ตอนที่ 38

***บทที่ 38: เรอเหม็นกลิ่นเนื้อ***

...กลับกลายเป็นเสียงลมที่ตีกลับจากกระเพาะอาหารน้อยๆ ทะลุผ่านลำคอออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้!

"เอิ๊กกกก!"

เสียงเรอของเด็กชายดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณห้องครัวซอมซ่อ ทว่าสิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าเสียงหาใช่สิ่งใดอื่น แต่เป็น ‘กลิ่น’ ที่ลอยฟุ้งตามลมหายใจนั้นออกมาต่างหาก!

มันคือกลิ่นหอมหวนชวนสยิวกายของเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วชั้นเลิศที่เคี่ยวกรำด้วยไฟอ่อนจนเปื่อยยุ่ย กลิ่นของเครื่องเทศล้ำค่าอย่างโป๊ยกั๊กและอบเชยที่ซึมลึกเข้าสู่ทุกอณูของชั้นไขมัน ผสมผสานกับความหวานล้ำของน้ำตาลกรวดและน้ำแกงกระดูกหมูเข้มข้นที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กลิ่นโอชารสอันทรงพลังนี้ลอยละล่องลอดผ่านช่องว่างของบานประตูไม้ที่ผุพัง พุ่งตรงเข้าปะทะกับใบหน้าของซุนเหมยฮวาที่กำลังชะโงกหน้าแอบดูอยู่อย่างจัง

สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลี่ถึงกับเบิกตากว้าง รูจมูกของนางบานออกโดยสัญชาตญาณขณะสูดดมกลิ่นหอมฟุ้งที่ลอยมาเตะจมูก น้ำลายในโพรงปากสอขึ้นมาจนแทบจะหยดลงพื้น ท้องที่เคยกินแต่แผ่นแป้งหยาบๆ ถึงกับส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงอย่างบ้าคลั่ง

*กลิ่นเนื้อ! นี่มันกลิ่นเนื้อตุ๋นชัดๆ! แถมยังเป็นเนื้อตุ๋นที่หอมหวนยิ่งกว่าเหลาอาหารชั้นนำในตัวอำเภอเสียอีก!*

โทสะและความริษยาพุ่งปรี๊ดขึ้นจุกอก ซุนเหมยฮวาไม่อาจทนซุ่มดูอยู่เงียบๆ ได้อีกต่อไป นางยกเท้าถีบประตูห้องครัวซอมซ่อจนเปิดออกเสียงดังปัง!

"หลินเหม่ยหลิน! นังคนเห็นแก่ตัว! พวกเจ้าสองแม่ลูกแอบซุกซ่อนเนื้อมากินกันเองใช่หรือไม่!" สะใภ้ใหญ่แผดเสียงแหลมปรี๊ด พลางกวาดสายตาดุดันราวกับแร้งหิวโซไปทั่วบริเวณห้องครัว หวังจะตะครุบชามหม้อที่บรรจุเนื้อตุ๋นอันหอมหวน

ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ซุนเหมยฮวาต้องชะงักงัน

ภายในห้องครัวที่มืดสลัวและซอมซ่อ มีเพียงหลินเหม่ยหลินที่กำลังนั่งเช็ดโต๊ะไม้อย่างใจเย็น ส่วนเสี่ยวเป่าน้อยก็ยืนหลบอยู่ด้านหลังมารดา มือเล็กๆ ลูบพุงที่นูนป่องของตนเองเบาๆ บนโต๊ะไม้และเตาไฟว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของชามเนื้อตุ๋น ไม่มีควันไฟ ไม่มีแม้แต่คราบน้ำมันสักหยด!

หลินเหม่ยหลินลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เมื่อครู่นี้ 'เสี่ยวชุ่ย' ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะในหัวได้ส่งสัญญาณเตือนภัยถึงผู้บุกรุก นางจึงอาศัยจังหวะเพียงเสี้ยวพริบตาก่อนที่ประตูจะถูกถีบเปิด ส่งชามกระเบื้องและเศษอาหารทั้งหมดกลับเข้าไปซ่อนไว้ในมิติลับสวนวิเศษได้อย่างฉิวเฉียด

หญิงสาวค่อยๆ หันกลับมามองผู้เป็นสะใภ้ใหญ่ด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านเสียสติไปแล้วหรือไร เหตุใดจึงมาส่งเสียงเอะอะโวยวายถีบประตูครัวของผู้อื่นเช่นนี้ หากประตูบานนี้พังลงมา ท่านจะควักเงินจ่ายค่าซ่อมแซมให้ข้าหรือไม่?"

"อย่ามาเฉไฉ!" ซุนเหมยฮวาชี้หน้าด่าทอ จมูกยังคงสูดกลิ่นที่หลงเหลืออยู่ในอากาศฟุดฟิด "ข้าได้กลิ่น! กลิ่นเนื้อตุ๋นหอมฉุยลอยออกมาจากปากของลูกตัวเหม็นของเจ้าเมื่อครู่นี้! พวกเจ้าแอบกินเนื้อแล้วซ่อนไว้ที่ใด เอาออกมาเดี๋ยวนี้นะ!"

หลินเหม่ยหลินดึงตัวเสี่ยวเป่ามาโอบกอดไว้เพื่อปกป้อง ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าประหลาดใจและหัวเราะออกมาเบาๆ "ท่านนี่ช่างจินตนาการล้ำเลิศเสียจริงพี่สะใภ้ใหญ่ บ้านรองของเราจะไปมีปัญญาซื้อเนื้อตุ๋นชั้นเลิศมากินได้อย่างไร เงินทองที่หามาได้ก็ต้องนำไปซื้อวัตถุดิบทำน้ำพริกประทังชีวิตทั้งสิ้น"

"แล้วกลิ่นเรอนั่นเล่า! เจ้าจะอธิบายอย่างไร!" ซุนเหมยฮวายังคงกัดไม่ปล่อย นางมั่นใจในประสาทสัมผัสการรับกลิ่นอาหารของตนเองยิ่งนัก

"อ้อ... เรื่องนั้นเองหรือ" หลินเหม่ยหลินแสร้งทำเป็นเพิ่งนึกขึ้นได้ นางลูบศีรษะเสี่ยวเป่าอย่างอ่อนโยนก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงลื่นไหล "เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ข้าพาเสี่ยวเป่าไปเดินเล่นที่หน้าบ้าน บังเอิญพบป้าอู๋เข้า นางเห็นว่าเสี่ยวเป่าน่าเอ็นดู อีกทั้งยังผอมโซ จึงเมตตามอบเศษกระดูกหมูที่เหลือจากการต้มน้ำแกงของบ้านนาง ซึ่งมีเศษเนื้อแห้งๆ ติดอยู่เพียงเล็กน้อยมาให้เด็กน้อยแทะเล่นประทังหิว เสี่ยวเป่าแทะจนหมดเกลี้ยงไปตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้ว กลิ่นที่ท่านได้กลิ่น ก็คงเป็นเพียงกลิ่นคาวกระดูกหมูที่ยังติดค้างอยู่ในลมหายใจของเด็กเท่านั้นแหละกระมัง"

"เศษกระดูกหมูต้มน้ำแกงของป้าอู๋?" ซุนเหมยฮวาทวนคำ สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"ถูกต้อง หากท่านไม่เชื่อ จะเดินไปถามป้าอู๋ที่บ้านของนางตอนนี้เลยก็ย่อมได้" หลินเหม่ยหลินท้าทายกลับด้วยสายตามั่นคง นางรู้ดีว่าป้าอู๋เป็นคนจิตใจดีและเอ็นดูครอบครัวนาง หากซุนเหมยฮวาไปถามจริงๆ ป้าอู๋ย่อมต้องช่วยพูดปัดเป่าให้พ้นภัยอย่างแน่นอน

ซุนเหมยฮวากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ดวงตาของนางหรี่แคบลงอย่างจับผิด *ตอแหล! นังจิ้งจอกนี่ต้องโกหกแน่ๆ!* กลิ่นที่นางสัมผัสได้เมื่อครู่ ไม่ใช่กลิ่นกระดูกต้มน้ำแกงจืดชืดที่ถูกแทะจนเหลือแต่ตอ แต่เป็นกลิ่นของเนื้อสามชั้นตุ๋นที่อุดมไปด้วยไขมันและเครื่องเทศราคาแพงต่างหาก! เศษเนื้อติดกระดูกของหญิงม่ายบ้านนอกอย่างป้าอู๋ จะมีกลิ่นหอมหวนระดับนั้นได้อย่างไร!

แต่นางก็สืบหาหลักฐานใดๆ ในห้องครัวไม่พบ แม้จะใช้สายตากวาดมองทุกซอกทุกมุมแล้วก็ตาม

"ได้! ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี!" ซุนเหมยฮวาแค่นเสียงลอดไรฟัน สะบัดหน้าเดินตึงตังออกไปจากลานบ้าน ทว่าในใจของนางกลับลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความริษยาและความสงสัยที่ขยายใหญ่ขึ้นเป็นทวีคูณ

ความผิดพลาดเล็กๆ เพียงเสียงเรอเดียวของเสี่ยวเป่า ได้ปลุกสัญชาตญาณความโลภของสะใภ้ใหญ่ให้ตื่นตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ซุนเหมยฮวายืนหลบมุมอยู่ที่ข้างกำแพงดิน ทอดสายตาอาฆาตมายังบานประตูห้องครัวที่ปิดสนิท นางลอบสาบานกับตนเองในใจว่า ทันทีที่หลินเหม่ยหลินก้าวเท้าออกจากบ้าน นางจะบุกเข้าไปรื้อค้นห้องครัวซอมซ่อนั่นให้กระจุยกระจาย จะต้องหาหลักฐานความมั่งคั่งที่สะใภ้รองซุกซ่อนไว้มาแฉให้ท่านแม่รับรู้ให้จงได้!

หารู้ไม่ว่า ในมุมอับสายตาบริเวณซอกกองฟืนที่ซุนเหมยฮวากำลังเพ่งมองอยู่นั้น มีของเหลวสีเข้มหยดหนึ่งร่วงหล่นอยู่... และใกล้ๆ กันนั้น สิ่งที่หลินเหม่ยหลินรีบร้อนเก็บจนทำร่วงหล่นไว้โดยไม่รู้ตัว กำลังรอคอยเวลาที่จะถูกค้นพบ...

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: หลักฐานที่ร่วงหล่น]**