ "วันนี้ข้านำ 'น้ำพริกสวรรค์' ลอตใหม่มาส่งตามกำหนด... และยังมีของขวัญชิ้นพิเศษที่ข้าตั้งใจนำมาเสนอแก่ท่านด้วย"

กล่าวจบ หญิงสาวก็ปลดผ้าคลุมออกจากโถกระเบื้องใบใหญ่ที่นางกอดประคองมาตลอดทาง ทันทีที่ฝาโถถูกเปิดออก กลิ่นหอมรัญจวนจิตอันเป็นเอกลักษณ์ก็ลอยคลุ้งไปทั่วห้องรับรอง มันมิใช่เพียงกลิ่นของเนื้อหมักเกลือธรรมดา ทว่ากลับมีความหอมล้ำลึกของเครื่องเทศป่า ผสมผสานกับกลิ่นอายบริสุทธิ์ของปราณวิญญาณที่ถูกกระตุ้นด้วยกระบวนการหมักเร่งด่วนจากเสี่ยวชุ่ยและมิติลับ

หลงอวี้เบิกตากว้าง เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้และชะโงกหน้าเข้าไปดูภายในโถ สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาคือ 'เนื้อเค็มพันปี' ที่เรียงรายซ้อนทับกันอย่างเป็นระเบียบ ชั้นไขมันสีขาวใสราวกับหยกสลัก แทรกซึมอยู่กึ่งกลางระหว่างเนื้อแดงที่มีสีสันสดใสคล้ายอัญมณีล้ำค่า เพียงแค่มองด้วยตาก็รับรู้ได้ถึงคุณภาพระดับสุดยอดที่หาไม่ได้ในตลาดทั่วไป

"นี่มัน... วัตถุดิบอันใดกัน!" หลงจู๊หนุ่มใหญ่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

"นี่คือ 'เนื้อเค็มพันปี' สูตรลับของข้าเจ้าค่ะ ขอนำไปนึ่งหรือย่างเพียงครู่เดียว ท่านก็จะได้ลิ้มลองรสชาติที่แท้จริง" หลินเหม่ยหลินเอ่ยยิ้มๆ

หลงอวี้ไม่รอช้า รีบสั่งให้พ่อครัวใหญ่ของเหลาอาหารนำชิ้นเนื้อส่วนหนึ่งไปปรุงตามคำแนะนำของนาง เพียงไม่ถึงจิบชา เนื้อเค็มที่ถูกนำไปนึ่งจนสุกก็ถูกยกเข้ามา กลิ่นหอมที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นสิบเท่าทำเอาเสี่ยวเอ้อร์ที่ยกจานเข้ามาถึงกับลอบกลืนน้ำลาย

หลงอวี้ใช้ตะเกียบคีบเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปาก ทันทีที่เนื้อสัมผัสปลายลิ้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม ไขมันที่ใสราวกับหยกละลายในปากอย่างนุ่มนวล รสเค็มกลมกล่อมแทรกซึมเข้าสู่เนื้อแดงที่เคี้ยวหนึบกำลังดี ความหอมของเครื่องเทศและพลังงานบริสุทธิ์บางอย่างแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก มอบความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด!

"สวรรค์! รสชาติเยี่ยงนี้... ต่อให้เป็นเครื่องเสวยในวังหลวงก็มิอาจเทียบเทียม!" หลงอวี้อุทานด้วยความตื่นเต้นจนตัวสั่น "แม่นางหลิน! เนื้อเค็มลอตนี้มีเท่าใด ข้ารับซื้อทั้งหมด! ข้าให้ท่านชั่งละสองตำลึงเงินเลยทีเดียว!"

ราคาที่หลงอวี้เสนอนั้นสูงลิบลิ่วจนน่าตกใจ ทว่าหลินเหม่ยหลินรู้ดีว่าสินค้าที่ผ่านการแปรสภาพข้ามขั้นจากระบบของนาง ย่อมคู่ควรกับราคานี้ หญิงสาวตกลงทำสัญญาซื้อขายอย่างรวดเร็ว หลังจากการชั่งน้ำหนักสินค้าทั้งหมด หลินเหม่ยหลินก็ได้รับตั๋วเงินและก้อนเงินขาวโพลนจำนวนหลายสิบตำลึงกลับมา บัดนี้ ธุรกิจของนางถือว่าตั้งตัวได้อย่างมั่นคง และมีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำอย่างแท้จริง

เมื่อก้าวออกจากเหลาอาหารฝูหรง หลินเหม่ยหลินก็มุ่งหน้าไปยังร้านขายเครื่องเรือนในตัวตลาด นางใช้เงินจำนวนหนึ่งซื้อกล่องไม้เนื้อแข็งสลักลายงดงามที่มีกุญแจทองเหลืองล็อกอย่างแน่นหนา จากนั้นจึงเดินเลี่ยงเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่ไร้ผู้คน

หญิงสาวหลับตาลง สื่อสารกับเสี่ยวชุ่ยในห้วงคำนึง เพียงชั่วพริบตา กล่องไม้บรรจุเงินตราทั้งหมดก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปเก็บรักษาไว้ใน 'มิติลับสวนวิเศษ' อย่างปลอดภัยไร้ร่องรอย ต่อให้คนในบ้านตระกูลหลี่จะรื้อห้องครัวซอมซ่อจนพังทลาย ก็มิมีวันหาทรัพย์สมบัติของนางพบ

ยามบ่ายคล้อย หลินเหม่ยหลินเดินทางกลับมาถึงลานบ้านตระกูลหลี่ นางตรงดิ่งไปยังห้องครัวซอมซ่อของตน ปิดประตูกั้นโลกภายนอกไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะนำเนื้อตุ๋นสูตรพิเศษที่นางแอบทำไว้ในมิติลับออกมาให้เสี่ยวเป่าได้รับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย

เด็กน้อยหน้าตาสดใสเคี้ยวเนื้อตุ๋นชิ้นโตจนแก้มตุ่ย รสชาติหอมหวานของเนื้อที่ตุ๋นจนเปื่อยยุ่ยทำให้ดวงตาของเขาหยีเป็นรูปสระอิอย่างมีความสุข

ทว่าในขณะที่สองแม่ลูกกำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันเงียบสงบอยู่นั้นเอง บริเวณช่องว่างของบานประตูครัวที่ปิดไม่สนิท ปรากฏเงาร่างของซุนเหมยฮวาที่แอบย่องมาด้อมๆ มองๆ อยู่ด้านนอก สะใภ้ใหญ่ผู้เต็มไปด้วยความริษยาพยายามชะโงกหน้าและสูดจมูกฟุดฟิด หวังจะจับผิดว่าสะใภ้รองซุกซ่อนของดีอันใดไว้กินเองอีกหรือไม่

จังหวะนั้นเอง เสี่ยวเป่าที่สวาปามเนื้อตุ๋นเข้าไปจนอิ่มแปล้ ก็อ้าปากกว้าง เตรียมจะเอื้อนเอ่ยคำชมมารดา ทว่าสิ่งที่หลุดออกมากลับกลายเป็น...

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เรอเหม็นกลิ่นเนื้อ]**